บทที่ 1 จุดเริ่มต้นของคำมั่นสัญญา
กริ๊ง! เสียงออดเข้าเรียนดังขึ้นภายในห้องเรียนมัธยมต้นเพื่อนทุกคนต่างพากันคุยเสียงดังยกเว้นเธอ มะลิเด็กผู้หญิงที่ไม่ค่อยอยากจะสุงสิงกับใครแต่กลับกันเพื่อนของเธอทั้งสองคนดันเป็นคนพูดมาก เฮฮาสนุกสนานและรักเธอมากๆ เพราะเธอมักจะถูกคนอื่นแกล้งอยู่เสมอ ใบหน้าเล็กหันไปมองภาพผ่านทางช่องหน้าต่าง ภาพที่ชายหนุ่มกำลังเล่นสนุกอยู่กับเพื่อนของตัวเองใต้ร่มไม้ใหญ่ รอยยิ้มของเขาทำให้มะลิเผลอยิ้มตามออกมา ก่อนที่ทุกอย่างจะหยุดลงเมื่อเสียงทุบโต๊ะดังขึ้น ปึง! มะลิสะดุ้งโหยงก่อนจะหันกลับมามองคนตรงหน้า
“ปิ่น! เธอมาทุบโต๊ะเราทำไม?” มะลิเอ่ยถามด้วยความรู้สึกที่ไม่โอเค
“คิดว่าตัวเองเป็นใคร เห็นหน้าตาแบบนี้แรดชิบผายเลยว่ะ เมื่อวานกูเห็นนะที่มึงนั่งซ้อนท้ายพี่พีไปอ่ะ!” เสียงฮือฮาของบรรดาเพื่อนในห้องดังขึ้นเมื่อรู้เรื่องที่เกิดขึ้น แต่คนที่ไม่ได้รู้สึกโอเคแต่รู้สึกหวั่นใจมากๆ ที่มีคนเห็นเธอไปกับเขา
“ปิ่นพูดอะไร เราไม่รู้เรื่องอีกอย่างมาพูดแบบนี้มันจะทำให้พี่เขาเสียหายเอานะ” มะลิโต้กลับ
“ตอแหลว่ะ มึงจำไว้นะหน้าตาอย่างมึงพี่เขาไม่มีวันสนใจหรอกอีโง่!”
ผลั่ก!
“อีลิ มึงกล้าผลักกูหรอ ห๊ะ!”
“มึงหยุดเลยนะปิ่น มึงมาหาเรื่องลิก่อน เอาสิถ้ามึงกล้าทำเพื่อนกูเจอกูต่อยหน้าแหกแน่!” วันตะคอกใส่ปิ่น เพราะการกระทำและคำพูดของปิ่นนั่นไม่ใช่สิ่งที่ควร
“ใช่! อีกอย่างถ้าเรื่องจริงมันก็เรื่องของลิมัน มึงอย่าเสร่อ!” นิเสริมอย่างรู้สึกหมั่นไส้เพราะรู้ว่านิสัยของปิ่นเป็นยังไง
“ฝากไว้ก่อนเถอะมึง!” จบประโยคของปิ่น ทุกอย่างก็กลับไปอยู่ในความสงบและเริ่มเรียนกันตามปกติ มะลิได้แต่คิดไม่ตกกลัวว่าถ้าเรื่องแพร่ออกไปเธอจะต้องถูกคนในโรงเรียนมองยังไง
พักกลางวัน
“กินอะไรกันดีอ่ะวันนี้?” นิเอ่ยถาม
“ข้าวก็แถวโคตรยาว ไปแดกเตี๋ยวกันเถอะ” วันเสนอความเห็นก่อนที่ทั้งสามจะเดินตรงไปยังร้านก๋วยเตี๋ยวพร้อมกัน ในระหว่างที่ต่อแถวอยู่นั่นไหล่บางก็ถูกสะกิด เธอลืมหันไปมองด้านหลังทันที ร่างเล็กหยุดนิ่งรอยยิ้มตรงหน้าทำใจสั่นไหว
“เป็นยังไงบ้างอ่ะ พี่อดห่วงไม่ได้เลย” คำถามปนห่วงใยของเขาดังขึ้นนั่นทำให้เธอตื่นจากภวังค์ความคิด
“อ๋อ! หนูโอเคค่ะ แค่นี้เองทำอะไรหนูไม่ได้หรอกค่ะ” เธอตอบพลางยิ้มออกมาเล็กน้อย
“พรุ่งนี้ว่างมั้ย?” เขาเอ่ยถาม
“คะ เอ่อ..ว่างค่ะ!” เธอตอบด้วยใบหน้างุนงง
“งั้นดีเลย เดี๋ยวพี่ไปรับที่บ้านนะ”
“ห๊ะ!”
“เบาๆ สิตัวเล็ก” ตาเล็กมองปริบๆเมื่อถูกมือหนายื่นมาปิดปาก ก่อนจะพยักหน้าอย่างเข้าใจ เขาจึงค่อยๆ ปล่อยมือออกจากปากของเธอ
“พี่จะพาหนูไปไหนคะ?” เธอเอ่ยถามด้วยความสงสัย คิ้วเรียวกดเข้าหากันโดยอัตโนมัติ
“เดี๋ยวก็รู้เองแหละ” จบประโยคเขาก็ปล่อยให้เธองงมาจนมาถึงอีกวันที่เขาได้นัดเธอไว้
ร่างเล็กในชุดธรรมดาเสื้อยืดกับกางเกงยีนต์รองเท้าแตะ ผมมัดรวบหลวมๆ ใบหน้าที่ไร้เครื่องสำอางเติมแต่ง ยืนมองตัวเองอยู่ที่หน้ากระจก ก่อนจะถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่
“เฮ้อ! ผู้หญิงแบบเราพี่เขาคงไม่ชอบหรอก อย่าคิดเข้าข้างตัวเองไปหน่อยเลยมะลิ” คำพูดตัดพ้อตัวเองที่ออกมาจากความรู้สึกทั้งหมด ใครๆ ก็พูดว่าเธออย่าหวังสูงกับเรื่องความรักเลยเพราะอย่างไรเสียเธอก็ไม่ได้คู่ควรกับเรื่องนี้สักเท่าไหร่นัก!
“นั่นมึงจะไปไหนมะลิ?” เสียงเอ่ยถามของผู้เป็นยายดังขึ้น
“ไปทำธุระน่ะยาย ลิไปแป๊ปเดียว เดี๋ยวก็กลับ” เธอเอ่ยบอกยายตัวเองเพื่อไม่ให้เป็นห่วง
“แล้วจะไปกับใคร?” คำถามของยายตอบยากจังไม่กล้าจะโกหกแต่กลัวยายดุและไม่ให้ไปในระหว่างที่เธอกำลังคิดอยู่นั่นเสียงที่ไม่คาดคิดก็ดังขึ้น
“สวัสดีครับยาย” ซวยล่ะไอ้ลิ=O=!
“อ้าว! คุณพีมาทำอะไรที่บ้านยายหรอ”
“ผมมารับมะลิน่ะครับ พอดีจะพาน้องไปเลี้ยงขนมไถ่ที่ทำน้องเจ็บตัวครับ ผมต้องขอโทษยายด้วยนะครับที่ทำให้หลานยายเจ็บตัว” บทสนทนาของทั้งคู่ทำเอาคนที่ยืนฟังอยู่นั่นถึงกับงงกับการพูดคุยที่ดูสนิทกัน
“ยายรู้จักพี่เขาด้วยหรอจ๊ะ?” มะลิเอ่ยถามยายด้วยความอยากรู้
“ก็คุณพีลูกคุณไพลินเจ้าของที่ ที่เราอยู่นี่ไง”
“ทำไมลิไม่เคยรู้มาก่อนเลยล่ะจ๊ะยาย”
“มึงจำเป็นต้องรู้ทุกเรื่องเลยหรือไง ไปเถอะจะไปไหนก็ไปอย่ากลับเย็นล่ะ”
“ขอบคุณครับยาย ไปกันเถอะ” จบประโยคทั้งคู่ก็เดินตามกันออกมาซ้อนมอเตอร์ไซค์
“จับไว้ดีๆ นะรู้มั้ย ใส่หมวกกันน็อคด้วย” พีพูดพร้อมกับยื่นหมวกกันน็อคส่งให้เธอ มือเล็กยื่นไปรับก่อนจะเอามาสวมใส่ ท่าทางเก้ๆ กังๆ ที่พยายามติดที่ล็อกแต่ก้ใส่ไม่ได้ทำให้คนที่มองผ่านกระจกส่ายหน้าอมยิ้มไปมาให้กับท่าทางที่น่าเอ็นดูของเธอ ก่อนจะก้าวลงจากรถและยื่นมือไปจัดการเอง ใบหน้าหล่อยื่นเข้ามาใกล้ ใกล้เสียจนรับสัมผัสจากลมหายใจอุ่นๆ ของเขา ตึกตัก! ตึกตัก! เสียงใจดวงน้อยเต้นโครมคราม ใบหน้าเริ่มรู้สึกเห่อร้อน
“ทำไมใจเต้นแรงจัง หน้าแดงด้วยไม่สบายหรอ?” เขาพูดพร้อมกับยื่นมือไปแตะอังที่หน้าผากมน “ตัวก็ไม่ร้อนนี่!”
“เรารีบไปกันเถอะค่ะ” เธอรีบตัดบทและรีบหันหน้าหนีทันทีเพื่อเลี่ยงอาการเคอะเขินของตัวเอง
เราไม่รู้เลยว่าสิ่งที่พี่เขาทำมันคือการไถ่โทษหรืออะไรกันแน่ แต่การได้อยู่ใกล้พี่เขามันทำให้เรารู้สึกอบอุ่น ปลอดภัยและเป็นตัวของตัวเอง พี่พีจะคอยดูแลเทคแคร์เราตลอดระยะเวลาที่อยู่ด้วยกัน พี่เขาเลี้ยงไอศกรีม เค้ก ชาไข่มุก และพาเราไปนั่งเล่นที่สวนสาธารณะ
“มะลิชอบวิชาอะไรหรอ?” คำถามนี้ฉันควรตอบออกไปยังไง เพราะที่เรียนๆ ฉันไม่เก่งเลยทั้งคณิต อังกฤษ ซึ่งเป็นวิชาหลักซะด้วยนี่สิ
“เอ่อ…ลิชอบภาษาอังกฤษค่ะ แต่ว่า..ลิอ่านไม่ค่อยออกและก็แปลไม่ถูกด้วยค่ะ” พูดไปก็อายไป ทำไมนะถึงได้กล้าพูดมันออกไป
“ไม่เห็นเป็นอะไรเลย เอายังงี้มั้ยเดี๋ยวหลังเลิกเรียนพี่จะมาหาลิที่บ้านทุกวัน พี่จะติวให้ทุกวิชาที่ลิไม่เข้าใจ และไม่ต้องเกรงใจนะเพราะพี่บังคับ”
“แต่ลิ…คือว่า..ลิกลัวว่าจะมีคนเห็นและเอาไปพูดพี่จะเสียหายเอานะคะ”
“ฟังพี่นะ ลิอย่าไปแคร์หรือสนใจคนอื่นที่ไม่ได้หวังดีกับเราสิ ชีวิตลิอย่าให้คนอื่นมาตัดสิน อย่าให้คนที่ไม่ได้หวังดีเข้ามาในชีวิต อย่าเก็บเอาคำพูดที่ไม่ดีมาใส่สมอง เพราะมันจะทำให้ลิเครียด อย่าไปยึดติดกับสิ่งที่ไม่ควร จำไว้นะเติบโตอย่างเข้มแข็ง อย่าได้หวาดกลัวต่อสิ่งที่เขามา”
คำพูดของพี่พีมันเหมือนก้อนเมฆที่กำลังห่อหุ้มตัวเราเอาไว้เพื่อให้เราลอยได้สูงขึ้น ทำให้เราคิดได้ในหลายๆ เรื่องที่กำลังเผชิญ ไม่รู้ว่าทำไมในตอนนั้นเราถึงได้ยอมฟังทุกคำพูดของพี่พี แต่ภายในใจของเรามันกลับพองโตขึ้นมาทันที
“ขอบคุณพี่มากนะคะที่ช่วยเหลือลิ” เราไหว้ขอบคุณ และจังหวะแบบนี้อีกแล้วใจของเราเต้นโครมครามเมื่อถูกมือหนาของพี่พียื่นมาขยี้ผมเราด้วยความเอ็นดู
“ถ้าถึงวันนั้นที่ลิทำได้ พี่จะให้ลิขอพี่มาได้อย่างหนึ่ง”
หลังจากวันนั้นพี่พีก็ทำตามคำพูดทุกอย่างโดยทุกๆ เย็นพี่พีจะมาหาเราถึงบ้านเพื่อติวให้ เอาจริงๆ ทำไมตอนที่ครูสอนเราถึงไม่เข้าใจก็ไม่รู้ แต่กับพี่พีเรากลับรู้เรื่องและจำมันง่ายขึ้น แต่เราก็ไม่ได้ปล่อยให้พี่พีสอนอย่างเดียวนะ เราพยายามเข้าห้องสมุดในเวลาที่ว่าง และกลับมาทบทวนเอาที่บ้าน จนผลการสอบออกมาดีมากๆ จนเพื่อนสงสัยแต่แล้วเรื่องของเรากับพี่พีก็แพร่กระจายไปทั่วโรงเรียน สิ่งที่เราคิดกลับไม่เกิดขึ้นเพราะพี่พีเป็นคนจัดการทั้งหมด และคอยปกป้องเราตลอดจากการถูกด่าหรือกลั่นแกล้ง แต่เราก็ไม่ได้คอยให้พี่พีช่วยเหลืออย่างเดียวนะ เราก็เริ่มฮึดสู้พร้อมกับวันและนิที่คอยอยู่ข้างเราเสมอ จนวันที่พี่เขาเรียนจบมอปลาย เย็นของวันนั้นฉันตั้งใจที่จะสารภาพกับพี่เขาแต่ก็ต้องเก็บมันไว้ในใจเรื่อยมาเพราะการที่เราอยากรู้อยากได้ยิน
“พีเธอไม่ได้ชอบน้องเขาใช่มั้ย?” เสียงหวานเอ่ยถามผู้ชายตรงหน้า
“ใช่ เราไม่ได้ชอบเราแค่เห็นน้องเขาเป็นน้องสาวคนหนึ่งเท่านั้น เราช่วยเพราะสงสารน้องเขา แก้วฟังพีนะ พีมีแค่แก้วคนเดียว” ดอกกุหลาบที่เราเตรียมมาตกลงพื้นทันที เพราะอะไรก็ไม่รู้แต่เรากลับรู้สึกเจ็บ เจ็บมากๆ แต่ก็เข้าใจทุกอย่างและเราก็เก็บทุกคำพูดมาคิดและพัฒนาตัวเองให้ดีขึ้น เก่งขึ้น จนได้ทุนเรียนต่อในรั้วมหาลัย