“กินปิ้งย่างป้ะ” เมื่อผมได้สิ่งที่ต้องการ เรื่องอื่นยังไงก็ได้
“อือ เลือกร้านเลย” ตังพูดให้เพื่อนเลือกร้าน เพราะน้ำย่อยในกระเพาะเริ่มทำงานแล้ว
เมื่อทั้งสองเข้ามาในร้านปิ้งย่าง ก็เริ่มสั่งสิ่งที่อยากกินทันที
“นี่หนาว สอบเสร็จแล้วไปเจอเพื่อน ๆ หน่อยนะ พวกไอ้บาสบ่นคิดถึงมึงจะแย่”
ตังบอกเพื่อนที่นั่งย่างเนื้ออยู่ข้างหน้าทันทีเมื่อนึกออก เพราะเมื่อคืนที่ไปนัดสังสรรค์กับเพื่อนมา มีแต่คนถามหา เขาไม่อยากให้เพื่อนตัวเล็ก ค่อย ๆ ห่างจากกลุ่มเพื่อนเท่าไหร่ เพราะตังยังอยากให้เพื่อนสนิทสนมกันเหมือนเมื่อก่อน
“ได้สิ สอบเสร็จก็นัดวันมาอีกทีแล้วกัน ไม่เจอพวกมันนานละ”
ผมตอบรับคำของเพื่อน พอมาคิด ๆ ดู ผมก็ไม่ได้ไปตามนัดกับเพื่อนนานแล้ว นึก ๆ ไปก็คิดถึงช่วงเรียนมัธยมปลาย ไปไหนไปกัน เป็นกลุ่มเป็นแก๊ง
ผมจำได้ว่าช่วงนั้น ผมมีความสุขมาก ๆ
“โอเค เดี๋ยวนัดกันอีกที” ตังพยักหน้าอย่างพอใจ เมื่อเพื่อนตรงหน้าตอบมาอย่างที่ตัวเองหวัง
“เออหนาว กูถามหน่อย ตอนนี้มึงยังส่งรูปให้ไอ้คุณดวงอาทิตย์อยู่ป้ะ” อยู่ ๆ ตังก็นึกได้ว่า ไอ้เจ้าเพื่อนตัวดี มันแอบมีความรักกับบุคคลปริศนา
“คุณดวงอาทิตย์ไหนวะ” ผมทำหน้างง ๆ กับสิ่งที่ตังถาม เพราะจำได้ว่า ไม่เคยรู้จักคนชื่อนี้
“อ้าว เรื่องนี้มึงก็จำไม่ได้ด้วยเหรอ” ตังทำหน้าสงสัย และนึกไม่ถึงว่าเพื่อน จะจำคนที่ตัวเองถ่ายรูปส่งไปให้ตลอดไม่ได้ด้วย
“ยังไงตัง เล่ามาซิ” ผมวางตะเกียบที่กำลังคีบเนื้ออยู่ลงที่จาน แล้วรอคอยฟังคำบอกเล่าจากปากของเพื่อน
ชักอยากรู้ขึ้นมาแล้วว่า ใครคือ คุณดวงอาทิตย์ ที่ตังพูดถึง
“ก็ตอนนั้นน่ะ ที่กูเปิดกระเป๋ามึง ว่าจะยืมปากกาซะหน่อย แล้วกูก็ไปเจอซองใส่รูป กูก็เลยแอบดูนิดหน่อย”
ตังพูดไปพร้อมกับดูสีหน้าของเพื่อนว่าจะโกรธไหม ที่เขาค้นกระเป๋าโดยไม่บอกก่อน
“แล้วไงต่อ อย่าหยุดพูดสิ” ผมอยากรู้เรื่องที่เพื่อนจะเล่า มากกว่าโกรธ ที่เพื่อนค้นกระเป๋า โดยไม่ขออนุญาต
“กูก็เจอรูปโพลารอยด์ในซองอะ เป็นรูปต้นไม้แหละมั้ง ถ้าจำไม่ผิด”
“แล้วตังรู้ได้ยังไง ว่าเราส่งให้กับคุณดวงอาทิตย์” ผมยังสงสัยถึงสิ่งที่เพื่อนบอก
“ก็มึงเขียนไว้ที่ข้างหลังรูปไง เขียนว่า...” ตังคิดอยู่แป๊บหนึ่ง
“อ๋อ นึกออกละ มึงเขียนประมาณว่า ถึงคุณดวงอาทิตย์ มีคนเคยบอกไว้ว่า การอยู่กับธรรมชาติ จะทำให้เราผ่อนคลาย ประมาณนี้แหละ”
“เราเนี่ยนะเขียนแบบนี้” ผมไม่อยากจะเชื่อเลย
“ก็ใช่น่ะสิ หลังจากที่มึงรู้ ก็งอนกูอยู่พักใหญ่เลย กูนี่ตามง้ออยู่ตั้งนาน”
“แล้วตังรู้ไหม ว่าคุณดวงอาทิตย์คือใคร”
“กูไม่รู้หรอก ถามมึงตอนนั้นมึงก็ไม่ตอบ เอาแต่บอกว่า ความลับ ๆ ”
“ตัง เราจำไม่ได้ว่ะ ว่าเราเคยทำอะไรแบบนั้นด้วย”
“เอางี้นะ กินนี้เสร็จแล้ว กลับไปที่ห้อง ไปหา ๆ ค้น ๆ ดูเผื่อเจออะไร มึงอะชอบถ่ายรูปไว้เยอะ เผื่อมีเขียนอะไรไว้”
“ได้ กลับไปเราจะไปหาดู” ผมมาดหมายไว้ในใจ
“อือ รีบกินจะได้รีบกลับ ไม่ต้องคิดมากล่ะ เดี๋ยวกูจะช่วยนึกอีกทีละกัน เผื่อตอนนั้นเสือก เอ๊ย! รู้อะไรบ้าง”
“โอเค ขอบใจมากนะ ตังน่ารักที่สุดเลย” ผมพูดพร้อมทำหน้าตากรุ้มกริ่มหยอกล้อเพื่อน
“ไอ้หนาว อย่าพูดแบบนี้นะ ขนแขนกูลุกเลย” ตังทำท่าลูบขนแขน ทั้งที่มันยังไม่ได้ลุกขึ้นมาเลย
“ไปเข้าห้องน้ำไป ฮ่า ๆ ๆ ”
“ไม่ใช่ลุกแบบนั้นเว้ย” ตังรีบแก้ตัว
คอนโด SSK
เมื่อลมหนาวกลับมาถึงคอนโด ชายหนุ่มก็ตรงเข้าห้องนอน เพื่อไปที่มุมกระดานแปะรูปโพลารอยด์ทันที สายตาค่อย ๆ ไล่ดูรูปที่แปะอยู่ที่กระดานไปเรื่อย ๆ จนมาสะดุดที่รูปรูปหนึ่ง เป็นรูปดอกเดซี มีตัวอักษรเขียนไว้ใต้รูป ด้วยลายมือที่คุ้นตา
เดซี
ผมดึงรูปนั้นออกมาดูใกล้ ๆ ผมเห็นข้อความมีเท่านี้ ก็เลยพลิกกลับด้านหลังรูปดู ที่ด้านหลังของรูป มีข้อความที่เขียนถึงบุคคลปริศนาอยู่ ผมไล่สายตาอ่านข้อความตรงหน้าทันที
ถึงคุณดวงอาทิตย์
มีคนเคยบอกไว้ว่า
เมื่อมองดอกไม้สวย ๆ
จะทำให้มีความสุข
อย่าเครียดนะครับ
จาก วิน
ผมเขียนถึงคุณดวงอาทิตย์จริง ๆ ผมจำลายมือของตัวเองบนรูปได้ แล้วชื่อที่ผมเขียนถึงคุณดวงอาทิตย์คือ วิน ผมคงใช้ชื่อนี้ในการเข้าหาคนคนนั้น
ลมหนาวยืนครุ่นคิดอยู่ตรงนั้นพักใหญ่ พยายามค้นหาความทรงจำที่ตัวเองลืมไป แต่ยิ่งพยายามนึกก็ยิ่งหงุดหงิด เพราะมันว่างเปล่า ไม่ปรากฏความทรงจำเรื่องนี้เลย
คนที่ผมเขียนถึงคือใครนะ ใช่คนที่ผมเห็นในฝันบ่อย ๆ ไหม คิดยังไงก็ว่างเปล่ามันน่าหงุดหงิดมาก และหน่วงในใจแปลก ๆ
ผมก่อนที่จะเกิดอุบัติเหตุ กำลังชอบคนคนนี้อยู่ใช่ไหม ถึงได้ส่งอะไรแบบนี้ไปให้
แล้วถ้าผมได้เจอคนคนนี้อีกครั้ง ผมจะยังคงจดจำเขาได้ไหม และความรู้สึกชอบอีกฝ่ายที่ผมมีอยู่ก่อนหน้านี้ จะแสดงให้ผมรับรู้อยู่ไหม
***************