งานเลี้ยงหน้ากากการกุศลประจำปีของตระกูลดัง ถูกจัดขึ้นอย่างยิ่งใหญ่ในโรงแรมหรูระดับหกดาว แสงไฟระยิบระยับจากโคมระย้าคริสตัลสาดส่องลงมากระทบกับเครื่องเพชรวูบวาบของเหล่าไฮโซที่มาร่วมงาน
‘กวินทร์’ ในชุดสูททักซิโด้กำมะหยี่สีดำสนิท สวมหน้ากากครึ่งหน้าสีเงินเรียบหรู ยืนรออยู่ที่โถงทางเข้าด้วยความหงุดหงิด เขาไม่ชอบออกงานสังคม ยิ่งต้องควง "ของย้อมแมว" อย่างมินตรามาด้วย เขายิ่งรู้สึกเหมือนกำลังพกความอัปยศติดตัว
"ขอโทษที่ให้รอนะคะคุณกวินทร์"
เสียงหวานใสที่ดังขึ้นด้านหลังเรียกให้เขาหันกลับไปมอง... และวินาทีนั้น ลมหายใจของชายหนุ่มก็สะดุดกึก
‘มินตรา’ ปรากฏตัวในชุดราตรีเกาะอกยาวสีน้ำเงินเข้ม (Midnight Blue) ที่ขับผิวขาวดุจหยวกกล้วยให้ผ่องอำไพ เนื้อผ้าซาตินแนบไปกับสรีระโค้งเว้าสมบูรณ์แบบ ผ่าข้างสูงโชว์เรียวขาเนียนสวยทุกจังหวะการก้าวเดิน ใบหน้าสวยซ่อนอยู่ภายใต้หน้ากากขนนกสีดำลึกลับ เผยให้เห็นเพียงริมฝีปากอิ่มเคลือบลิปสติกสีแดงสดที่ดูยั่วยวน
"นี่เธอ..." กวินทร์กวาดสายตามองเธอตั้งแต่หัวจรดเท้า ความรู้สึกหวงแหนพุ่งพล่านขึ้นมาอย่างไม่มีเหตุผล "ชุดบ้านี่ใครเลือกให้?"
"มินเลือกเองจากห้องเสื้อที่คุณส่งมาค่ะ" มินตราเดินเข้าไปใกล้ยกมือขึ้นจัดหูกระต่ายให้เขาอย่างเบามือ "ทำไมเหรอคะ? หรือว่ามันโป๊ไป... ถ้าคุณไม่ชอบ มินกลับไปเปลี่ยนตอนนี้ทันไหมนะ?"
เธอแสร้งทำหน้ากังวล แต่แววตาพราวระยับหลังหน้ากากกลับท้าทาย
"ไม่ต้อง! จะเริ่มงานอยู่แล้ว" กวินทร์คว้าเอวคอดกิ่วของเธอเข้ามาชิดตัวอย่างแรงเพื่อแสดงความเป็นเจ้าของ "จำไว้... อย่าไปเดินอ่อยใครให้ฉันขายหน้า เกาะแขนฉันไว้ตลอดเวลา เข้าใจไหม?"
"รับทราบค่ะคุณเจ้าหนี้" มินตรายิ้มรับ กระชับท่อนแขนแกร่งไว้แนบอก "มินจะเป็นเด็กดี... จะมองแค่คุณคนเดียว"
คำหยอดคำหวานของเธอทำให้กวินทร์หน้าร้อนผ่าวภายใต้หน้ากาก เขาพาเธอเดินเข้าสู่งาน ท่ามกลางสายตาของแขกเหรื่อที่หันมามองเป็นตาเดียว เสียงซุบซิบดังขึ้นเซ็งแซ่
"นั่นกวินทร์ KV Group ใช่ไหม? ผู้หญิงข้างๆ นั่นใครน่ะ หุ่นดีชะมัด" "ได้ข่าวว่าเพิ่งแต่งงานนี่ ภรรยาเขาเหรอ? สวยสะกดเลยนะ"
กวินทร์รู้สึกได้ถึงสายตาโลมเลียของพวกผู้ชายในงานที่จ้องมองผิวขาวเนียนช่วงไหล่และเรียวขาของมินตรา เขาขบกรามแน่น มือหนาเลื่อนจากเอวลงไปบีบสะโพกมนของเธอแรงๆ อย่างลืมตัว
"เจ็บนะคะ..." มินตรากระซิบ แต่ไม่ได้ปัดมือเขาออก กลับเบียดสะโพกเข้าหามือเขามากขึ้น "หึงเหรอคะ?"
"อย่าสำคัญตัวผิด" กวินทร์กระซิบตอบเสียงลอดไรฟัน "ฉันแค่ไม่อยากให้ใครมองสินค้าของฉันด้วยสายตาสกปรก"
"งั้นก็ช่วย 'แสดง' ให้เขารู้สิคะ ว่าสินค้าชิ้นนี้มีเจ้าของแล้ว"
คำท้าทายของมินตราเหมือนราดน้ำมันลงกองไฟ จังหวะดนตรีวอลทซ์เริ่มบรรเลง กวินทร์ไม่รอช้า รวบร่างบางเดินตรงไปยังฟลอร์เต้นรำทันที
ท่ามกลางคู่เต้นรำมากมาย กวินทร์และมินตราดูโดดเด่นที่สุด เขาโอบเอวเธอแน่นจนแทบไม่มีช่องว่าง มืออีกข้างประสานกันแนบแน่น ทุกจังหวะที่หมุนตัว กลิ่นน้ำหอมอ่อนๆ จากซอกคอขาวระหงลอยมาแตะจมูกกวินทร์ ปลุกเร้าสัญชาตญาณดิบให้ตื่นขึ้น
"เต้นรำเก่งนี่" เขาเอ่ยชมแกมประชด "ตระกูลวรโชติคงเทรนมาดี เพื่อเอาไว้จับผู้ชายรวยๆ สินะ"
มินตราเงยหน้าสบตาเขาผ่านหน้ากาก แววตาของเธอไม่ได้โกรธเคือง แต่กลับเต็มไปด้วยความเว้าวอนที่ชวนให้ใจอ่อน
"คุณแม่สอนมินทุกอย่างเพื่อให้เป็นภรรยาที่สมบูรณ์แบบค่ะ..." เธอกระซิบเสียงพร่า ขยับใบหน้าเข้าไปใกล้จนปลายจมูกแทบชนกัน "และมินก็ตั้งใจเรียนรู้ทุกอย่าง... เพื่อที่จะได้ปรนนิบัติสามีในอนาคตให้ดีที่สุด"
เธอไล้นิ้วโป้งเบาๆ ที่หลังมือเขา "คืนนี้มินทำหน้าที่ได้ดีพอหรือยังคะ? คุณกวินทร์พอใจไหม?"
กวินทร์กลืนน้ำลายลงคอเหนียวหนึบ ยิ่งเธอทำตัวแสนดีและเย้ายวนแบบนี้ เขายิ่งสับสน กำแพงทิฐิที่เขาสร้างไว้กำลังถูกกัดเซาะด้วยความปรารถนา
"ก็แค่พอใช้ได้..." เขาตอบเสียงแข็ง แต่สายตากลับจ้องมองริมฝีปากแดงฉ่ำนั้นไม่วางตา
ทันใดนั้น เพลงจบลง แต่กวินทร์ยังไม่ทันได้พาเธอลงจากฟลอร์ ชายหนุ่มรูปร่างสูงโปร่งในหน้ากากสีทองก็เดินเข้ามาโค้งให้มินตรา
"ขอโทษครับ... สุภาพสตรีชุดน้ำเงินท่านนี้ เต้นรำสวยงามมาก ผมขอเกียรติเต้นเพลงต่อไปด้วยได้ไหมครับ?"
กวินทร์จำเสียงนั้นได้ทันที 'ชรัณ' คู่แข่งทางธุรกิจตัวฉกาจ และเป็นเสือผู้หญิงตัวพ่อ!
มินตราหันไปมองกวินทร์เพื่อขออนุญาตตามมารยาท แต่ยังไม่ทันที่เธอจะเอ่ยปาก กวินทร์ก็ดึงเธอกลับไปซุกอก แผ่รังสีอำมหิตใส่ผู้มาใหม่ทันที
"เสียใจด้วยครับคุณชรัณ" กวินทร์เอ่ยเสียงเย็นเยียบ "ภรรยาผม... ไม่สะดวกเต้นกับคนอื่น"
"โอ้... คุณกวินทร์เองเหรอครับ นึกว่าใคร" ชรัณแสร้งทำเป็นเพิ่งจำได้ "หวงภรรยาจังนะครับ ผมแค่อยากทำความรู้จักสาวสวย..."
"รู้จักแค่ชื่อก็พอครับ" กวินทร์ตัดบท "ขอตัว"
เขาโอบไหล่มินตราแล้วพาเดินลิ่วๆ ออกจากงานเลี้ยงตรงไปยังระเบียงด้านนอกที่ลับตาคนทันที
ลมเย็นยามค่ำคืนพัดปะทะใบหน้า แต่มันไม่สามารถดับความร้อนรุ่มในใจของกวินทร์ได้ เขาต้อนมินตราไปจนชิดขอบระเบียงหินอ่อน แขนแกร่งกักขังเธอไว้ในอ้อมแขน
"คุณกวินทร์..." มินตราเรียกชื่อเขาเบาๆ ด้วยดวงตาเป็นประกาย "คุณหึงมินจริงๆ ด้วย"
"ฉันเกลียดขี้หน้าไอ้ชรัณต่างหาก!" เขาปฏิเสธเสียงแข็ง แต่การกระทำสวนทาง ใบหน้าคมคายก้มลงมาใกล้จนสัมผัสได้ถึงลมหายใจอุ่นร้อน "แล้วเธอก็เหมือนกัน... ยืนให้มันมองตาเชื่อมอยู่ได้ ชอบนักหรือไงที่มีผู้ชายมาตอม"
"มินไม่ได้ชอบใครค่ะ มินชอบแค่คุณ..." มินตราตอบกลับทันควัน มือเรียวยกขึ้นแตะแก้มสากของเขาแผ่วเบา "ร่างกายของมิน ชีวิตของมิน... เป็นของคุณคนเดียวนะคะ"
ประโยคนั้นทำลายความอดทนสุดท้ายของกวินทร์ เขาบดริมฝีปากลงมาจูบเธออย่างดุดันและรวดเร็ว ไม่ใช่จูบเพื่อสั่งสอนเหมือนทุกครั้ง แต่เป็นจูบที่เต็มไปด้วยความโหยหาและเรียกร้อง มือหนาลูบไล้แผ่นหลังเปลือยเปล่าของเธออย่างหวามไหว
มินตราจูบตอบเขาอย่างเร่าร้อนไม่แพ้กัน เธอบดเบียดร่างกายเข้าหาเขา ให้เขาสัมผัสได้ถึงความนุ่มหยุ่นทุกสัดส่วน
"กลับบ้าน..." กวินทร์ถอนริมฝีปากออกอย่างยากลำบาก เสียงเขาแหบพร่าจนแทบไม่ได้ยิน "กลับไปทำหน้าที่ของเธอเดี๋ยวนี้มินตรา... ก่อนที่ฉันจะหน้ามืดทำอะไรลงไปตรงนี้!"
มินตราแย้มยิ้มแห่งชัยชนะ เธอกระซิบข้างหูเขาด้วยน้ำเสียงที่ทำให้ขนลุกซู่
"ค่ะป๋า... มินจะรีบกลับไป 'ถอด' หน้ากากนี้ออก แล้วปรนนิบัติคุณให้ถึงใจเลย"
คืนนี้... ดูท่าหนี้ก้อนโตที่ตระกูลวรโชติก่อไว้ จะได้รับการชำระดอกเบี้ยอย่างหนักหน่วงแน่นอน!