หลังจากวันนั้นลมหนาวก็ได้คุยกับวาริชบ่อยขึ้น ทั้งสองจึงสนิทกันมากกว่าวันแรกที่ได้เจอ
“พี่แต่งรูปที่ไปถ่ายเสร็จแล้วนะ เดี๋ยวพี่ส่งไฟล์รูปไปให้” วาริชบอกกับคนปลายสาย สายตาก็ไล่ดูรูปที่ตัวเองถ่ายไปเรื่อย ๆ
[เหรอครับ ผมอยากเห็นแล้ว] ลมหนาวพูดอย่างตื่นเต้น
“พี่ขอเอารูปที่ถ่ายวันนั้น ไปลงที่เพจของพี่ได้ไหม” วาริชขออนุญาตนายแบบจำเป็นในวันนั้น เพื่อนำรูปไปลงเพจของตัวเอง
เพจนี้วาริชมีไว้เพื่อแสดงฝีมือการถ่ายภาพ ของเขาโดยเฉพาะ มีรับงานถ่ายภาพบ้าง แต่ไม่บ่อยเท่าไหร่
การถ่ายรูปเป็นสิ่งที่เขาชอบมากอย่างหนึ่ง เพราะมันคือตัวตนอีกด้านหนึ่งของเขา
[เพจอะไรเหรอครับ] ลมหนาวถามรุ่นพี่ด้วยความสงสัย
“เป็นเพจที่พี่จะลงรูปที่พี่ถ่าย เป็นการโปรโมตเพจด้วย พี่รับจ้างถ่ายรูปนะ เผื่อเรายังไม่รู้” วาริชอธิบายให้รุ่นน้องฟัง
[อ๋อ ได้ครับ แต่ต้องลงเฉพาะรูปที่สวย ๆ นะครับ ไม่งั้นผมโกรธด้วย]
ลมหนาวเริ่มที่จะกล้าคุยหยอกล้อกับรุ่นพี่มากขึ้น อาจเป็นเพราะช่วงนี้คุยกันบ่อย
“ได้เลยครับ ช่างภาพคนนี้จะไม่ทำให้ผิดหวังเลย”
เมื่อลมหนาวได้ฟังก็ถึงกับกั้นขำไม่อยู่
[ฮ่า ๆ อะไรของพี่เนี่ย มีอารมณ์ขันด้วย] ลมหนาวหัวเราะออกมา เพราะไม่คิดว่ารุ่นพี่ต่างคณะ จะมีอารมณ์ขัน เพราะดู ๆ แล้วน่าจะเป็นคนเงียบ ๆ
วาริชยิ้มเล็กน้อย ให้เสียงหัวเราะของคนปลายสาย
“วันเสาร์นี้เราว่างไหม พี่ว่าจะชวนไปถ่ายรูปแถว ๆ ริมทะเลหน่อย” วาริชพูดบอกถึงกำหนดการ ที่จะไปถ่ายรูปตามหัวข้อที่ได้มา
[เสาร์นี้ผมว่างครับ แล้วจะไปริมทะเลที่ไหนครับ] ลมหนาวสนใจทันที
“น่าจะใกล้ ๆ กรุงเทพนี่แหละ ขอพี่ดูสถานที่ก่อน แล้วจะบอกอีกทีใกล้ ๆ วันนะ”
[โอเคครับ]
เมื่อวางสาย ลมหนาวก็ได้ไฟล์รูปที่วาริชส่งมาให้ เมื่อเปิดดูรูป ลมหนาวก็ต้องว้าว เพราะรูปที่ถ่ายนั้นสวยมาก ถ่ายตัวเขาให้ออกมาดูดีมาก ๆ
ทุกรูปที่รุ่นพี่ถ่ายให้ ถูกใจชายหนุ่มมาก นิ้วเรียวกดเลือกรูปที่ตัวเองชอบมารูปหนึ่ง นำมาตั้งเป็นโพรไฟล์ของแอปวีโฟร์ และแอปไอเจทันที เพราะนานแล้วที่ตัวเขานั้น ไม่ได้เปลี่ยนรูปโพรไฟล์เลย
มหาวิทยาลัย K
เช้าวันนี้ลมหนาวมีเรียนตอนบ่าย นัดเจอกับตังที่โรงอาหารคณะ ก่อนขึ้นเรียน พอไปถึงก็สั่งอาหารมากินกัน
แต่ไม่รู้ว่าเขารู้สึกไปเองหรือเปล่า ที่เหมือนจะมีนักศึกษาคนอื่น ๆ พากันแอบมองเขา แล้วก็หันไปซุบซิบกัน
“ตัง เรารู้สึกเหมือนมีคนมองเราแปลก ๆ อะ”
ผมบอกกับเพื่อนทันที เมื่อสัมผัสได้ถึงสายตาหลาย ๆ คู่ ที่หันมองมาทางตัวเอง
“ไม่แปลกก็บ้าละ ก็รูปมึงไปโชว์หราอยู่ในเพจของพี่วาริชขนาดนั้น เออ แล้วมึงไปรู้จักพี่เขาได้ยังไง ไหนเล่ามา”
ตังจ้องหน้าเพื่อน เพื่อคาดคั้นเอาคำตอบ เพราะแปลกใจที่เพื่อนตัวเอง ไปรู้จักกับรุ่นพี่ต่างคณะได้ยังไง
“อ๋อ พี่วาริชนะเหรอ พี่เขาอยู่ชมรมเดียวกับเราอะ เราได้ทำกิจกรรมด้วยกัน ก็เลยได้คุยกันบ้าง ที่มีรูปเราในเพจพี่เขา เพราะเราไปทำกิจกรรมน่ะแหละ พี่เขาก็เลยให้เราเป็นนายแบบให้น่ะ แล้วก็ขอลงรูปเราก็แค่เนี้ย”
ผมอธิบายให้เพื่อนตัวสูง ที่จ้องหน้าผมอยู่ฟัง
“แค่นี้เหรอวะ แค่นี้ได้ไง นี่มึงไม่รู้เหรอว่าพี่เขาเป็นใคร ไอ้หนาว ไอ้ซื่อบื้อ” ตังพูดอย่างหัวเสีย
“อ้าว แล้วพี่เขาเป็นใครล่ะ” ผมเริ่มงงกับสิ่งที่เพื่อนพูด
ตังถอนหายใจ แล้วเริ่มเล่าให้ลมหนาวฟัง
“พี่วาริชน่ะ เป็นเดือนของคณะวิศวะ หล่อ รวย เท่ เดินไปไหนสาว ๆ ก็กรี๊ด ไอเจเขามีคนติดตามเป็นหมื่น แล้วเขาก็รับงานเป็นช่างภาพ รูปที่เขาถ่ายออกมาเนี่ยสวย ๆ ทุกรูปเลย แต่พี่เขาจะเลือกรับงาน จะมีเฉพาะบางคนที่แกจะตกลงไปถ่ายให้ พอพี่เขาลงรูปมึง คนก็เลยฮือฮากันใหญ่ เพราะพี่เขาไม่ได้ลงรูปมาพักใหญ่แล้ว” ตังอธิบายอย่างยาวเหยียดให้เพื่อนตรงหน้าฟัง
“อ๋อ งี้นี่เอง” ลมหนาวพยักหน้าเข้าใจ ในสิ่งที่เพื่อนพูด
“กูว่า มึงต้องพิเศษกับพี่เขาป้ะ” ตังพูดพร้อมกับทำหน้าตาล้อเลียน
“พิเศษอะไร ไม่มีทั้งนั้นแหละ” ผมรีบปฏิเสธ
“อย่าให้รู้นะ มีอะไรแล้วไม่บอกเพื่อน”
“ไม่มีอะไรจริง ๆ” ผมส่ายหน้าให้เพื่อน
ผมลองกดเข้าไปที่เพจของพี่วาริช ผมเลื่อนดูรูปที่พี่เขาลง มีรูปของผมอยู่ประมาณสิบกว่ารูป มีทั้งรูปยิ้ม รูปตอนเผลอ แต่ทั้งหมดก็ดูดีมาก ๆ มีคนกดถูกใจอยู่สามพันกว่าคน พออ่านคอมเมนต์ หลายๆ คนต่างก็บอกว่า
‘นายแบบน่ารัก’
‘นายแบบเป็นอะไรกับช่างภาพ’
‘นายแบบคือใคร’
‘ทำไมช่างภาพไม่ค่อยลงรูปเลย’
‘ขอวาร์ปหน่อย’
แล้วก็มีคนแชร์ทั้งวีโฟร์ ไอเจ ทีทีเค ของผม ซึ่งคนที่แชร์ผมก็ไม่รู้จักด้วย
‘รู้ได้ยังไงหว่า น่ากลัวจังเลย’
ผมเลื่อนลงไปดูรูปถ่ายก่อนหน้า ของพี่วาริชเรื่อย ๆ แต่ละรูปถ่ายออกมาดูดีมาก แต่วันที่โพสต์ล่าสุดก็เป็นเมื่อ 2 เดือนที่แล้ว มิน่าล่ะพอพี่เขาลงรูป คนถึงได้ดูแตกตื่นกันมากขนาดนี้
ผมเข้าไปเช็กที่แอปวีโฟร์ของตัวเอง ปรากฏว่ามีคนมาขอเป็นเพื่อนเกือบร้อยกว่าคน ไม่ต้องคิดเลย เพราะผมไม่กดรับเพื่อนอยู่แล้ว ถ้าไม่ใช่คนที่ผมรู้จัก บัญชีผมก็เปิดเป็นไพรเวต ส่วนแอปไอเจกับแอปทีทีเคนั้น ผมไม่ค่อยลงอะไรที่มันส่วนตัวมาก จึงเปิดเป็นสาธารณะ
คอนโด SSK
ก่อนเข้านอนผมแวะไปรดน้ำเจ้าโฮชิที่ระเบียง รดน้ำเสร็จผมก็มองออกไปนอกระเบียงคอนโด วิวกลางคืนของเมืองหลวง ดวงไฟหลากสีสัน เป็นเมืองที่ไม่เคยหลับใหล แต่ทำไมผมถึงได้เหงามากมายขนาดนี้
ผมย้อนกลับไปคิดถึงบุคคลปริศนาในฝัน ที่ผมวิ่งตามตลอด และคุณดวงอาทิตย์ที่ผมเขียนถึงผ่านรูปโพลารอยด์เหล่านั้น
ผมอยากจำเรื่องราวที่ลืมไปให้ได้ อยากรู้ว่าผู้ชายที่ผมเห็นในฝัน กับคนที่ผมส่งรูปให้คือใคร คือคนเดียวกันหรือเปล่า
ทุกอย่างมันมืดมนไปหมด ไม่มีทางให้เดินต่อเลย ผมเพียงหวังว่า พรุ่งนี้ตื่นมาอาจจะจำเรื่องราวอะไรได้บ้าง จะได้ไม่เหมือนมีหมอกหนามาบดบังเส้นทางข้างหน้า ที่ไม่สามารถให้ผมเดินต่อไปได้เลย
มหาวิทยาลัย K
“หนาว คืนนี้ไปร้านเดิมกันนะ” ตังเอ่ยชวนลมหนาว มือก็สาละวนเก็บอุปกรณ์การเรียนเข้ากระเป๋า
“อ้าว ไหนบอกรอสอบเสร็จไง” ลมหนาวถามขึ้นอย่างสงสัย
“มึงลืมอะไรหรือเปล่า วันนี้วันเกิดไอ้บาส มึงจะไม่ไปเหรอ”
“อ้าวจริงดิ เราลืมสนิทเลย โอเคไป ๆ” เมื่อเป็นวันสำคัญของกลุ่มเพื่อน ผมจึงพลาดไม่ได้ที่จะไปร่วมยินดีด้วย
“แล้วนี่จะซื้ออะไรให้มันดีวะ” ตังหันถามเพื่อนเพื่อขอความเห็น
“อะไรบาสก็ชอบทั้งนั้นแหละ เดี๋ยวไปดูที่ห้างอีกที”
“โอเค” ตังพยักหน้าอย่างเข้าใจ
หลังจากที่ลมหนาว และตังแวะซื้อของขวัญวันเกิดให้บาส ทั้งสองก็กลับคอนโดไปแต่งตัว แล้วก็นัดเจอกันที่ร้านตอนสามทุ่ม
ร้าน Sky bar
ลมหนาวมาถึงก็โทรหาตัง ให้ออกมารับที่หน้าร้าน เพราะคนค่อนข้างเยอะ วันนี้ลมหนาวแต่งตัวด้วยเสื้อเชิ้ตแขนยาวสีขาว ใส่คู่กับกางเกงยีน ดูเท่ และน่ารักไปในตัว
เมื่อตังมารับ ลมหนาวเดินตามตังเข้าไปในร้าน หลายคนหันมามองพวกเขาทั้งสอง อาจจะเพราะรูปร่างที่สูงเพรียว และหล่อของตัง ทำให้หลาย ๆ คนมองมา
แต่ก็มีอีกหลายคน ที่มองคนร่างบางด้านหลัง ที่สะกดสายตาใครต่อใคร ให้หันมามองได้ไม่ยาก แต่เจ้าตัวคงไม่รู้ เพราะไม่ได้สนใจใครเลย มองแต่แผ่นหลังของเพื่อน ที่เดินนำอยู่ข้างหน้าจนมาถึงโต๊ะ