ตือดึ่ง ๆ ตือดึ่ง ๆ เสียงแจ้งเตือนมายดีในกระเป๋าดังไม่หยุด ไอ้ตังเพื่อนผมคงส่งข้อความมาให้รีบขึ้นห้องเรียนแน่ ๆ ผมวิ่งมาถึงตึกเรียน จะขึ้นลิฟต์ก็ไม่เคลื่อนลงมาสักที เอาวะชั้น 4 เป็นไงเป็นกัน
ผมวิ่งขึ้นตึก ชั้นที่ 1 ชั้นที่ 2 ชั้นที่ 3 และ โครม ผมชนเข้ากับคนที่วิ่งสวนลงมาจากชั้น 4 ที่ผมกำลังจะวิ่งขึ้น ไม่รู้ว่าชนอีท่าไหน ผมล้มไม่เป็นท่า บอกเลยว่าโคตรเจ็บ
‘แม่งมันวันอะไรวะเนี่ย’ ผมคิดในใจ
“เป็นอะไรมากไหมครับ เจ็บตรงไหนไหม” คู่กรณีถามผม พร้อมพยุงผมให้ลุกขึ้นแบบยากลำบาก เพราะผมแทบจะลุกไม่ได้เลย
‘ก็เจ็บก้นนี่หว่า แม่งเอ๊ย’
“ไปห้องพยาบาลไหม เดี๋ยวพี่พาไป” ผมเงยหน้ามองคนที่ช่วยพยุงผมอยู่ แต่กลับมองไม่ชัด ภาพเบลอ
“น้องครับ เป็นอะไรหรือเปล่า” เขาถามผมอีกครั้ง
“เอ่อ เจ็บก้นครับ เมื่อกี้ลมกระแทกพื้น เจ็บฉิบหายเลย” ผมบ่นออกมา ก็มันเจ็บนี่นา
“เดี๋ยวพี่พาไปห้องพยาบาลนะ ค่อย ๆ เดิน” เขาทำท่าจะพาผมเดิน
“เอ่อ พี่ครับไม่ต้องก็ได้ครับ เดี๋ยวผมเข้าเรียนไม่ทัน”
“ไม่ได้ครับ ต้องไปตรวจดูก่อน เผื่อเป็นอะไร จะได้รักษาทัน ไปครับเดิน”
“แต่พี่ครับ” ผมพูดได้เท่านั้นก็หุบปากเลยครับ พี่เขาทำเสียงดุใส่ผม ไม่ได้กลัวนะครับ แค่ไม่อยากมีเรื่อง
เมื่อมาถึงห้องพยาบาล พี่เขาบอกอาการให้อาจารย์ที่ห้องพยาบาลฟัง ผมเลยได้ยาแก้ฟกช้ำ และยาแก้ปวดมาทา เมื่อออกจากห้อง ผมเอ่ยปากขอโทษที่วิ่งไม่ดูทาง จนทำให้ชนพี่เขา
“ไม่ต้องขอโทษหรอก พี่ก็วิ่งไม่ดูทางเหมือนกัน ถือว่าเจ๊ากันนะ แล้วนี่เดินไหวไหม เดี๋ยวพี่ไปส่ง”
“เอ่อ ไหวครับ ขอบคุณพี่มากเลย ผมไปก่อนนะครับ”
เฮือก... ลมหนาวสะดุ้งตื่นทันทีทันใด ร่างบางลุกขึ้นนั่ง หัวใจเต้นเร็วอย่างห้ามไม่อยู่ ฝันครั้งนี้มันชัดเจนกว่าครั้งไหน ๆ หรือมันอาจจะไม่ใช่ฝัน มันอาจจะเป็นความทรงจำ ที่ตัวเขาแค่ลืมไปเท่านั้น แต่ที่น่าตกใจก็คือ ผู้ชายในฝันคนนั้น ทำไมเขารู้สึกคุ้นเคยมากขนาดนี้
มหาวิทยาลัย K
ลมหนาวมาเรียนด้วยอาการของคนที่เหม่อตลอดเวลา จนตังสังเกตได้
“หนาวมึงเป็นอะไรวะ ดูเหม่อ ๆ มีเรื่องอะไรหรือเปล่า” ตังถามเพื่อนด้วยความห่วงใย เพราะปกติเพื่อนไม่เป็นแบบนี้
หนาวทำหน้าลำบากใจที่จะพูด เดี๋ยวเพื่อนจะหาว่าบ้า แต่ก็ตัดสินใจพูดเรื่องที่ฝันซ้ำ ๆ ถึงคนคนเดิมให้ตังฟัง
“มึงบอกว่า มึงเริ่มฝันถึงคนคนนี้ ตั้งแต่ที่เริ่มรักษาตัว หลังจากเกิดอุบัติเหตุใช่ไหม” ตังถามเพื่อนเพื่อนำมาวิเคราะห์สาเหตุ
“ใช่” ลมหนาวหนาวพยักหน้างึก ๆ
“กูว่าก่อนที่จะเกิดอุบัติเหตุ มึงต้องอะไร ๆ กับคนคนนี้แน่ ๆ เลย” ตังพูดถึงความน่าจะเป็น ไม่งั้นเพื่อนไม่เก็บมาฝันขนาดนี้หรอก
“อะไร ๆ นี่มันคืออะไรวะ พูดให้เข้าใจหน่อย” ผมต้องบอกให้เพื่อนอธิบาย เพราะคำพูดมันช่างชวนคิดไปในทางนั้นเหลือเกิน
“ก็แบบที่มึงถ่ายรูปส่งให้คุณดวงอาทิตย์ของมึงไง จำได้รึยังว่าเขาคือใคร”
“จำไม่ได้อะ อย่างน้อยถ้านึกอะไรออกก็คงดี” ผมหน้ามุ่ยทันที เมื่อเพื่อนถามถึงความทรงจำที่ผมยังนึกไม่ออก
“ถามจริง ๆ นะ มึงไม่เคยมีภาพอะไรแว็บ ๆ ในหัวบ้างเหรอ” ตังคิดว่ามันต้องมีเศษเสี้ยวความทรงจำบ้างแหละ อะไรจะลืมหมดขนาดนั้น
ลมหนาวพยายามนึกอยู่ครู่หนึ่ง “ที่จริงก็มีนะ”
“ภาพอะไร จำได้ไหม” ตังพูดอย่างตื่นเต้น และลุ้นรอคำตอบจากเพื่อน
“ภาพไม่ปะติดปะต่อ มันสับไปสับมา จนเราปวดหัว”
“แต่อย่างน้อยมันก็เป็นสัญญาณที่ดีนะ เออแล้วตอนนั้นมีอะไรมากระตุ้นหรือเปล่า ทำไมอยู่ ๆ ถึงเห็นภาพ” ตังคิดว่ามันต้องมีสาเหตุ
“เราเห็นภาพ ก็ตอนเมื่อคืนที่เราไปงานวันเกิดบาส ตอนเราไปเข้าห้องน้ำ เราเดินชนกับพี่คนหนึ่งเข้า”
“ใครวะ”
“เขาบอกว่าชื่อพี่ซัน เรียนอยู่คณะเดียวกับเรานี่แหละ”
“เฮ้ย ใช่พี่ซันที่หล่อ ๆ ขาว ๆ สูง ๆ อดีตเดือนมหา’ลัยป้ะ”
“ก็น่าจะใช่มั้ง แต่เขาบอกรู้จักเราด้วยนะ แถมยังบอกว่าเราติดเลี้ยงข้าวพี่เขามื้อหนึ่งด้วย แต่เราจำไม่ได้”
“เฮ้ย กูว่าปมนี้ มันต้องมีอะไรที่ไม่ธรรมดาแล้วแหละ”
“ยังไงวะ” ผมถามอย่างสงสัย
“เอางี้ละกัน ถ้ากูแน่ใจแล้วกูจะบอก แต่มึงอะ ก็ต้องเข้าหาพี่ซันด้วย”
“ทำไมเราต้องเข้าหาพี่ซันด้วยล่ะ” ผมแปลกใจกับความคิดของเพื่อน
ตังถอนหายใจ “เฮ้อ ก็มึงเห็นภาพที่จำไม่ได้ตอนเจอพี่เขาไง มึงถึงต้องเจอเขาบ่อย ๆ เผื่อจะเห็นภาพพวกนั้นอีก หรือถ้าไม่เจอก็ถอยออกมา เข้าใจ๊”
ผมพยักหน้างึก ๆ ให้เพื่อน เพราะคิดว่าวิธีนี้ก็น่าลองใช้ดู และผมต้องเลี้ยงข้าวพี่ซันอยู่แล้ว คงเข้าหาได้ไม่ยาก
คอนโด SSK
ผมกลับถึงคอนโดในตอนเย็น ก็รีบทักมายดีไปหาพี่ซันทันที แต่รอแล้วรอเล่าพี่ซันก็ไม่อ่านสักที จนผมจะเข้านอนพี่ซันจึงได้ตอบกลับมา
Sun Thiwakorn : ขอโทษทีนะพี่ติดทำกิจกรรมอยู่
Sun Thiwakorn : ไม่ได้พกโทรศัพท์เลย
Sun Thiwakorn : น้องมีอะไรหรือเปล่าครับ
Sun Thiwakorn : เห็นทักมา
LN Wayuwat : เรื่องที่ผมติดเลี้ยงข้าวพี่อะครับ
LN Wayuwat : ผมว่างวันอาทิตย์
LN Wayuwat : พี่อยากทานอะไรครับ
Sun Thiwakorn : น้องเลี้ยงอะไร
Sun Thiwakorn : พี่ทานได้หมดแหละ
LN Wayuwat : จริงนะครับ
LN Wayuwat : แปลก ๆ ก็ทานได้ใช่ไหม
Sun Thiwakorn : แปลกนี่แบบไหน
Sun Thiwakorn : ขอแบบไม่มากนะ
LN Wayuwat : 555 ผมล้อเล่น
Sun Thiwakorn : แกล้งพี่เหรอ
LN Wayuwat : ^-^
Sun Thiwakorn : O-O
LN Wayuwat : งั้นใกล้ ๆ วัน ผมทักบอกอีกทีนะครับ
Sun Thiwakorn : โอเคครับ
LN Wayuwat : สติกเกอร์ฝันดี
Sun Thiwakorn : สติกเกอร์ฝันดี
หลังจากส่งสติกเกอร์ฝันดีเสร็จ ลมหนาวเผลอยิ้ม โดยที่ไม่รู้ตัว