“ใช่มั้งกูก็ไม่รู้ ที่ห้องมีกี่ต้นล่ะ” ตังพูดพร้อมรูดซิปกระเป๋า เตรียมตัวเดินทางไปตามนัดสังสรรค์
“มีต้นเดียว น่าจะต้นนั้นแหละ ก็ว่าอยู่ ว่าซื้อมาตอนไหน” ผมคิดว่าน่าจะเป็นต้นนี้แหละ
“เออ งั้นกูไปก่อนนะ นัดกับพวกไอ้บาสไว้” ตังลุกขึ้นสะพายกระเป๋าบนหลัง
“ดื่มอีกละ พักตับบ้าง” ผมบ่นให้เพื่อน เพราะเห็นไปบ่อย
“มึงก็หัดไปเจอเพื่อน ๆ บ้าง โลกส่วนตัวสูงจริง ๆ เลย ไอ้พวกนั้นบ่นหาอยู่”
ตังนึกถึงเพื่อน ๆ ในกลุ่มที่อยู่ต่างคณะ เวลานัดเจอกันก็ชอบถามหาเพื่อนตัวเล็กคนนี้ตลอด แต่เจ้าตัวกลับไม่ค่อยชอบไปเท่าไหร่
“อือ ๆ ถ้าว่างเดี๋ยวไป ตอนนี้ยังไม่มีอารมณ์ว่ะ” ผมรับปากเพื่อนแบบส่ง ๆ เพราะไม่ค่อยชอบอะไรแบบนี้เท่าไหร่ แต่ก็มีไปร่วมแจมบ้างบางครั้ง
“อือ ไปละ” ตังโบกมือลาเพื่อน แล้วเดินมุ่งไปทางที่จอดรถยนต์ส่วนตัวไว้
“บาย” ผมโบกลาตอบกลับ เมื่อแยกกันแล้ว ผมก็มุ่งหน้าไปยังจุดมุ่งหมายทันที
ผมยังคงนึกถึงคำที่ตังถามว่า ที่นั่นมีอะไรดีถึงชอบไปจัง ผมก็ไม่รู้เหมือนกัน คงอยู่ใกล้มหาวิทยาลัย และมีของกินเยอะมั้งเลยชอบไป
ตลาดนัดคนเดิน
ผมเดินไปโดยไม่ได้เร่งรีบอะไรมาก ใช้เวลาเดินทางจากมหาวิทยาลัยมาถึงตลาดประมาณ 15 นาที ตอนนี้เวลาก็ใกล้จะหกโมงเย็นแล้ว คนที่มาเดินตลาดเริ่มเยอะ ส่วนมากก็จะเป็นนักศึกษาเสียส่วนใหญ่
ผมเดินดูของที่ขายข้างทางไปเรื่อย ๆ แวะซื้ออะไรกินบ้าง อยู่ ๆ ผมก็คิดถึงคำพูดของเพื่อนอย่างตังขึ้นมา ผมก้าวเท้าเดินมุ่งหน้าไปทางโซนขายต้นไม้ของตลาดทันที
เมื่อผมเดินมาถึงโซนนี้ สองข้างทางมีแต่ร้านขายต้นไม้ทั้งนั้น ผมเดินดูต้นไม้แต่ละร้านไปเรื่อย ๆ มีหลายร้านที่ขายแคคตัสเหมือนที่ระเบียงคอนโดของผม แต่ผมก็จำไม่ได้ว่าซื้อมาจากร้านไหน
ผมกลับมาถึงคอนโดเวลาสองทุ่มครึ่ง หลังจากอาบน้ำแล้ว ผมก็เดินไปที่ระเบียงคอนโด ยืนมองเจ้าต้นกระบองเพชร หรือแคคตัส ที่ซื้อมาตอนที่จำไม่ได้
“ก็น่ารักดีนะเจ้าต้นนี้ คล้าย ๆ ดาวเลย มีชื่อยังเราอะ”
ผมคุยกับต้นแคคตัส เหมือนกับมันฟังผมรู้เรื่องอย่างนั้น พร้อมกำลังนึกตั้งชื่อของมันในใจ
“งั้นแกชื่อ โฮชิละกันนะ เข้าใจไหมเจ้าโฮชิ”
ผมตั้งชื่อให้มันว่า โฮชิ ที่แปลว่า ดาว ในภาษาญี่ปุ่น เพราะลักษณะของมันคล้ายดาวห้าแฉก
ลมหนาวนำเจ้าแคคตัสที่เพิ่งตั้งชื่อใหม่ ๆ เข้ามาในห้อง แล้ววางลงที่โต๊ะรับแขก แล้วเดินเข้าไปในห้องนอน ผ่านไปสักพัก ก็เดินออกมาพร้อมกับกล้องถ่ายรูปโพลารอยด์ เมื่อจัดมุม จัดองศาของเจ้าโฮชิเรียบร้อยแล้ว นิ้วเรียวก็กดชัตเตอร์ทันที รอจนรูปเลื่อนออกมา ลมหนาวก็หยิบรูปออกมาสะบัดเบา ๆ จนรูปเริ่มปรากฏภาพขึ้นมา ชายหนุ่มเดินเข้าไปในห้องนอน หยิบปากกามาเขียนรูปที่เพิ่งถ่ายออกมาจากกล้องโพลารอยด์ ด้วยข้อความว่า
สวัสดีโฮชิ
เมื่อเขียนข้อความลงบนรูปแล้ว เขายังไม่ลืมที่จะใช้กล้องโทรศัพท์ ถ่ายรูปโพลารอยด์ใบนั้น แล้วอัปลงแอปไอเจ ที่มีผู้ติดตามอยู่ไม่กี่ร้อยคนทันที
แคปชันเดียวกับสิ่งที่เขียนลงบนรูป สวัสดีโฮชิ
ลมหนาวยิ้มน้อย ๆ ให้กับรูปที่เพิ่งอัปลงโซเชียล แล้วนำเจ้ารูปถ่ายใบน้อย ไปติดไว้กับกระดานแม่เหล็กของเขา
ที่กระดานมีรูปที่ถ่ายจากกล้องโพลารอยด์อยู่หลายใบ ลมหนาวชอบใช้กล้องนี้ถ่ายรูป เพราะรู้สึกว่า มันให้อารมณ์ที่ค่อนข้างมีเสน่ห์ เขาอธิบายไม่ถูก รู้แต่ว่าชอบ อีกอย่างพอกดชัตเตอร์ รูปก็เลื่อนออกมาทันที ไม่ต้องไปรอล้างภาพตามร้าน เมื่อลมหนาวยืนชื่นชมรูปถ่ายฝีมือตัวเองอยู่สักพัก ก็คิดว่าคงต้องเข้านอนแล้ว เพราะเริ่มง่วงนิด ๆ
มหาวิทยาลัย K
เช้านี้ก็เป็นอีกวัน ที่ผมต้องตื่นไปเรียนแต่เช้าเหมือนอย่างเคย มีไหมเรียนตอนสาย ๆ เหมือนคณะอื่น ผมก็ได้แต่บ่นไปอย่างงั้น แต่การก้าวขาไปห้องเรียนก็ยังไม่ลดลง
“ไงตัง ไหวป้ะเนี่ย” ผมดูสภาพเพื่อนที่แทบจะฟุบไปกับโต๊ะเรียนอย่างห่วงใย คนอะไรดื่มหนักแค่ไหนก็มาเรียนตอนเช้าได้ แม้สภาพจะไม่เต็มร้อยก็เถอะ นับถือมันจริง ๆ เลยเรื่องนี้
“ไม่ไหวก็ต้องไหวว่ะ ใกล้สอบแล้วกูต้องมาให้ได้” ตังผงกหัวขึ้นมามองเพื่อน แล้วก็ฟุบลงไปต่อ
“เบา ๆ บ้างช่วงนี้ ยิ่งใกล้ ๆ สอบอยู่” ผมเอ่ยเตือนเพื่อน ที่ไม่รู้ว่าฟังผมพูดอยู่ หรือเฝ้าพระอินทร์ไปแล้ว
“อือ ๆ จารย์มาแล้วเรียกด้วยนะ” ตังยังไม่หลับ เพราะห่วงว่าอาจารย์จะเข้ามาเห็นตัวเองนอนในห้อง
“เออ เดี๋ยวเรียกนอน ๆ ไป” ผมส่ายหน้าให้เพื่อน แม้จะเมาแค่ไหน แต่เรื่องเรียนก็สำคัญกับมันเสมอ
ต่องต๊อง ๆ
เสียงออดหมดเวลาเรียนคราบสุดท้ายของวันนี้ ลมหนาวบิดขี้เกียจไปมา แล้วเตรียมตัวเก็บของลงกระเป๋า
“เก็บของได้แล้วมึง ไปหาอะไรกินกันปะ” ผมตบไหล่เพื่อนเบา ๆ เป็นเชิงกระตุ้นให้เพื่อนตื่นตัว
“อือ..ปะกูพร้อมละ พลังชีวิตฟื้นคืนแล้ว” ตังชูแขนสองข้างบิดขี้เกียจไปมา แล้วทำท่าทางกระตือรือร้นทันที
“อือไปกันปะ ไปห้างนะ ฟิล์มกล้องเราหมด” ผมบอกเพื่อนถึงจุดประสงค์ ในการไปครั้งนี้
“ครับ ไปไหนไปกันแล้วแต่คุณลมหนาวเลยครับ” ตังพูดหยอกเพื่อน เพราะดูเหตุผลจริง ๆ คงไม่ได้อยากไปหาอะไรกินหรอก คงอยากไปซื้อฟิล์มมากกว่า
ห้างสรรพสินค้า AC
“กินไรกันดีมึง” ตังถามลมหนาว ที่เมื่อเข้ามาในห้างสรรพสินค้า ก็เอาแต่เดินตรงไปที่ร้านกล้องถ่ายรูปทันที เขาต้องรอมันให้ซื้อของเสร็จก่อน ถึงจะได้หาอะไรกิน