“ปวดหัวจัง”เกวลินบ่นหลังจากลืมตาตื่นขึ้นมาในตอนเช้า
“เอ๊ะ ไม่ใช่หมอนข้าง”เธอเอามือลูบคลำไปทั่วแผงอกแกร่งของเอริค และเงยหน้าขึ้นมองคนตัวโตที่นอนหลับตาพริ้มอยู่ หมอนที่เธอกอดทั้งคืนคือตัวเขา ยิ่งคิดก็ยิ่งเขินทำตัวไม่ถูกจะมุดตัวลงไปใต้ผ้าห่ม
“จะหลบไปไหน ยัยตัวแสบ”เอริคที่รู้สึกตัวตั้งแต่เธอดิ้นยุกยิกเรียกให้หยุด เกวลินยื่นหน้าออกมาจากผ้าห่มพร้อมรอยยิ้มแห้ง
“เมื่อคืนเราไม่ได้…เอ่อ…มีอะไรกันใช่มั้ยคะ”
“ไม่มี”
“เฮ้อ ค่อยยังชั่วนึกว่าเมาแล้วเผลอ…”
“แค่จูบ”เขาตอบเธอเสียงนิ่ง
“ห๊ะ!!!อะไรนะคะ อีกแล้วหรอเนี่ยยัยเกล ไม่น่าดื่มเยอะเลย”เธอบ่นตัวเอง
“อีกแล้ว”เขาเลิกคิ้วถามเธอด้วยความสงสัย
“กับใคร”
“ไอ้พี่เอริคบ้า”เธอทุบไปที่อกแกร่งของเขา
“จะใครล่ะที่ขโมยจูบแรกของเกลไป อุตส่าห์เก็บรักษามาตั้งนาน”
“คืนนั้นรู้เหรอว่าเกิดอะไรขึ้น”
“เอ่อ..จำได้ลางๆค่ะ”
“แต่ไม่คิดจะรับผิดชอบ”
“รับผิดชอบอะไรคะ เกลเป็นผู้หญิงเกลเสียหายนะ พี่ต้องรับผิดชอบเกลสิถึงจะถูก”
“ใครเริ่มก่อนจำได้มั้ย”เขาถามพร้อมกับยื่นหน้าเข้าไปใกล้ทำทีจะจูบเธอเพื่อระลึกความหลัง
“พอแล้วค่ะ เกลจำได้”
“งั้น วันนี้ก็รับผิดชอบ”
“ให้รับผิดชอบอะไร”
“พาเที่ยว”
“ได้ เกลไปอาบน้ำก่อน”จบประโยคเธอรีบวิ่งเข้าห้องน้ำอย่างไว
เขายิ้มและคิดว่าถ้าเธอรู้ว่าเมื่อคืนมากกว่าจูบจะรู้สึกยังไงนะ แต่ก็ช่างเถอะอย่างน้อยเขาก็ไม่ได้ทำอะไรเกินเลยไปมากกว่านี้ ให้รู้เท่านี้พอแล้ว
“อยากไปเที่ยวไหนคะ”
“เป็นไกด์ต้องพาไปสิ”เอริคบอกเธอขณะนั่งทานข้าวเช้าที่ห้องอาหารของโรงแรม
“เรื่องเยอะ”เธอทำหน้ามุ่ยว่าเขา ขณะที่กำลังเคี้ยวอาหารอยู่เต็มปาก
“มูมมามตั้งแต่เด็กจนโตเลยนะยัยเด็กอ้วน”เขาว่าเธอพลางหยิบผ้าเช็ดริมฝีปากที่เลอะซอสให้เธอ เกวลินตกใจกับการกระทำที่แสนอ่อนโยนของเขาแต่ก็ไม่ได้ปฏิเสธเขาแต่อย่างใด
“ขอบคุณค่ะ”
“ขอเกลหาข้อมูลก่อนว่าในจังหวัดมีที่เที่ยวอะไรบ้าง”
“ตามสบาย”จริงๆเขาไม่ได้อยากเที่ยวเลยซักนิดแต่อยากพาหญิงสาวไปเปิดหูเปิดตาบ้าง เพราะตั้งแต่เธอย้ายกลับมาเป็นเวลาเกือบสามเดือน ก็ทำแต่งานอย่างเดียว จะไปเที่ยวก็แค่ร้านเบเกอรี่ของเจนเพื่อนรักและห้างสรรพสินค้าเท่านั้น
“คุณแม่จองโรงแรมไว้ให้อีกคืน แต่ไม่ใช่ที่นี่ บอกว่าให้พาเกลไปพักแล้วถ่ายรูปส่งมาให้แม่ดูด้วย”เขายื่นมือถือให้เธอดู
“คุณป้า….”เธอทำเสียงเหนื่อยใจกับป้าแอนนา ไม่ใช่ว่าเธอไม่รู้ว่าพวกป้าๆแม่ๆต้องการอะไร แต่เธออยากให้เรื่องแบบนี้มันเกิดขึ้นเพราะความรัก ไม่ใช่การบังคับกัน
“คืนนี้ก็แวะไปพักแล้วกันพรุ่งนี้ค่อยกลับ”
“ก็คงต้องตามนั้น ที่เที่ยวที่เกลแพลนไว้พี่ เอริคลองดูว่าโอเคมั้ย”เกวลินยื่นมือถือให้เขาดู
“โอเค”เอริคแค่มองผ่านๆโดยไม่สนใจอ่านเลยด้วยซ้ำ ขอแค่เธอชอบเขายังไงก็ได้
“งั้นก็ออกเดินทางกันได้แล้วค่ะ”
ที่แรกเกวลินเลือกพาเขาไปไหว้พระทำบุญและปล่อยปลาที่วัด
“ทำไมดูคล่องแคล่วจัง”เขาถามเธอด้วยความสงสัยเพราะเธอไปอยู่เมืองนอกตั้งหลายปี แต่กลับรู้ว่าต้องทำอะไรบ้าง
“ก็เกลเก่ง ไม่งั้นจะเป็นเลขาบอสได้ยังไงล่ะคะ”
“เกล ให้มันน้อยๆหน่อย มีใครเขาชมตัวเองกัน”
“เกลนี่ไงคะ ถ้ารอให้พี่ชมชาตินี้คงไม่ได้ยิน”เธอบอกเขาพลางสายตาเหลือบไปเห็นร้านขายขนมครก ก็รีบวิ่งตรงไปโดยไม่รอชายหนุ่ม
“เฮ้อ….ยัยตัวแสบเอ๊ย”เขาได้แต่ส่ายหัวให้กับความซนของเธอ
เอริคเดินตามไปหยุดข้างๆเธอ เกวลินรับขนมครกมาพลางทำหน้าทำตาเป็นเชิงบอกให้เขาจ่ายเงิน เอริคทำได้เพียงหยิบเงินมาจ่ายตามคำสั่ง เกวลินหยิบขนมเข้าปากแล้วส่งสายตาเป็นประกายให้แม่ค้า
“อร่อยมากเลยค่ะ”เธอบอกแม่ค้าที่ยืนยิ้มรับคำชมอยู่
“พี่เอริคลองทานค่ะ อร่อยจริงๆเกลไม่ได้โกหก”
“พี่ไม่ชอบทานของหวาน”
“นิดเดียวนะคะ เกลป้อน อ้ำ”เธอหยิบขนมเข้าปากเขาทันที
“อื้มใช้ได้ อร่อยครับคุณป้า”เอริคหันไปบอกแม่ค้า
“ตรงนู้นมีน้ำมะพร้าวเกลอยากกิน”
“ไปสิ”เอริคตอบรับพร้อมจับมือเกวลินเดินข้ามถนน
“พี่เอริคเกลเดินเองได้ค่ะ”
“…”เขาไม่ตอบแต่กระชับมือให้แน่นขึ้นแทน
“หวานหอมชื่นใจมาก พี่จะเอาด้วยมั้ยคะ”
เอริคไม่ตอบแต่ก้มลงไปดูดน้ำมะพร้าวในแก้วของเกวลิน
“สดชื่น”
“พี่เอริค!!! หลอดนี้เกลใช้แล้วนะคะ”
“พี่ไม่ถือ”
“แต่เกลถือ”
“เรื่องแค่นี้เอง มากกว่านี้ก็ทำมาแล้ว”เขาก้มลงกระซิบข้างหูเธอ
“ไอ้พี่เอริคบ้า!!”เธอทุบที่อกเขารัวๆ เอริคปล่อยให้หญิงสาวทุบตนตามใจซักพักก่อนจะคว้ามือเธอมากุมไว้แล้วเดินเที่ยวต่อ
“ปล่อย”
“….”เขาไม่ตอบและไม่ยอมปล่อยมือเธออีกตามเคย เกวลินได้แต่อ่อนใจยอมให้เขาเดินจูงมือแต่โดยดี
“คนเอาแต่ใจ”
“รู้”
“จะพาไปไหนต่อคุณไกด์”
“ไร่สตรอว์เบอร์รีและทุ่งดอกทานตะวันค่ะ ขับรถอีกแค่สิบกว่ากิโล”
“ว้าว สวยจังเลย พี่เอริคถ่ายรูปให้เกลหน่อยค่ะ”เธอยื่นโทรศัพท์ให้เขาถ่ายรูปให้ เมื่อมาถึงทุ่งทานตะวันกว้างใหญ่ แต่เอริคกลับหยิบมือถือตัวเองออกมาถ่ายแทน
“ทำไมไม่ใช้ของเกลล่ะคะ”
“ไม่ถนัด ชอบใช้ของตัวเองมากกว่า”
ได้ยินคำตอบเกวลินจึงเก็บโทรศัพท์ตัวเอง ก่อนเดินถ่ายรูปไปทั่วทุ่งทานตะวันเหลืองอร่าม ความจริงแล้วที่เอริคไม่ยอมใช้โทรศัพท์ของเธอก็เพราะอยากเก็บรูปของเกวลินไว้ในมือถือตัวเอง
“พี่เอริคจะถ่ายรูปมั้ยคะ เกลถ่ายให้”
“ถ่าย”พูดจบเขาดึงเธอเข้ามาในอ้อมกอดแล้วกดชัตเตอร์ถ่ายรูปรัวๆ
“เกลหมายถึงถ่ายคนเดียว”
“อยากถ่ายคู่”
“พอแล้วค่ะ ได้เยอะแล้วมั้งกดรัวขนาดนั้น” เกวลินดันตัวออกจากอ้อมอกเขา
“หวงตัว”
“หวงสิคะเกลเป็นผู้หญิงนะ”
“เมื่อคืนไม่เห็นหวง”คำพูดของเอริคทำเอา เกวลินหน้าแดงด้วยความเขินรีบเดินหนีเขาทันที
ถัดจากไร่ทานตะวัน ขับรถต่อมาอีกนิดเดียวก็ถึงไร่สตรอว์เบอร์รี เกวลินตื่นตาตื่นใจมากเดินถือตะกร้าเก็บลูกสตรอว์เบอร์รีสีแดงสดใส่ในตะกร้าด้วยสีหน้ามีความสุข ทำให้เอริคที่มองอยู่พลอยยิ้มออกมาด้วย เขาชอบที่เธอมีความสุขได้กับทุกๆสิ่งรอบตัว คนที่ทำอะไรอยู่ที่ไหนก็มีความสุขพลอยทำให้คนที่อยู่ใกล้มีความสุขไปด้วย
“พี่เอริคดูสิ มีแต่ลูกใหญ่ๆน่าทานม๊าก และที่สำคัญปลอดสารพิษด้วย ลองชิมดูมั้ยคะ”เกวลินยื่นสตรอว์เบอร์รีให้ชายหนุ่มลูกนึง เอริครับมาทานแต่ไม่พูดอะไร
“ทำไมทำหน้าแบบนั้นไม่อร่อยหรอคะ ไหนขอ เกลลองชิมหน่อย”เกวลินหยิบสตรอว์เบอร์รีเข้าปากด้วยขนาดที่ใหญ่มากเธอจึงจะกัดชิมสองครั้งแต่พอเธอกำลังคาบไว้อยู่ๆเอริคก็ก้มลงมากัดส่วนที่เหลือทำให้ริมฝีกปากของทั้งคู่สัมผัสกัน เกวลินตกใจมากรีบผลักเขาออกทันที
“ทำอะไรของพี่เนี่ย”
“ชิมสตรอว์เบอร์รี ลูกเมื่อกี้ยังไม่รู้รสชาดเท่าไหร่ แต่ลูกนี้หวานมาก”
“ไอ้คนทะลึ่ง ไม่คุยด้วยแล้ว จ่ายค่าปรับค่าผิดสัญญามาเลย”
“ใครผิดสัญญาก่อนไม่ใช่ตัวเองหรอ ถ้ามีใครคนใดคนนึงผิดสัญญาก่อนถือว่าสัญญานั้นเป็นโมฆะนะ”
“ชิ คนเจ้าเล่ห์”