ตือดึ่ง ๆ ตือดึ่ง ๆ เสียงแชตดังขึ้นถี่ ๆ มือเรียวจึงเอื้อมไปหยิบโทรศัพท์ที่ชาร์จแบตเตอรี่อยู่ขึ้นมาดู ลมหนาวกดเข้าไปดูข้อความที่ส่งมา จากคนที่ตัวเองเพิ่งอนุญาตให้จีบได้ เมื่อไม่นานนี้
Tara.Tan : เย็นนี้หนาวว่างไหม
Tara.Tan : พี่จะชวนไปเดินเล่นที่ตลาดริมน้ำ
LN Wayuwat : ว่างครับ
Tara.Tan : พี่ไปรับที่คณะนะ
LN Wayuwat : ได้ครับ
หลังจากตอบข้อความแชตกลับไป ลมหนาวก็หวนคิดไปถึงคำพูดของตัง
‘เอาดี ๆ นะมึง ชีวิตแม่งเอาแน่เอานอนไม่ได้นะ ยิ่งตอนนี้มึงมีพี่วาริชเข้ามา ถ้ามึงไม่ชอบเขาก็อย่าให้ความหวังเขานะ’
ลมหนาวรู้ว่ามันอาจไม่ยุติธรรมกับวาริชเท่าไหร่ เพราะเขาก็ยังไม่เคลียร์ความรู้สึกของตัวเองเหมือนกัน แต่เขาก็อยากให้ตัวเอง ลองเปิดใจรับคนใหม่เข้ามาบ้าง เผื่อบางทีเขาอาจจะไม่นึกถึงใครคนนั้นอีกเลยก็ได้
มหาวิทยาลัย K
“มีของมาส่งครับ”
ชายหนุ่มที่นั่งก้มหน้าอ่านชีทเรียน รีบมองหาที่มาของเสียงทันที สายตาไปตกอยู่ที่พนักงานส่งของคนหนึ่ง ที่มาส่งของที่โต๊ะข้าง ๆ ตาคมเจือแววผิดหวัง และก้มหน้าอ่านชีทเรียนต่อ ทั้งที่ในหัวกลับคิดถึงอีกเรื่อง
“มึงยังรอเขาอยู่เหรอ” เมฆถามเพื่อน ซึ่งชายหนุ่มสังเกตมาสักพักแล้ว ถ้ามีพนักงานส่งของมา เพื่อนของเขาคนนี้ จะหันมองและรอคอยว่า อาจจะมีคนส่งถึงตัวเองบ้าง
ตลอดระยะเวลาหลายเดือน ถึงเพื่อนจะไม่แสดงอาการอะไรมากมาย แต่เมฆก็สังเกตเห็นพฤติกรรมนี้ตลอด
“อือ” ซันพยักหน้าแบบส่ง ๆ ให้เพื่อน
“ไอ้ซัน มึงมีอะไรคุยกับกูได้นะ ถึงอาจจะช่วยไม่ได้เยอะ แต่กูก็พร้อมรับฟังเสมอ”
เมฆรู้ว่าซันชอบเก็บเรื่องกังวลใจไว้คนเดียว มีอะไรก็ไม่ค่อยบอก พยายามแสดงว่าตัวเองไม่เป็นอะไร แต่เขารู้ ข้างในไม่ใช่อย่างนั้น
ซันมองเพื่อนตรงหน้า ที่คบหากันมาสามปี ตั้งแต่เข้ามหาวิทยาลัย เมฆเป็นเพื่อนที่เขาสนิทมากที่สุด และคอยช่วยเหลือในเรื่องต่าง ๆ มากมาย
“เมฆ ห้าเดือนแล้วนะ กูไม่รู้ว่าเขาหายไปไหน อย่างน้อยถ้าไม่อะไรแล้ว บอกกูบ้างสักนิดก็ยังดี ทำไมเขาต้องหายไปไม่บอกอะไรกูเลย”
สุดท้ายซันก็ยอมเปิดปาก บอกถึงเรื่องที่เขากังวลใจอยู่ออกมา ให้เพื่อนสนิทได้รู้
“กูว่าเกิดอะไรขึ้นกับเขาหรือเปล่าวะ อยู่ ๆ ก็หายไปไม่บอกกล่าว มึงไม่ลองสืบดูหน่อย” เมฆคิดว่าคนที่เพื่อนพูดถึงน่าจะเกิดอะไรขึ้นสักอย่าง เลยหายไปดื้อ ๆ แบบนี้
“สืบดูเหรอ ถ้าเขาอยากให้กูรู้ เขาคงบอกกูไปแล้ว ไม่ปิดบังชื่อกูหรอก”
ซันบอกถึงสิ่งที่ตัวเองคิดให้เพื่อนฟัง และเขาก็ยังคงหวังว่าสักวัน เขาคนนั้นจะกลับมาหา
‘วิน นายหายไปไหนนะ’
“แล้วมึงไม่รู้เลยเหรอ ว่าทำไมเขาถึงหายไปเลย”
เมฆมองหน้าเพื่อน ในใจก็รู้สึกสงสาร และเห็นใจเพื่อนมาก ๆ กว่าจะเจอคนที่ถูกใจ แต่ก็เหมือนมีอะไรมาทำให้ไม่สมหวัง
ซันส่ายหน้า
“กูไม่รู้เลยว่ะ ตั้งแต่ตอนนั้นที่กูนัดเจอเขา แต่เขาก็ไม่มาตามนัด แล้วก็ไม่ส่งอะไรมาอีกเลย” ซันนึกย้อนไปถึงวันที่ตัวเขานัดเจอกับวิน
“กูว่านะ ต้องเกิดอะไรขึ้นกับเขาแน่ ๆ มึงไปลองสืบดู กูว่าเริ่มที่ร้านส่งของในมอนี่แหละ ต้องได้อะไรสักอย่างล่ะ” เมฆไม่เชื่อว่าจะไม่มีข้อมูลอะไรเลย
“เอางั้นเหรอวะ” ซันชั่งใจอยู่พักหนึ่ง
“เอางี้แหละ ไม่งั้นมันก็ไม่เคลียร์สักที”
“อือ กูจะลองดู” ซันรับคำ
ร้านส่งรัก
ร่างสูงมองดูป้ายหน้าร้าน ก่อนที่จะเปิดประตูเดินเข้าไปในร้าน สายตาคมมองไปที่เคาน์เตอร์ ซึ่งมีพนักงานชายในชุดสีดำแดง คอยให้บริการอยู่
“สวัสดีครับ ส่งพัสดุรบกวนกรอกข้อมูลให้ครบถ้วนก่อนนะครับ” พนักงานกล่าวต้อนรับ และแนะนำลูกค้าที่เข้ามาใหม่
ซันเดินไปที่เคาน์เตอร์ช้า ๆ อย่างไม่แน่ใจว่าควรถาม หรือหันหลังกลับไปดี เพราะใจเกิดกลัวคำตอบที่จะได้รับขึ้นมา แต่อีกใจก็อยากให้สิ่งที่มันคาใจอยู่ในตอนนี้ กระจ่างเสียที
“สวัสดีครับ ผมรบกวนถามอะไรหน่อยได้ไหมครับ”
“ถามเรื่องอะไรครับ”
“คือผมอยากรู้ว่า ใครเป็นคนส่งของให้ผมน่ะครับ พอจะบอกได้ไหม” ซันถามกับพนักงาน ถึงเรื่องที่อยากรู้
“คุณลูกค้าครับ ข้อมูลผู้ส่งเป็นความลับ ระหว่างร้านกลับผู้ส่งนะครับ เราต้องได้รับความยินยอมจากผู้ส่งก่อน” เมื่อพนักงานได้ฟังสิ่งที่นักศึกษาตัวสูงตรงหน้าพูดมา พนักงานก็รู้เลยว่าเรื่องนี้ไม่สามารถบอกข้อมูลกับผู้ถามได้ หากไม่ได้รับความยินยอมจากผู้ที่ส่งของให้ นอกจากจะเป็นเรื่องเป็นคดีที่ผิดกฎหมาย อันนั้นก็เป็นอีกเรื่อง ที่ทางร้านต้องช่วยอยู่แล้ว
“งั้นส่งบอกเขาเลยได้ไหมครับ”
“งั้นพี่กรอกข้อมูลลงในนี้นะครับ” พนักงานยื่นกระดาษแบบฟอร์ม มาให้นักศึกษาตรงหน้าลงข้อมูล
ซันหยิบแบบฟอร์มของทางร้านมา แล้วเดินไปนั่งกรอกข้อมูลที่โต๊ะ ที่ตั้งอยู่มุมร้านทันที ดูแล้วมุมนี้น่าจะมีความเป็นส่วนตัวสูง
ซันค่อย ๆ กรอกข้อมูลลงในแบบฟอร์ม เมื่อเสร็จก็เดินไปยื่นคืนให้กับพนักงานที่หน้าเคาน์เตอร์
“ทางร้านจะโทรแจ้ง อีกทีนะครับ” เมื่อพนักงานร้านรับแบบฟอร์มมาแล้ว ก็แจ้งกับซันทันที
“นานไหมครับ” ซันใจร้อนอยากรู้เร็ว ๆ
“ทางเราบอกไม่ได้หรอกครับ อยู่ที่คำตอบของผู้ส่ง ว่าเขาจะตอบทางเราช้าหรือเร็ว แต่ถ้าเห็นว่านานเกินไป โทรมาสอบถามได้ครับ” พนักงานยื่นนามบัตรของร้านให้กับชายหนุ่ม
“ขอบคุณครับ” ซันยื่นมือไปรับนามบัตรของทางร้านมาเก็บไว้ พร้อมกล่าวขอบคุณพนักงาน และเดินออกจากร้านมาทันที
‘ตอนนี้เขาคงทำได้แต่รอเท่านั้น’
“ไปหาอะไรกินกันปะ” ตังถามลมหนาว หลังจากเรียนคาบสุดท้ายเสร็จ
“เรามีนัดแล้ว โทษทีนะ” ลมหนาวปฏิเสธเพื่อน แม้ในใจจะรู้สึกผิดนิด ๆ ที่เขาไม่ค่อยไปไหนหลังเลิกเรียน กับเพื่อนเหมือนเดิม
“กับพี่วาริชหรือเปล่า” ตังพอจะรู้ถึงสาเหตุ ที่เพื่อนไม่ค่อยไปไหนกับตัวเองเหมือนเดิม แต่ก็พอเข้าใจได้ คนกำลังมีความรัก
“อือ เราไปก่อนนะ พี่เขามารอเราแล้ว” ลมหนาวเก็บของลงกระเป๋าเสร็จ ก็โบกมือลาตัง แล้วเดินไปขึ้นรถ ที่วาริชจอดรออยู่หน้าคณะทันที
ตังมองตามหลังเพื่อน แล้วก็นึกเศร้าใจที่เขายังไม่มีแฟนสักที ไม่ใช่ไม่มีใครมาจีบนะ มีเยอะเลยแหละ แต่เขาแค่ยังไม่เจอคนที่ถูกใจก็เท่านั้น
“พี่วารอผมนานไหมครับ” ลมหนาวถามรุ่นพี่ หลังจากขึ้นมานั่งบนรถแล้ว
“ไม่นานครับ พี่ซื้อน้ำกับขนมมาให้รองท้องด้วย” ชายหนุ่มเอี้ยวตัวไปหยิบของที่ซื้อมาที่เบาะหลัง แล้วยื่นให้รุ่นน้อง
“กินก่อนนะ กว่าจะถึงคงมืดพอดี”
“ขอบคุณครับ พี่กินหรือยัง” ลมหนาวยื่นมือไปรับของจากวาริช
“พี่ยังไม่ค่อยหิว เรากินก่อนเลย” วาริชยิ้มให้รุ่นน้อง ที่ในอนาคตอีกไม่นาน คงได้เลื่อนสถานะเป็นแฟนของตัวเองแน่นอน