EP.2

1912 Words
2. @โรงพยาบาล "ไหล่หลุดครับ เนื่องจากคนไข้ได้รับการกระแทกอย่างรุนแรง ตอนนี้หมอต่อให้เรียบร้อยแล้ว ผลMRIออกมาก็ไม่มีปัญหาอะไร ช่วงนี้ก็ระวัง อย่าใช้แขนข้างนี้ยกของหนัก ไม่มีอะไรแล้วล่ะ เดี๋ยวจะจัดยาแก้ปวดให้" คุณหมอเอ่ยออกมาขณะเช็คสำรวจแขนนายคนหล่อนี้ไปด้วย และฉันก็ไม่รู้จะทำตัวยังไง รู้สึกเกร็งๆเวลาที่เขามองมา ไม่รู้สิ่ สายตาเขามองเหมือนกำลังสงสัยอะไรอยู่น่ะ แต่ก็ไม่ได้พูดคุยกัน นอกจากฉันจะช่วยอำนวยความสะดวกให้เขา กระทั่งทำการรักษาเสร็จเราทั้งคู่ก็เดินออกมาด้านนอก ไม่มีคำพูดอะไรออกจากปากเขา และฉันก็เดินไปยื่นใบสั่งยาให้พยาบาลและไปนั่งรอรับยาข้างๆเขาที่โซฟาตัวเดียวกัน คุณหมอใส่ที่คล้องแขนข้างขวาของเขาไว้ด้วย ไม่มีรอยแผลฟกช้ำตามร่างกายแค่โดนชนจนไหล่หลุดขยับแขนไม่ได้ก็เท่านั้น และตอนนี้สภาพร่างกายหายดีแล้ว เหลือแค่สภาพจิตใจ ค่าสินไหม ค่าทำขวัญอะไรแบบนั้นอ่ะ แต่จะว่าไปแล้วฉันก็ไม่ได้ผิดนะ เขาข้ามถนนไม่ดูรถเองอ่ะ และตรงนั้นมันเป็นทางเลี้ยวด้วย ช่างมันเถอะยังไงฉันก็ต้องรับผิดชอบ "เอ่อ คุณคะ..." "......" แค่เขาหันมามองฉันก็ไม่กล้าจะพูดอะไรแล้ว เขาหน้านิ่ง หน้าดุ ออร่าความดุดันแผ่มาก ความสวย ความน่ารักของฉันน่ะ คงไม่ช่วยอะไรเลย "ฉันขอโทษนะคะ จะเรียกค่าเสียหาย ค่าทำขวัญ อะไรยังไง เท่าไหร่ ก็เรียกมาได้เลย ฉันจะรับผิดชอบ" "รับผิดชอบ?" "อื้ม ค่ะ เดี๋ยวรับผิดชอบเอง" "ห้าแสนแล้วกัน" "หืม?" O.O ฉันเลิกคิ้วและทำตาโตก่อนจะกระพริบตาปริบๆ "ห้าแสนสำหรับค่าเสียเวลา ค่าบาดเจ็บ ค่าที่เธอขับรถโดยประมาททำให้คนอื่นเดือดร้อน" เขาหันมาพูดแบบนั้นแล้วมองหน้า "รู้ค่ะ รู้ว่าผิด แต่ว่า มันตั้งห้าแสนเลย ไม่เยอะไปหรอ?" "แล้วไหนบอกจะรับผิดชอบ?" "ก็..." "มันยังน้อยไปด้วยซ้ำ ขับรถได้แบบ...แย่มากรู้ตัวไหม เธอแหกกฎจราจรทุกอย่าง ขับค่อมเลนส์ ไม่เปิดไฟเลี้ยว ขับรถบนทางเท้า แถมยังเกือบชนพวกเด็กนักเรียน" "ค่ะ ฉันรู้ว่าผิด แต่เรื่องจะชนพวกน้องนักเรียนบนทางเท้า ไม่เห็นหรอว่ารถมันติดอยู่ และคุณก็เจ็บมากด้วย ถ้าช้ากว่านี้คุณอาจแขนหลุดไปแล้วนะ มันเป็นเรื่องที่ช่วยไม่ได้นี่คะ" ฉันเถียงไปแบบนั้นอย่างใจเย็นที่สุด พยายามมีเหตุผลมากที่สุดแล้ว แต่ค่าทำขวัญมันไม่จำเป็นต้องแพงขนาดนั้นอ่ะ เข้าใจไหม แสนห้าเชียวนะ แพงม้ากกกกก "เฮ้อออ" พอฉันพูดออกไปแบบนั้น เขาก็ถอนหายใจใส่และส่ายหัวไปมา ในกระเป๋าฉันมียังไม่ถึงห้าพันเลย "ลดให้หน่อยได้ไหม สักสี่แสนเก้าหมื่นห้าพัน ก็ได้" ฉันพูดแบบเบาๆ และเอาเอกสารใบรับยาของเขามาก้มหน้าอ่านดู ทั้งที่ในใจกำลังลุ้นว่าเขาจะลดให้ไหม ก็ลองต่อดู "ลดหน่อยคือจากห้าแสนเหลือห้าพันน่ะนะ? ต่อเป็นปลาในตลาดเลย" พอได้ยินคำพูดแบบนั้นฉันก็พองแก้มขึ้นมาอย่างเคยตัว "ไม่มีปลาในตลาดตัวไหน ราคาห้าแสนหรอกค่ะ" ฉันพูดและยัดตัวขึ้นหงายหลังพิงพนักพิง ก่อนจะได้หันไปมองหน้าเขาโดยบังเอิญซึ่งเขาเองก็มองมาที่ฉัน มันเป็นจังหวะที่บังเอิญสายตาเราผสานกัน "ถ้ารับผิดชอบไม่ไหว ที่หลังก็ขับรถไห้มันดีๆเถอะ" เขาหน้าตาดีนะ หล่อมากด้วย แต่พูดจาไม่น่าฟังเลย "นาย อชิรวิชญ์ เมธีวัชรกุล รับยาช่องสามค่ะ" "ไปรับยาไห้หน่อย ไป" เขาเอ่ยออกมาอีกและใช้นิ้วดันไหล่ให้ฉันลุกไปรับยาให้ นั่นชื่อเขาหรอ 'อชิรวิชญ์' รับยาเสร็จฉันก็ไปจ่ายเงิน ค่ารักษาพยาบาบาลต่างๆ ระหว่างที่ยืนรอพวกพนักงานพยาบาลที่เค้าน์เตอร์ ฉันก็ลองหันหลังไปมองด้านหลังแล้วก็เห็นว่าเขานั่งมองมาที่ฉันเช่นกัน ฉันก็พยายามไม่สนใจ ก้มหน้า มองเท้า หันมองไปทางอื่นระหว่างรอพี่ๆพยาบาล กระทั่งเขาเอ่ยคำนั้นออกมา "เด็กไอ้กรณ์?" พอได้ยินแบบนั้นฉันเลยหมุนตัวกลับไปมองเขาอีกครั้งและหันซ้ายหันขวา มองไปรอบๆเผื่อว่าเขาอาจจะไม่ได้พูดกับฉัน แต่ล้อบบี้โรงพยาบาลในตอนนี้นอกจากพี่ๆพยาบาลแล้วก็มีแค่ฉันกับเขานี่นา เด็กไอ้กรณ์งั้นหรอ? งั้นก็แปลว่ารู้จักกรณ์ ที่มองหน้าฉันในห้องตรวจเพราะแบบนี้รึป่าว ถ้ารู้จักกรณ์ฉันไม่แปลกใจเท่าไหร่เพราะกรณ์เองเขาก็เป็นคนมีชื่อเสียง กรณ์เขาเป็นนักร้องแรปเปอร์ด้วยนะ พูดมาแบบนี้ก็แปลว่ารู้จัก แสดงว่าเราเคยเจอกันมาก่อน "ใช่จริงด้วย" เขาเอ่ยอีกครั้งและหลุบตาลง และพยักหน้ากับตัวเองช้าๆ "เจ็ดพันแปดร้อยห้าสิบบาทค่ะ" ยังไม่ทันที่ฉันจะเอ่ยถามอะไรออกไป พี่พยาบาลก็มาขัด ฉันเลยหันหน้ากลับและหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาแสกนจ่ายเงินไป.... "คุณพักที่ไหนอ่ะ เดี๋ยวฉันขับไปส่ง" "ก็ต้องเป็นงั้นมั้ยหรือจะปล่อยให้คนเจ็บเดินไปเรียกแท็กซี่กลับเอง?" พอเขาพูดแบบนี้ฉันก็หยุดปลายเท้าไว้เท่านั้น ฉันเริ่มจะหัวร้อนนิดๆแล้วนะ คือฉันแบบพยายามจะพูดดี ทำดีกับเขาสุดๆแต่ดูเขาดิ่ ทำไมต้องทำเหมือนไม่ชอบขี้หน้ากันตลอดเลย ทำไมวะ มันหงุดหงิดอ่ะ "ก็ถ้าบ้านอยู่เชียงใหม่ มายก็ต้องขับไปส่งถึงเชียงใหม่เลยใช่ป่ะ!" ขอวีนบ้างนะ ฉันพูดออกไปอย่างไม่พอใจและกระแทกเสียงให้รู้ถึงภาวะทางอารมณ์ของฉันในตอนนี้ เป็นเหตุให้เขาหันมามองหน้าฉันนิ่งๆและขยับปลายเท้าเข้ามายืนตรงหน้าโน้มตัวมาให้ใบหน้าอยู่ในระดับเดียวกัน และบังเอิญได้สบตาเขาไกล้ๆแบบที่เห็นแววตา เห็นองค์ประกอบทุกอย่างบนใบหน้าชัดเจน "ใช่ เพราะเธอต้องรับผิดชอบ" เขาเอ่ยน้ำเสียงดุดันแบบนั้น แล้วเดินนำไปก่อน ขณะที่ฉันได้แต่ทำปากขมุบขมิบ อยากด่ามากแต่ด่าไม่ออกเลยสักคำ เพราะคำเดียวที่อยู่ในหัวฉันตอนนี้ คือคำว่า พระเจ้า... หล่อลากใส้.... ในรถ "คุณหมอบอกว่าให้ทานยาหลังอาหารหรือเฉพาะเวลาที่มีอาการปวด" "อือ" เขาครางรับ และรับถุงยาไปและวางตรงกึ่งกลางคอนโซรลรถฉัน "22 wireless คอนโดนะ รู้จักไหม?" "อื้ม รู้จัก" "แล้วขอขับแบบนิ่มๆไม่เกิน60นะ?" "คร่าาาา" เขาหันมามองหน้าฉันนิดหน่อยหลังจากที่ฉันลากน้ำเสียงตอบเขาไปแบบนั้น แต่ฉันก็ทำเป็นไม่สน หันไปดึงสายเข็มขัดนิรภัยมาคาดก่อนจะค่อยๆออกรถ แล้วขับมาเงียบๆ เอ๊ะ 22 wireless คอนโดหรอ ?... และในระหว่างที่รถติดฉันก็เห็นว่าเขาขยับตัว ก็เลยถามออกไป "เมื่อกี้ที่พูดว่า เด็กไอ้กรณ์ คือยังไงอ่ะ รู้จักกรณ์ด้วยหรอ" "พูดไปงั้น" "อ้าว แต่ถ้าพูดขึ้นมาแบบนั้นก็ต้องรู้จักมั้ย? พอดีเราเป็นแฟนกรณ์อ่ะ" ฉันเอ่ยออกไป ซึ่งรีแอคชั่นของเขาคือแสยะยิ้มแล้วหันมามองฉันด้วยสายตาที่ไม่น่ามองสักเท่าไหร่ "หึ แฟนกรณ์ หรอ? " เขาพูดแบบช้าๆเว้นวรรคให้คิด และมองหน้าฉันนานมาก แววตาเขาที่มองมาตอนนี้ทำให้ฉันรู้สึกถึงอะไรบางอย่าง บางอย่างที่จะทำให้ฉันรู้สึกชาๆที่หัวใจ เข้าใจไหม ฉันเพิ่งได้กลิ่นว่ากรณ์นอกใจมาและเหมือนฉันจะเริ่มรู้สึกหน่วงๆอีกแล้ว เพียงแค่ผู้ชายคนนี้มองมาด้วยสายตาแบบนั้น "อยู่ไวร์เลสคอนโดหรอ เราอยู่คอนโดเดียวกันเลยนะ โลกกลมชะมัด" พยายามอยู่นะ และพยายามที่จะไม่คิดมากและพูดคุยกับเขาอย่างมายมายมายด์คนที่อัธยาศัยดีและน่ารักที่สุดในโลก "อือ ใช่ โลกกลมดี" เขาก็ตอบแบบที่แววตาก็อ่อนลงนิดหน่อย และพอเห็นเขามองมาไม่หยุดด้วยแววตาแบบนั้นฉันก็เกร็งเลย เม้มปากและกระชับจับพวงมาลัยไว้แน่น เหมือนว่าเขาจะรู้อะไรมา อาจจะเป็นเพื่อนของกรณ์ หรืออะไรก็ช่าง แต่การที่เขาจ้องมาแบบนี้มันก็ทำให้ฉันทำอะไรไม่ถูก "มะ มองอะไรหรอ" "ชื่ออะไรนะ เธออ่ะ?" "ชื่อมาย..." ฉันบอกชื่อเขาไปด้วยน้ำเสียงใสๆ แล้วก็เกิดความเงียบ แต่ก็ยังแอบเห็นว่าเขามองอยู่ "...." "ชื่อมายเฉยๆอะแหละ แต่เพื่อนชอบเรียก มายมายมายด์ จะเรียกสั้นๆว่ามายหรือเรียกว่ามายมายน์มายด์ก็ได้ แล้วแต่สะดวกเลย" ฉันเอ่ยแล้วยิ้มหวาน น่ารัก สดใส ใจดี ขี้เล่น ขี้อ่อยนิดๆ แจกยิ้มสวยหวานหว่านเสน่ห์ไปทั่วตามสไตล์คนนิสัยดี อัธยาศัยดี พร้อมผูกมิตรมาก แต่คุณคนนี้เหมือนจะไม่เห็นความน่ารักตรงนี้ของฉันเลย เอาแต่ทำหน้านิ่ง มองด้วยสายตานิ่งๆ เย็นๆใส่ฉันตลอด "แล้วคุณอ่ะ ชื่อเล่นชื่ออะไรคะ เจอกันครั้งหน้าจะได้เรียกชื่อถูก เราอยู่คอนโดเดียวกันนิ่ ยังไงก็ต้องได้เจออยู่แล้วป่ะ" "....." พอถามออกไปเขาก็ไม่ตอบ แล้วหันหน้าไปมองนอกหน้าต่าง อยู่ๆมาเงียบใส่กันแบบนี้หมายความว่าไงเอ่ย.. หรือว่า..เขาเป็นผู้ชายประเภทเถื่อนๆ ดุดันไม่เกรงใจใครแบบนั้นหรือเปล่า ดูไม่ค่อยเป็นมิตรเอาสะเลย "คุณคะ" "เลิกเรียกว่าคุณได้ป่ะวะ! ชักเริ่มรำคาญแล้วว่ะ" อีกครั้งที่ฉันอึ้งจนตาโตเพราะตกใจเขามาก เมื่อเขาพูดขึ้นมาด้วยน้ำเสียงหงุดหงิดแบบนั้น ที่บอกว่ารำคาญ คือรำคาญฉัน หรือรำคาญที่ฉันเรียกว่าคุณ เกินไปแล้วนะ เกินไปมาก ฉันสูดหายใจเข้าลึกๆแบบสะกัดกลั้นแล้วพูดออกไปอย่างสุดจะทน มา! "โอเค แล้วมึง!ชื่ออะไรล่ะถ้างั้น!?" ฉันเปลี่ยนสรรพนามและถามออกไปแบบหมดความอดทน เอาแต่แอคหยิ่งอยู่ได้ คุยดีก็แล้วอะไรก็แล้ว ก็ยังทำเป็นดุฉันตลอดเลย ฉันไม่ใช่คนยอมคนหรอกนะ หล่อแค่ไหน ฉันก็ไม่ยอม! เออเอาดิ่ จังหวะแตะเบรคจอดรถติดไฟแดงฉันก็หันไปมองเขาแบบควันออกหู ในขณะที่เขาก็มองกลับมาพร้อมแววตาที่นิ่งจนอ่านไม่ออกเลยว่าเขาคิดอะไรอยู่ ฉันก็จ้องกลับแบบไม่กลัว มาดิ่ มาเลย แลกกันคนละหมัด ไม่กลัวหรอกนะ "กูชื่ออะตอมชัดมั้ยอีมาย" O.O!!!!!!! .
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD