กรุงเทพมหานคร, ปี 2567
เสียงฝนสาดกระทบกระจกหน้าต่างห้องทำงานไม้โอ๊กสไตล์จีนโบราณอย่างบ้าคลั่ง แต่มันยังเบากว่าเสียงหัวใจที่เต้นระรัวด้วยความคับแค้นของ 'จาง เหม่ยหลิน'
หญิงสาววัย 29 ปี ยืนตัวตรงอยู่หน้าโต๊ะทำงานตัวใหญ่ของผู้เป็นพ่อ รูปลักษณ์ของเธอไร้ที่ติ ผิวขาวผ่องราวกับหยกเนื้อดี ชุดสูทสีครีมที่ตัดเย็บอย่างประณีตขับเน้นรูปร่างอกเป็นอกเอวเป็นเอวให้ดูสง่า แต่ในสายตาของคนตรงหน้า... เธอเป็นเพียงสินค้าชิ้นหนึ่งที่กำลังจะถูกส่งมอบ
"พ่อจะให้หลินแต่งงานกับคุณสิริ? ทั้งที่หนูทำกำไรให้บริษัทมหาศาลเนี่ยนะพ่อ!" เสียงของเธอสั่นเครือ "หนูจบโทบริหาร หนูทุ่มเททุกอย่าง ทำไมพ่อถึงมองไม่เห็นความสามารถของหนูเลย"
เจ้าพ่อจาง วางถ้วยน้ำชาลงอย่างใจเย็น แววตาที่มองลูกสาวคนโตเรียบเฉยเสียจนน่าใจหาย
"คุณสิริอายุแค่ 45 ปี กำลังหนุ่มแน่น มีอิทธิพลทั้งในสภาและวงการธุรกิจ แกแต่งกับเขาแกก็ได้เป็นคุณนาย มีความมั่นคงไปตลอดชีวิต ผู้หญิงเก่งไปก็เท่านั้นเหม่ยหลิน... หน้าที่ของแกคือแต่งงานกับคนที่เกื้อกูลธุรกิจของครอบครัวเราได้ ส่วนเรื่องบริหาร หลังจากนี้ 'อาเฉิน' จะเข้ามาดูแลแทนแกทั้งหมด"
"อาเฉินเหรอคะ?" หลินหัวเราะออกมาอย่างสมเพช "น้องชายที่วันๆ เอาแต่เที่ยวคลับ ผลาญเงินเล่นไปวันๆ พ่อจะยกตำแหน่งประธานให้เขาเนี่ยนะ?"
"เพราะเขาเป็นผู้ชาย! ยังไงเขาก็ต้องเป็นผู้นำตระกูล" พ่อตบโต๊ะเสียงดังสนั่น "แกมันก็แค่หยกประดับบ้าน ถึงเวลาต้องออกเรือนก็ต้องไป แม่แกเขาก็เห็นดีเห็นงามด้วย อย่าให้เรื่องมาก!"
หลินหันไปมองผู้เป็นแม่ที่นั่งก้มหน้าอยู่มุมห้อง แม่รักเธอ... แต่แม่รักความสบายและไม่เคยกล้าขัดใจพ่อแม้แต่คำเดียว ความเงียบของแม่คือมีดที่กรีดซ้ำลงบนแผลเดิมที่หลินถูกกระทำมาตลอดชีวิต
น้องต้องได้สิ่งที่ดีที่สุด... น้องต้องมาก่อน... คำพูดนี้ดังก้องอยู่ในหัวเธอมาตั้งแต่จำความได้
"ได้ค่ะ... ในเมื่อพ่อเห็นหนูเป็นแค่สิ่งของมาตลอด หนูเกรงว่าพ่อจะรักษาหยกชิ้นนี้ไว้ไม่ได้นาน"
หลินหมุนตัวเดินออกจากห้องนั้นโดยไม่หันหลังกลับ เธอคว้ากุญแจรถสปอร์ตคู่ใจแล้วพุ่งทะยานออกไปท่ามกลางพายุฝน ความเจ็บปวดพุ่งพล่านไปทั่วร่างก่อนจะกลายเป็นความชาหนึบ วินาทีที่ลมหายใจเริ่มขาดช่วง เธอคนเก่านั้นได้ตายลงพร้อมกับคำสาปแช่งในใจ