ท่ามกลางหมอกจาง ๆ ในสถานที่แห่งหนึ่ง ร่างของใครคนหนึ่งค่อย ๆ เดินไปตามทางที่ไร้จุดหมาย ไร้ทางออกจากสถานที่แห่งนี้
ชายหนุ่มเดินวนไปวนมา จนทางข้างหน้าปรากฏร่างของใครคนหนึ่งที่กำลังเดินนำอยู่ช้า ๆ ชายหนุ่มเมื่อเห็นก็รีบเดินตามไปทันที แต่ยิ่งเดิน ก็เหมือนคนข้างหน้า ยิ่งเดินไกลออกไป
“คุณครับ คุณครับ หยุดก่อนครับ คุณครับ”
ชายหนุ่มทั้งวิ่ง ทั้งร้องเรียกอยู่อย่างนั้น จนเหมือนคนข้างหน้าจะได้ยินเสียงเรียก จึงหยุดเดิน และหันหลังกลับมามองคนที่ร้องเรียกอยู่ด้านหลัง
เมื่อคนตะโกนเรียกวิ่งมาถึงคนที่หยุดรออยู่ แต่กลับมองเห็นหน้าคนที่หยุดรอไม่ชัด เพราะหมอกตรงนี้หนามาก รู้แต่คนตรงหน้าเป็นผู้ชายตัวสูงน่าจะ 180 เซนติเมตรได้
“คุณครับ ที่นี่ที่ไหนครับ ผมเดินไปเดินมา หาทางออกไม่เจอเลย”
คนที่เดินหลงอยู่นานถามออกไป แต่ก็ไม่มีเสียงตอบกลับมาจากชายตรงหน้าเลย แล้วอยู่ ๆ ร่างตรงหน้าก็หันหลัง และเดินจากไป
“อ้าว คุณ คุณครับ จะไปไหน รอผมด้วย” ยิ่งวิ่งก็ยิ่งไกลกันออกไป นี่มันเกิดอะไรขึ้นกันแน่
ติ๊ด ๆ ติ๊ด ๆ ติ๊ด ๆ
เสียงนาฬิกาปลุกจากโทรศัพท์ ปลุกร่างที่นอนหลับอยู่บนเตียงให้ตื่นจากฝันทันที เปลือกตาค่อย ๆ ลืมขึ้น ก่อนจะเอี้ยวตัวไปหยิบโทรศัพท์เพื่อกดปิดนาฬิกา ตาสวยเหม่อมองเพดานห้องนอนอย่างใช้ความคิด
ร่างบนเตียงลุกขึ้นนั่ง ในหัวยังคงนึกถึงความฝันก่อนหน้านี้อยู่ ไม่ใช่ครั้งแรกที่ชายหนุ่มฝันแบบนี้ แต่มันเป็นครั้งที่เท่าไหร่แล้วไม่รู้ ในฝันเขาจะวิ่งตามผู้ชายคนหนึ่งอยู่ตลอด ร้องเรียกให้คนในความฝันหันมา แต่พอคนคนนั้นหันมา แล้วก็เดินจากไป เป็นแบบนี้อยู่ทุกครั้ง
ความฝันเกิดขึ้นหลังจากที่ชายหนุ่มประสบอุบัติเหตุ เมื่อห้าเดือนก่อน แล้วเขาก็เริ่มฝันถึงคนคนนี้ตลอด
คนในฝันคือใคร ชายหนุ่มนึกยังไงก็นึกไม่ออก จำเรื่องราวก่อนเกิดอุบัติเหตุบางเรื่องไม่ได้ เขาลืมใครบางคนไป ใช่เขารู้ว่าเขาลืมใครบางคนไป แต่นึกไม่ออก คำถามนี้ยังคงคอยหลอกหลอนเสมอ เมื่อนึกถึง
ปัจจุบัน สิงหาคม ลมหนาวอยู่ ปี 2
ชายหนุ่มเดินเร็ว ๆ เข้าไปที่ใต้ตึกคณะเรียนอย่างรีบ ๆ เพราะเวลานี้ใกล้ถึงเวลาอาจารย์จะเข้าสอนวิชาเรียนในช่วงเช้านี้แล้ว
ปีนี้เข้าปีที่ 2 ที่ผมเข้ามาเรียนในรั้วมหาวิทยาลัย K แห่งนี้ ผมเลือกเรียนในคณะบริหาร เพราะคิดว่าเมื่อเรียนจบจะสามารถช่วยที่บ้านทำธุรกิจต่อได้ แต่ในใจลึก ๆ ผมก็ยังคงนึกอยากจะเรียนอีกคณะหนึ่ง แต่ก็ได้แค่คิด เพราะความจริงแล้วเรื่องราวบางอย่าง ผมก็ตัดสินใจเองไม่ได้
“หนาว ทางนี้”
เจ้าของชื่อเมื่อเข้ามาในห้องเรียน ก็มองหาเพื่อนที่มาก่อนหน้าตัวเอง จนเมื่อได้ยินเสียงเพื่อนเรียก จึงก้าวเดินไปตรงที่นั่งแถวกลางข้าง ๆ หน้าต่างห้องเรียน ที่ประจำของพวกเขาเลยแหละ ไม่ข้างหน้าไป ไม่ข้างหลังไป
“ตังมานานแล้วเหรอ” ผมนั่งลงข้างเพื่อน แล้วนำชีทเรียนออกมาเตรียมไว้
“มาได้สักพักละ ตื่นสายเหรอมึงอะ กินข้าวยัง กูมีแซนด์วิชนะ” ตังยื่นแซนด์วิชให้เพื่อน เพราะซื้อเผื่อไว้ กลัวหิวระหว่างเรียน
“ไม่เป็นไร เราก็ซื้อมา” ผมพูดพลางชูขนมปังในมือให้เพื่อนดู
“อ๋อ อือ” ตังเมื่อเห็นเพื่อนมีของกินก็หันไปเล่นโทรศัพท์ต่อ
ผมและตังเป็นเพื่อนกันมาตั้งแต่เรียนชั้นมัธยมศึกษาตอนปลาย พอเข้าเรียนมหาวิทยาลัย ก็เลือกเรียนที่เดียวกัน คณะเดียวกัน จึงสนิทกันมาก เมื่อก่อนตอนเรียนมัธยม ผมและตังความสูงไล่เลี่ยกัน แต่พอเวลาผ่านไป ตังก็สูงเอา ๆ ตอนนี้คาดว่าน่าจะแตะที่ 180 เซนติเมตร แล้วอย่างแน่นอน ต่างจากผมที่เพิ่มมาไม่กี่เซน ตอนนี้อยู่ที่ 170 เซนติเมตร คาดว่าคงไม่สูงไปกว่านี้แล้ว
“เลิกเรียนวันนี้มึงไปไหนป้ะ” ตังถามเพื่อน พร้อมกับเก็บอุปกรณ์การเรียนใส่กระเป๋า
“เราว่าจะไปตลาดนัดคนเดินว่ะ” ผมหันไปตอบเพื่อน
“ไปบ่อยจังวะ มีอะไรน่าสนใจ กูไปกับมึงรอบนู้น ก็งั้น ๆ นะ” ตังทำหน้าเหมือนอยากรู้ว่าที่นั่นมีอะไรดี เพื่อนสนิทถึงชอบไปจัง
“ตังเคยไปตลาดนัดคนเดินกับเราด้วยเหรอ ไปตอนไหนอะ” ผมถามเพื่อนอยากแปลกใจ เพราะเมื่อก่อนผมชวนให้เพื่อนไปด้วยตลอด แต่ก็ไม่เคยไปด้วยเลย ผมเลยแปลกใจที่เพื่อนบอกว่า เคยไปด้วย
“เคยไปตอนก่อนที่มึงจะเกิดอุบัติเหตุอะ จำไม่ได้เหรอ” ตังทำหน้าสงสัย
“เราจำไม่ได้อะ แย่จัง เล่าให้ฟังหน่อยสิ เราไปทำอะไรบ้าง” ผมมองหน้าเพื่อนด้วยสายตาที่อ้อนวอน เพื่อให้เพื่อนเล่าให้ฟัง
ตังทำท่าคิดนิดหนึ่ง
“ก็ไม่มีอะไรเป็นพิเศษนะ ก็แค่ซื้อของกินเล่น เดินดูนั่นดูนี่ ก็ตลาดคนเดินทั่ว ๆ ไปนะ”
“แค่นั้นเองเหรอ” ผมทำหน้าสิ้นหวังทันที
“อือ...จำได้แต่หลังจากนั้นไม่นาน มึงเคยบอกกูว่า ซื้อต้นแคคตัสมาต้นหนึ่งจากตลาดนั่นน่ะ พูดให้กูฟังแล้วก็ยิ้มเหมือนคนบ้า ชวนให้กูดูรูปต้นแคคตัสนั่นด้วย แล้วมึงก็บอกว่า น้องน่ารักไหมอยู่นั่นแหละ แล้วก็บอกว่าน้องสำคัญกับมึงมาก ๆ อะไรประมาณนี้” ตังทำท่าครุ่นคิด แล้วพูดออกมา
“ใช่ต้นที่อยู่ตรงระเบียงห้องไหมนะ” ผมนึกถึงเจ้าต้นกระบองเพชร ที่อยู่ริมระเบียงคอนโดขึ้นมา