จากวันเป็นเดือน จากเดือนเป็นปีความสัมพันธ์ที่ฉันไม่เคยรับรู้ได้เลยว่ามันเป็นแบบไหนกันแน่พี่พีชอบเข้ามาทำให้ใจฉันปั่นป่วนมาเล่นกับความรู้สึกของฉันจนมันเกินเลยไปมากกว่าคำว่าพี่น้องสำหรับตัวฉันเองแค่ฉันคนเดียวที่รู้สึกเพราะพี่พีทำเหมือนมันเป็นเรื่องปกติและแล้ววันที่ฉันต้องจำยอมก็เกิดขึ้นโดยไม่ทันได้ตั้งตัว
พรึ่บ!
ร่างเล็กถูกกดลงยังเตียงนุ่มตามด้วยร่างหนาที่คร่อมทับเธอเอาไว้ รอยยิ้มร้ายกระตุกขึ้นที่มุมปาก สายตาคมเข้มจดจ้องใบหน้าหวานที่คุ้นเคย
“พะ..พี่จะทะ..ทำอะไรคะ?” เสียงติดขัดเอ่ยถามด้วยความหวาดหวั่นใจ
“แล้วน้องอยากให้พี่ทำอะไรล่ะคะ ชอบพี่ไม่ใช่หรือไง งั้นพี่ขออะไรอย่างสิ” หัวคิ้วเรียวขมวดแน่นเข้าหากันก่อนจะเอ่ยถามกลับไป
“ช่วยอะไรคะ?” เสียงหวานเอ่ยถามด้วยใบหน้าสงสัย
“ช่วยมาแกล้งเป็นแฟนพี่หน่อยได้มั้ย” ประโยคขอร้องของเขาทำใจเธอกระตุกวูบ เขาเห็นเธอเป็นอะไรกัน
“แค่แกล้งหรอคะ ทำไปเพื่ออะไรคะ?” เสียงหวานเอ่ยถามอย่างข้องใจ
“ช่วยพี่ได้มั้ยลิ ได้มั้ยครับ” ใจอันบอบบางอ่อนระทวยเมื่อคำร้องขอของเขาเป็นผล
“ค่ะ ลิจะยอมช่วยพี่ แต่มีข้อแม้พี่ต้องหยุดมั่วกับผู้หญิงทุกคน!” ประโยคลองใจของเธอที่ทำให้ทั้งเจ้าของคำถามและคนฟังรู้สึกหวั่นใจอย่างบอกไม่ถูก แต่แล้วรอยยิ้มมุมปากก็เผยขึ้นบนใบหน้าหล่อ
“ได้สิ นี่ขนาดยังไม่ได้เป็นแฟนกันเธอก็หึงพี่แล้วหรือไง หื้ม!” สิ้นสุดประโยคใบหน้าหล่อก็โน้มลงมาทำให้ปลายจมูกของทั้งคู่ชนกัน ตึกตัก! ตึกตัก! เสียงหัวใจดวงน้อยเต้นโครมครามกับการกระทำของเขาใบหน้าทั้งสองชิดกันจนสัมผัสได้ถึงลมหายใจอุ่นๆ ก่อนที่ริมฝีปากหนาจะค่อยๆ กดลงมาทาบทับริมฝีปากบางจนแนบสนิท ปากนิ่มถูกดูดดึงขบเม้มเรียวลิ้นหนาสอดสิ้นเกี่ยวพันเข้ามาในโพรงปากเล็ก มือหนาจับลูบศีรษะของเธอด้วยสัมผัสที่อ่อนโยน มะลิจำยอมเขาโดยที่เธอไม่แม้แต่จะขัดขืนเพราะความใจอ่อนและคงเป็นเพราะเธอรักเขาไปแล้วทั้งใจถึงแม้ว่าเขาจะไม่ได้คิดแบบเดียวกับเอก็ตาม
ฉันยอมรับรสสัมผัสนี้ทั้งที่รู้อยู่แก่ใจว่าเขาอาจจะไม่ได้คิดอะไรกับเราจริงจังก็ตามแต่ใครจะไปรู้วันหนึ่งถ้าเขารู้สึกดีกับฉันขึ้นมาจริงๆ มันก็เป็นผลดีไม่ใช่หรอ…แล้วมันเมื่อไหร่กันนะ เมื่อไหร่ที่เขาจะรักฉันจริงๆ รักที่มาจากความรู้สึกจริงๆ ไม่ได้แสดงออกว่ามันเป็นแค่การแสดง
“อื้อ! พอแล้วค่ะ” เสียงหวานเอ่ยปราม พีผละใบหน้าออกก่อนจะยกยิ้มขึ้น ฟอด! ปลายจมูกคมฝังลงมายังแก้มนวลเขาแสดงออกชัดเจนว่ามันเขี้ยวเธอขนาดไหนเพราะหน้าตาจิ้มลิ้มนี้น่าฟัดจนเขาห้ามใจไม่อยู่
“ลิทำพี่ค้างนะหนูรู้มั้ย” เสียงเข้มเอ่ยแผ่วด้วยอารมณ์ที่ค้าง แต่เขาทำอะไรมากไปกว่านี้คงไม่ได้เพราะเธอเป็นผู้หญิงที่เขาอยากจะเก็บไว้ใกล้ๆ อยากให้เธอยอมเขาจริงๆ มะลิเป็นผู้หญิงที่น่าทะนุถนอมมากจนเขาไม่กล้าทำอะไรเธอรุนแรงและไม่อยากให้เธอต้องคิดมากไปกว่านี้ เขารู้ว่าเธอคิดยังไงและเขาก็คงคิดไม่ต่างจากเธอ
“พี่ลุกก่อนได้มั้ยลิหนักค่ะ” ใบหน้าแดงระเรื่อเผยขึ้นเมื่อเจ้าของเกิดอาการเคอะเขินใบหน้าร้อนผ่าว ริมฝีปากบางเม้มแน่นเข้าหากัน
“พี่ง่วงแล้ว ขอนอนด้วยนะอย่าลุกไปไหนเลยนะ” คำขอที่หน้ามึนแต่ใจเธอกำลังปั่นป่วนมากขึ้น เขาล้มตัวลงมานอนด้านข้างก่อนจะโอบรัดร่างเล็กเอาไว้ในอ้อมกอด
“พี่ก็ไปนอนห้องพี่สิคะ ลิจะทำความสะอาดห้องค่ะ นี่พึ่งจะเที่ยงเองนะคะ” เธอเอ่ยแต่ก็ไม่ได้ขยับหนีออกจากอ้อมแขนแกร่งที่โอบรัดร่างของเธอเอาไว้แน่น
“พี่คิดถึงช่วงเวลานั้นจังวันนั้นมีเด็กผู้หญิงคนหนึ่งเดินเซ่อๆ มาข้างสนามบอลแต่ก็ดันโชคร้ายถูกลูกบอลอัดเข้าหน้าเต็มๆ จนพี่ต้องรีบวิ่งเข้าไปช่วย นึกถึงตอนนั้นก็ตลกเนอะแต่ก็เป็นช่วงเวลาที่ดีมากๆ เลย เพราะมันทำให้เราได้เจอกัน” รอยยิ้มน้อยๆ เผยขึ้นบนใบหน้าหวานกับความรู้สึกหลากหลายเมื่อเขาเอ่ยถึงช่วงเวลาเก่าๆ ที่ผ่านมา
“พี่แอบมองลิหรอคะ?” เสียงหวานเอ่ยขึ้นทำให้คนที่ถูกยิงคำถามใส่ถึงกับเลิ่กลั่กเพราะเขาไม่รู้ว่าจะตอบเธอยังไง จะบอกว่าไม่ก็คงไม่ใช่
“พี่หันไปเห็นพอดีน่ะเลยเห็นเด็กคนเนี้ย” พูดพร้อมกับยื่นมือมาดึงแก้มนิ่มด้วยความมันเขี้ยว
“แต่ลิมองพี่ตลอดเลยนะคะ” คนตัวเล็กพูดออกมาพร้อมกับความรู้สึกที่น้อยใจทำไมกันนะ
“พี่ก็พอจะรู้นะ เพราะพี่จะเห็นเด็กคนหนึ่งเดินผ่านหน้าห้องเรียน สนามบอล ห้องดนตรี กระทั่งหน้าห้องน้ำชาย”
“พี่รู้ได้ไงคะ?” มะลิโผลงด้วยสีหน้าที่ตกใจเพราะทุกครั้งที่เธอเจอเขา เขาแทบจะไม่หันหน้ามาทางเธอเลยด้วยซ้ำแต่ทำไมเขาถึงได้รู้ขนาดนี้ล่ะ
“ไม่คุยด้วยแล้วนอนเถอะนะครับเด็กน้อย”
“พี่พี!”
“ครับน้องลิ”
“มึนสุดๆ”
“ก็เป็นแค่กับลิคนเดียวนั่นแหละ” คำพูดของเขามันเป็นคำพูดที่ถ้าใครได้ฟังก็คงจะเขินทั้งนั้น เพราะเธอก็เป็นและยิ่งไปกว่านั้นใจของเธอก็เต้นแรงจนกลัวว่าเขาจะจับได้
ไม่รู้ว่าผมจะเก็บเธอไว้แบบนี้ได้นานแค่ไหน ทั้งที่อยากจะขอเป็นแฟนจริงๆ แต่ทำไมกันนะผมถึงไม่กล้าพูดออกไปตรงๆ แต่ถ้าเราคบกันจริงๆ ผมจะปกป้องเธอได้มากแค่ไหนกันจะดูแลเธอได้ดีขนาดไหนนะ เพราะคำว่าครอบครัวรึเปล่าที่มันทำให้ผมไม่กล้าที่จะพาเธอไปสู่โลกของผม โลกที่ผมไม่อยากจะให้เธอเข้าไปเหยียบ….เพราะเธอคือความสดใสในโลกของผม
“นี่ตาพีมีอะไรปิดบังพวกเรากันแน่คะคุณ!” ไพลินเอ่ยถามสามีด้วยความข้องใจ
“คงจะอย่างงั้นแต่ผมพอรู้มาบ้างแล้วแหละ แต่ตอนนี้มันยังไม่ถึงเวลาปล่อยลูกไปก่อนเถอะอย่าวุ่นวายกับเขานักเลยคุณลิน” ปกรณ์เอ่ยบอกผู้เป็นภรรยาด้วยน้ำเสียงนิ่งเรียบ
“ปล่อยไปได้ยังไงคะคุณ คุณก็รู้ว่าตาพีเป็นคนยังไงถ้าเกิดไปคว้าเอาผู้หญิงไม่มีหัวนอนปลายเท้ามาจะทำยังไง เมื่อก่อนเราห้ามได้แต่ตอนนี้ยิ่งโตก็ยิ่งหัวแข็ง ดื้อไม่ยอมฟังใครเลย”
“ลูกโตแล้วนะคุณ ลูกควรมีชีวิตเป็นของตัวเองอย่าไปบงการอะไรเขานักเลย” ปกรณ์รู้จักนิสัยของภรรยาเขาดีและเขาก็รู้จักนิสัยลูกชายเขาดีเช่นกันว่าทั้งคู่เป็นคนยังไง เขาเห็นและรู้ในสิ่งที่ลูกชายทำขอแค่เขาทำแล้วมันเป็นความสุขของลูกเขาก็ไม่อยากขัด
“บงการหรอ? ฉันหวังดีทั้งนั้นคุณรู้มั้ย ไม่ได้เรื่องทั้งพ่อทั้งลูก คอยดูฉันจะจัดการเอง!” จบประโยคไพลินก็ก้าวเดินออกจากห้องไปด้วยอาการไม่ได้ดั่งใจ ไม่มีใครทำอะไรถูกใจสักคน
“เฮ้อ! ทำไมคุณถึงได้เปลี่ยนไปขนาดนี้นะไพลิน ตาพีอะไรที่พ่อช่วยได้พ่อจะช่วยลูกเอง”