ตอนที่ 8 ผู้หญิงคนใหม่ของ...

1307 Words
เหตุการณ์การเปลี่ยนแปลงของครอบครัวครั้งใหญ่ได้ผ่านพ้นไป พร้อมกับความคิดให้กำลังใจตัวเองอยู่เสมอว่ายังเหลือผู้เป็นพ่ออยู่ ณ วินาทีนั้นพ่อที่เปรียบเสมือนโลกทั้งใบที่เหลืออยู่ของฉัน แม้ว่านับตั้งแต่เกิดเรื่องราวเลวร้ายในครั้งนั้นจะทำให้พ่อของฉันเปลี่ยนไป แต่ฉันก็ยังอุ่นใจที่ยังมีพ่ออยู่อยู่ดี จากวันนั้นพ่อของฉันท่านกลับไปทำงานอย่างบ้าคลั่ง และเลือกที่จะเลี้ยงฉันด้วยเงินแทนความรักและเอาใจใส่ แม้ว่าฉันจะพยายามเข้าใจและเลือกที่จะทำตัวให้เป็นปัญหาน้อยที่สุด แต่เงินนั้นก็ไม่สามารถทดแทนความรู้สึกโหยหาที่อยู่ภายในส่วนลึกของหัวใจเล็ก ๆ นี่ได้อยู่ดี ฉันที่ตั้งใจเรียนอีกทั้งยังทำตัวเป็นเด็กดีทำหน้าที่ของตัวเองให้ดีที่สุด เพื่อที่จะไม่ทำให้พ่อของตัวเองต้องเป็นกังวลใจเลยสักครั้ง แต่ทว่า...ความรักดีและความตั้งใจที่จะเป็นเด็กดีของฉันนั้น คงจะทำให้ผู้ที่กำหนดชะตาชีวิตของฉันดูท่าจะไม่ค่อยถูกใจสักเท่าไร หรืออาจจะเป็นเพราะพวกเขาเห็นว่าฉันน่าจะฝึกความอดทนได้มากกว่าครั้งที่ต้องเสียใจกับเรื่องของแม่ไป หรือไม่พวกเขาเหล่านั้นก็คงไม่อยากให้ฉันใช้ชีวิตเรียบง่ายดั่งที่ใจปรารถนา นั่นก็เพราะหลังจากนั้นได้ไม่นาน...ผู้ที่กำหนดโชคชะตาชีวิตของฉันเขาก็ได้ส่งผู้หญิงคนใหม่เข้ามาในชีวิตของพ่อ...โดยหวังว่าจะใช้บททดสอบนี้บดขยี้บี้ฉันให้จมดิน... ‘ลิน มาสวัสดี อายุพินซิลูก’ พ่อของฉันได้พาผู้หญิงคนหนึ่งกลับมาที่บ้าน พร้อมกับบอกให้ฉันกล่าวสวัสดีและทำความเคารพต่อผู้หญิงคนนั้นด้วยใบหน้ายิ้มแย้มอย่างไม่เคยมีมาก่อน นับตั้งแต่ที่แม่ทิ้งพวกเราไป ในวินาทีนั้นฉันยอมรับเลยว่า ฉันถึงกับอึ้งมึนงงไปชั่วขณะ คล้ายกับสมองถูกตีด้วยค้อนขนาดใหญ่ เพราะไม่คิดเลยว่าสุดท้ายแล้ว พ่อจะทนความเหงาเดียวดายไม่ไหวจนต้องไปคว้าผู้หญิงที่ไหนก็ไม่รู้มาเป็นคู่ชีวิตคนใหม่ อีกทั้งพอฉันได้พินิจพิจารณาถึงลักษณะท่าทางของผู้หญิงตรงหน้าแล้วนั้น ต่อให้เป็นเด็กสามขวบก็ยังดูรู้เลยว่า เธอคนนี้ดูท่าจะเจนจัดเรื่องจริตจะกร้านมากแค่ไหน แถมยังไม่ต้องให้หมอดูสำนักไหนมาทำนาย ฉันเองก็สามารถทายได้เลยว่า...คนคนนี้มีเจตนาจะเข้ามาเพื่อปอกลอกพ่อฉันอย่างแน่นอน แต่นั่นก็เป็นได้เพียงความคิดที่ฉันพร่ำพูดกับตัวเองเท่านั้น...เพราะว่าฉันรู้ตัวดีว่าฉันไม่ควรทำตัวมีปัญหาและควรจะเข้าใจพ่อของตัวเองถึงความเหงาที่ท่านต้องเผชิญมาเกือบปี และในฐานะลูกที่ดีฉันคงทำได้เพียงทำเป็นหลับหูหลับตาไม่รับรู้อะไร พร้อมกับอดทนเอาไว้เพื่อรอเวลาที่สักวันหนึ่งเมื่อตัวเองเรียนจบจะได้พาตัวเองออกไปจากสถานที่ที่ไม่มีตัวตนอีกต่อไป...อย่างบ้านหลังนี้ ฉันสูดลมหายใจเข้าลึก ๆ ก่อนจะยกมือไหว้ผู้หญิงคนใหม่ของพ่ออย่างเสียไม่ได้ และถึงแม้ว่าในใจมันจะรู้สึกขัดต่อการกระทำที่แสดงออกไปมากแค่ไหนก็ตาม ฉันก็ต้องจำฝืนใจทำมันออกไป ก่อนจะขอตัวกลับขึ้นมาอยู่บนห้องนอนของตัวเองที่ที่เป็นเหมือนโซนอันปลอดภัยเดียวที่ฉันมี เพราะไม่อยากจะอยู่ขัดความสุขของข้าวใหม่ปลามันอย่างพ่อกับผู้หญิงคนนั้น...คนที่ได้สถานะใหม่เป็นแม่เลี้ยงหมาด ๆ... นับตั้งแต่วันนั้น พ่อของฉันท่านก็ดูมีชีวิตชีวามากยิ่งขึ้น ท่านที่ทุกเวลาเหมือนกับว่าได้ถูกหยุดไว้ที่ผู้หญิงคนนี้แล้ว จนบางครั้งฉันเผลอคิดไปเองว่าตัวเองคงใกล้จะเลือนรางหายไปจากความทรงจำของคนเป็นพ่อในทุกขณะแล้ว ความรู้สึกไร้ตัวตนที่กลืนกินวิญญาณฉันไปจนหมดสิ้น เพราะช่วงเวลาที่ล่วงเลยผ่านไปหลายปี ทำให้ฉันในตอนนี้เปรียบเสมือนคนแปลกหน้าที่มาอาศัยอยู่ในบ้านหลังนี้แทน อีกทั้งวันเวลาก็ได้นำพาให้ฉันเข้าสู่วัยสาวสะพรั่งจนเหลือเวลาอีกแค่ปีเดียวเท่านั้น ฉันก็จะเรียนจบในระดับมหาวิทยาลัยแล้ว... ...มันคงเหลือเวลาอีกไม่นานแล้วซินะ...ที่ฉันจะสามารถไปมีตัวตนในที่ที่เป็นของฉันสักที... ฉันนับถอยหลังรอวันที่ตัวเองจะได้โบยบินออกไปจากบ้านหลังนี้ โดยเฝ้าแต่คิดว่ามันจะคุ้มค่ากับความอดทนที่ทำอยู่มากแค่ไหน ถ้าหากว่าในอนาคตฉันจะได้ไปเริ่มต้นชีวิตใหม่ที่ไหนสักแห่งบนโลกใบนี้ที่ไม่ใช่ที่นี่ หลังจากที่ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมาฉันได้ทำตัวเหมือนธาตุอากาศอยู่ภายในบ้านมาโดยตลอด และถึงแม้ว่าผู้หญิงคนใหม่ของพ่อจะไม่ได้มาวุ่นวายอะไรกับฉัน แต่เธอนั้นก็ได้พรากสายใยเดียวของฉันไปและปล่อยให้ฉันชินชากับการอยู่ตัวคนเดียวมาเนิ่นนาน อีกทั้งในช่วงระยะเวลาที่ดำเนินผ่านไปในแต่ละวัน ถึงแม้ว่าภายนอกของฉันจะดูเหมือนไม่ได้ทุกข์ร้อนอะไรกับทุกสิ่งทุกอย่างที่เกิดขึ้น แต่ทว่า...จะมีใครรู้บ้างว่าข้างในมันช่างยากลำบากเหลือเกินที่จะใช้ชีวิตให้ผ่านไปได้ในแต่ละวัน... แต่ในขณะที่ฉันกำลังเฝ้ารอวันที่จะได้หลุดพ้นออกไปจากบ้านหลังนี้...ใครมันจะไปคาดคิดว่า...ไอ้โชคชะตาเฮงกะบ๊วยความซวยที่เหมือนกับรอจ้องเล่นงานฉันไม่มีวันจบวันสิ้น เหมือนว่าไม่อยากให้ฉันได้มีความสุขในชีวิตนี้ มันจะได้สร้างเรื่องราวบททดสอบอันใหม่ขึ้นมา แล้วส่งให้มาเล่นงานฉันอีกครั้ง และหวังว่าจะฝังฉันให้จมดิน... เมื่อเย็นวันหนึ่งมันเป็นวันที่เหมือน ๆ เช่นทุก ๆ วันในขณะที่ฉันกำลังจะกลับบ้านหลังเลิกเรียนคลาสสุดท้ายในมหาวิทยาลัย...เสียงโทรศัพท์ที่ดังขึ้นอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อนได้โทรมาเพื่อส่งข่าวบอกให้ฉันรับรู้ถึงบางสิ่งบางอย่างที่กำลังจะทำให้ฉันถึงกับล้มทั้งยืน จนไม่อยากที่จะมีชีวิตอยู่อีกต่อไปแล้ว... กริ๊งงงง...กริ๊งงงงงงงง ~~ ชื่อที่ฉายอยู่บนหน้าจอทำให้ฉันถึงกับต้องขมวดคิ้วด้วยความสงสัย นั่นก็เพราะนานแค่ไหนแล้วนะที่คนคนนี้ไม่ได้โทรมาหาฉันเลย หน้าจอแสดงชื่อผู้โทรเข้ามา... (ป้านี) ‘สวัสดีค่ะป้านี’ ฉันกรอกเสียงตามสาย ‘หนูลิน...!! รีบกลับบ้านมาเร็วเลยลูก เกิดเรื่องใหญ่แล้ว’ ป้านี ป้าที่อยู่ข้างบ้านที่ฉันและครอบครัวเคยสนิทเมื่อครั้งตอนที่อยู่กันพร้อมหน้าพร้อมตาได้โทรศัพท์มาหาฉันเพื่อบอกข่าวร้ายที่ฉันไม่อยากให้เกิดขึ้น ‘เดี๋ยวนะคะ ป้านี ใจเย็น ๆ นะคะ มีเรื่องอะไรเหรอคะ’ ฉันที่แม้ว่าหัวใจจะรู้สึกกระตุกวูบแต่ก็ยังพยายามข่มเสียงไม่ให้สั่นเอ่ยถามออกไป ‘เอาเป็นว่าหนูกลับมาก่อนนะ แค่นี้นะลูก’ แล้วป้านีก็รีบร้อนตัดสายฉันไปในทันที ก่อนจะปล่อยให้ฉันยืนตัวสั่นใจสั่นเรียกสติตัวเองอยู่สักพัก...
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD