หลังจากที่กวินทร์ออกไปทำงาน ‘มินตรา’ ไม่ได้ปล่อยเวลาให้เสียเปล่ากับการนั่งเศร้า เธอใช้เวลาช่วงเช้าสำรวจห้องแต่งตัวหรูหราที่เต็มไปด้วยเสื้อผ้าแบรนด์เนมคอลเลกชันใหม่ล่าสุด ซึ่งกวินทร์ (หรือเลขาของเขา) คงสั่งมาเตรียมไว้ให้ตามหน้าที่
หญิงสาวเลือกหยิบเดรสเข้ารูปสีแดงเบอร์กันดีที่ขับผิวขาวผ่องให้ดูโดดเด่น สวมทับด้วยเบลเซอร์สีดำเพื่อความสุภาพแต่ยังแฝงความเซ็กซี่น่าค้นหา เธอแต่งหน้าโทนน้ำตาลทองขับเน้นดวงตากลมโตให้ดูมีเสน่ห์เย้ายวน
ในเมื่อเขาโยนบัตรเครดิตให้และสั่งให้เธอแต่งตัวให้สมฐานะ... เธอก็จะจัดให้สมใจ
"ป้าอุ่นคะ มินทำมื้อเที่ยงเสร็จแล้ว รบกวนช่วยเรียกรถให้มินหน่อยนะคะ"
มินตราเดินถือปิ่นโตเถาหรูลงมาที่ห้องครัว กลิ่นหอมฉุยของ 'แกงรัญจวน' และ 'ปลาแห้งแตงโม' อาหารไทยโบราณหาทานยากลอยตลบอบอวล ป้าอุ่นมองคุณนายคนใหม่ด้วยความทึ่ง
"คุณมินจะไปหาคุณกวินทร์ที่บริษัทเหรอคะ? แต่ปกติคุณกวินทร์ไม่ชอบให้..." ป้าอุ่นอึกอัก เพราะรู้กิตติศัพท์ความดุของเจ้านายดี
"ไม่ชอบให้ใครไปกวนใช่ไหมคะ?" มินตรายิ้มหวาน "แต่มินไม่ใช่ 'ใคร' นี่คะ มินเป็นภรรยา และหน้าที่ของภรรยาคือดูแลสามีเรื่องอาหารการกิน ป้าอุ่นไม่ต้องห่วงนะคะ ถ้าเขาจะโกรธ มินรับผิดชอบเอง"
แววตามุ่งมั่นและรอยยิ้มมั่นใจของมินตราทำให้ป้าอุ่นยอมใจอ่อนกดโทรศัพท์เรียกคนขับรถให้
...
ณ ตึก KV Group
การปรากฏตัวของมินตราเรียกเสียงฮือฮาได้ตั้งแต่ก้าวขาลงจากรถลีมูซีน พนักงานสาวๆ ต่างซุบซิบกันให้แซ่ดถึงความสวยสง่าที่สะกดทุกสายตา แต่ด่านสำคัญไม่ได้อยู่ที่ล็อบบี้... แต่อยู่ที่หน้าห้องท่านประธาน
"ขอโทษนะคะ คุณไม่มีนัด เข้าพบท่านประธานไม่ได้ค่ะ"
'สิตางค์' เลขาสาวหน้าโฉบเฉี่ยวที่ควบตำแหน่ง (อดีต) คู่นอนของกวินทร์ ยืนกอดอกขวางประตูห้องทำงานไว้ สายตามองมินตราอย่างประเมินและดูแคลน "ท่านประธานยุ่งมาก ไม่รับแขกแปลกหน้า... โดยเฉพาะพวกที่หิ้วปิ่นโตมาอ่อยถึงที่"
มินตราไม่ได้โกรธ กลับยิ้มขำเบาๆ เธอกวาดตามองสิตางค์ตั้งแต่หัวจรดเท้า
"เข้าใจผิดแล้วค่ะคุณเลขา... ฉันไม่ได้มาอ่อย" มินตราขยับเข้าไปใกล้ จ้องตาสิตางค์กลับด้วยแววตาของผู้เหนือกว่า "แต่ฉันเอาอาหารมาส่งสามี... อ้อ ลืมแนะนำตัว ฉัน มินตรา วรโชติภักดี ภรรยาที่ถูกต้องตามกฎหมายของคุณกวินทร์"
คำว่า 'ภรรยา' เหมือนตบหน้าสิตางค์ฉาดใหญ่ เลขาสาวหน้าเสียไปทันที แต่ยังไม่ทันจะได้เถียง เสียงประตูห้องทำงานก็เปิดออก
"เอะอะอะไรกันหน้าห้องฉัน!"
กวินทร์เดินออกมาด้วยสีหน้าหงุดหงิด แต่พอเห็นร่างระหงในชุดสีแดงเลือดหมูที่ยืนเด่นอยู่ตรงหน้า เขาก็ชะงักไป... ความสวยของมินตราในวันนี้รุนแรงจนเขาเผลอมองตาค้างไปชั่วขณะ
"คุณกวินทร์ขา..." สิตางค์รีบเปลี่ยนท่าทีเป็นออดอ้อน "ผู้หญิงคนนี้มาโวยวายจะขอพบคุณให้ได้ สิตางค์บอกแล้วว่าคุณติดประชุม..."
"มินเอาอาหารกลางวันมาส่งค่ะ" มินตราพูดแทรกขึ้นมาเสียงใส เดินเข้าไปคล้องแขนกวินทร์อย่างถือวิสาสะ หน้าอกนุ่มหยุ่นเบียดชิดต้นแขนแกร่งอย่างจงใจ "เห็นเมื่อเช้าคุณทานกาแฟไปนิดเดียว มินกลัวคุณจะปวดท้อง เลยทำของโปรดมาให้... เข้าไปทานข้างในกันนะคะ"
กวินทร์กำลังจะสะบัดแขนออก แต่กลิ่นน้ำหอมอ่อนๆ และสัมผัสนุ่มนิ่มที่แนบชิดทำเอาเขาสติพร่าเลือน อีกทั้งสายตาของพนักงานที่เริ่มมองมาทำให้เขาต้องรักษาภาพลักษณ์
"ตามฉันเข้ามา... แล้วอย่าก่อเรื่อง" เขากัดฟันกระซิบคาดโทษ ก่อนจะยอมเดินนำเธอเข้าไปในห้อง ทิ้งให้สิตางค์ยืนกำมือแน่นด้วยความเจ็บใจ
...
ภายในห้องทำงานกว้างขวางและเย็นเฉียบ มินตราจัดการวางอาหารลงบนโต๊ะรับแขกอย่างคล่องแคล่ว
"วันนี้มินทำแกงรัญจวนเนื้อน่องลาย กับปลาแห้งแตงโมมาให้ค่ะ ทานแล้วสดชื่น แก้เหนื่อยได้ดีนะคะ" เธอตักข้าวใส่จาน เลื่อนไปตรงหน้าเขาพร้อมช้อนส้อม
กวินทร์นั่งลงบนโซฟา มองอาหารหน้าตาน่าทานสลับกับใบหน้ายิ้มแย้มของคนทำ
"เธอต้องการอะไร?" เขาถามเสียงแข็ง "จะมาแสดงความเป็นเจ้าของที่นี่งั้นเหรอ?"
"มินแค่ทำหน้าที่ค่ะ" มินตรานั่งลงข้างๆ เขา ไม่ใช่นั่งฝั่งตรงข้าม "แล้วก็... อยากมาดูด้วยว่า เลขาหน้าห้องของคุณทำงาน 'คุ้มค่าจ้าง' หรือเปล่า"
กวินทร์เลิกคิ้ว "หึงเหรอ?"
"เปล่าค่ะ แค่หวงสมบัติ" มินตราตอบทีเล่นทีจริง มือเรียวเอื้อมไปปลดกระดุมเสื้อสูทของเขาออกเม็ดหนึ่งอย่างเป็นธรรมชาติ "คุณเป็นของมิน... อย่างน้อยก็ในตอนนี้ มินไม่ชอบใช้ของร่วมกับใคร"
คำพูดแสดงกรรมสิทธิ์นั้นแทนที่จะทำให้กวินทร์โกรธ มันกลับกระตุ้นสัญชาตญาณนักล่าในตัวเขาอย่างประหลาด เขาคว้าข้อมือเล็กไว้ ดึงร่างบางจนถลามาเกยบนตักแกร่ง
"ปากดี... คิดว่าแต่งตัวมายั่วถึงที่ แล้วฉันจะหลงกลเธอหรือไง?"
"แล้วหลงไหมคะ?" มินตราไม่หนี ซ้ำยังวาดแขนโอบรอบคอเขา นิ้วเรียวเกลี่ยเบาๆ ที่หลังคอแกร่ง "ถ้าไม่หลง... ทำไมหัวใจคุณเต้นแรงจัง"
กวินทร์คำรามในลำคอ ยัยผู้หญิงคนนี้อันตรายเกินไปแล้ว! เขาตั้งใจจะผลักเธอออก แต่ร่างกายกลับทรยศก้มลงซุกไซ้ซอกคอหอมกรุ่นนั้นแทน
"อื้อ... คุณกวินทร์ อย่าค่ะ นี่ห้องทำงานนะ" มินตราแสร้งท้วงเสียงอ่อน แต่ร่างกายกลับเบียดเข้าหาเขามากขึ้น
"ห้องฉัน ฉันจะทำอะไรก็ได้" มือหนาเริ่มซุกซนลูบไล้ไปตามสะโพกมนผ่านเนื้อผ้าลื่นมือ "เธอพูดเองว่าจะบริการให้คุ้มค่าจ้าง... งั้นก็เริ่มตอนนี้เลยเป็นไง"
มินตราปล่อยให้เขาจูบเม้มที่เนินอกเนียนจนพอใจ ก่อนจะค่อยๆ ดันอกเขาออกเบาๆ พร้อมรอยยิ้มพราวเสน่ห์
"ใจเย็นสิคะป๋า... ทานข้าวก่อน เดี๋ยวเย็นหมดไม่อร่อยนะ" เธอจูบปลายคางสากของเขาเร็วๆ หนึ่งที แล้วลุกขึ้นจากตักเขาอย่างสง่างาม ทิ้งให้กวินทร์นั่งค้างเติ่งด้วยอารมณ์ที่พุ่งพล่านแต่ไปไม่สุด
"มาค่ะ มินป้อน..." เธอตักข้าวคำเล็กๆ จ่อที่ปากเขา "อั้ม..."
กวินทร์มองหน้าเธออย่างคาดโทษที่กล้ามาจุดไฟแล้วดับกลางคัน แต่สุดท้ายก็ยอมอ้าปากรับข้าวคำนั้นแต่โดยดี รสชาติกลมกล่อมของอาหารไทยที่เขาไม่ได้ทานมานานทำเอาเขาต้องยอมรับในใจว่า... ฝีมือเธอร้ายกาจพอๆ กับจริตมารยาของเธอเลยทีเดียว
มินตราลอบยิ้มมุมปากขณะมองสามีเคี้ยวตุ้ยๆ
‘ด่านแรกผ่านฉลุย... เตรียมตัวรับมือด่านต่อไปได้เลยค่ะคุณสามี เดี๋ยวจะทำให้คลั่งจนไม่กล้าไล่ให้กลับบ้านเลยคอยดู’