ตอนที่10 ช่วยเหลือวิญญาณ

1332 Words
ข้าลืมแนะนำท่านไปนี่องค์รัชทายาทเจินเฟยเทียน” องค์ชายเจินซีห่าวเอ่ยแนะนำ ว่านชิงอีลุกขึ้นยอบกาย “ถวายบังคมองค์รัชทายาทเพคะ” ว่านชิงอีนั่งลงก่อนจะถอนใจ กับความอึดอัดในการใช้คำศัพท์ “ท่านอ๋อง รัชทายาท องค์ชาย ต่อไปเรียกหม่อมฉันแค่คุณหนูสาม คุณหนูว่าน หรือว่านชิงอีก็พอเพคะ ตำแหน่งนี้หม่อมฉันไม่อยากได้ หม่อมฉันอึดอัดจะตายอยู่แล้ว อยากใช้ชีวิตธรรมดาเหมือนคนทั่วไป หากพวกท่านยังเรียกท่านหญิง หม่อมฉันจะไม่พูดคุยกับพวกท่านอีกเลย” ว่านชิงอีระบายออกมาอย่างอัดอั้นตั้นใจ กับแหน่งหัวโขนที่ถูกสวมให้ รัชทายาทมองนางอย่างแปลกใจ นี่ใช่คนที่ผู้คนกล่าวถึงจริงหรือ? นางไม่อยากได้ตำแหน่งท่านหญิง ทั้งที่ตำแหน่งนี้หลายคนอยากได้กันมากแต่ไม่มีโอกาส “ได้ๆ ต่อไปข้าไม่เรียกแล้วเจ้าก็กินเถอะ” เจินซีห่าวเอ่ยด้วยความเอ็นดูนางเหมือนน้องสาวตัวน้อยคนหนึ่งของเขา “ข้าก็จะไม่เรียกเจ้าก็กินเสียหน่อย เย็นหมดแล้ว” รัชทายาทเอ่ยขึ้นบ้าง อยู่ๆ เขาก็นึกเอ็นดูสตรีนางนี้ขึ้นมาเสียอย่างนั้น นางช่างไม่เหมือนใครเลยจริง “ไม่หิวก็ไม่ต้องฝืน” เหว่ยอ๋องเอ่ยขึ้นเขารู้ว่านางมีเรื่องในใจ คงเกี่ยวกับวิญญาณที่นางเห็นเมื่อครู่นี้ ว่านชิงอีมองหน้าเหว่ยอ๋อง ที่จู่ๆ เขาก็อ่อนโยนกับนางต่างจากเมื่อก่อนลิบลับ ก่อนปิงปิงจะวิ่งมาบอกว่า สตรีนางนั้นถูกฆ่าจากสามีนางที่บ้าการพนันและติดสุรา ตอนนี้กำลังจะจับลูกๆมัดเเละจะนำไปขาย ว่านชิงอีมองหน้าสามบุรุษไปมาก่อนจะเอ่ย “ท่านอ๋องเราไปช่วยครอบครัวนั้นกันเถอะเพคะ” กล่าวจบนางก็ลุกขึ้นและเดินตามปิงปิง และได้พบวิญญาณตนนั้นที่รออยู่ นางจึงถามว่าบ้านนางอยู่ที่ใด พอนางบอกสถานที่ วานชิงอีก็หันมาบอกเหว่ยอ๋องและองค์ชาย “ท่านอ๋อง องค์ชาย เราคงต้องนำทหารของทางการไปด้วยเพคะ” เหว่ยอ๋องและองค์ชายซีห่าว เมื่อเห็นสีหน้ากังวลของนางก็รีบจัดการตามที่นางบอกทันที รัชทายาทก็งงว่าเกิดอะไรขึ้น ทำไมท่าท่างของพวกเข้าถึงดูร้อนร้นแปลกๆ “พวกเจ้าจะบอกข้าได้หรือไม่ว่าเกิดอะไรขึ้น?” องค์ชายซีห่าวหันไปมองนาง และเห็นนางพยักหน้า เขาจึงเราให้รัชทายาทฟังคราวๆ “นางมองเห็นวิญญาณ และวิญญาณก็มาขอให้นางช่วย” รัชทายาทได้ฟังก็ยิ่งประหลาดใจ สตรีนางนี้มีเรื่องให้ประหลาดใจอยู่เรื่อยจริงๆ ก่อนองครักษ์จะพารถม้ามาจอดสองคัน ว่านชิงอีบอกเสี่ยวหมานและคนที่ติดตาม ให้กลับไปแจ้งที่จวน ว่านางไปทำธุระกับเหว่ยอ๋อง องค์ชายซีห่าว และองค์รัชทายาท ที่นางบอกไปสามคนเพราะไม่อยากให้พวกเขาคิดว่าไปกันแค่สองคน “ข้าอยากนั่งคันเดียวกับนาง” รัชทายาทเอ่ยขึ้น “งั้นเอาคันใหญ่ไปนั่งทั้งหมดนี้แหละ ไม่ไกลมากคงไม่เป็นไร” เหว่ยอ๋องตัดสินใจ ก่อนจะเดินขึ้นก่อนแล้วยื่นมือมาให้ว่านชิงอียึด พอทุกคนมานั่งในรถม้าซึ่งมีว่านชิงอีนั่งข้างเหว่ยอ๋อง รัชทายาทก็เหมือนไม่พอใจที่เหว่ยอ๋องได้นั่งข้างนาง “เหตุใดท่านได้นั่งข้างนาง” ว่านชิงอีเริ่มรำคาญจึงลุกไปนั่งอยู่คนเดียว ก่อนจะเริ่มพูดคุยกับวิญญาณตนนั้น เพื่อที่นางจะได้หาข้อมูล และบอกกับทางการให้เอาผิดกับคนร้าย สามบุรุษมองนางสนทนากับสิ่งที่เรียกว่าวิญญาณอย่างสนใจ รู้สึกประทับใจในความสามารถที่ไม่เหมือนใคร และความเป็นตัวของตัวเอง ทำให้นางดูน่าเกรงขามแม้จะอายุยังน้อย พอมาถึงบ้านติดชายป่า บรรยากาศเงียบจนดูผิดปกติ ว่านชิงอีจึงรีบเอ่ยบอกปิงปิงอย่างลืมตัว “ปิงปิงรีบไปดูสถานการณ์ก่อนเลย” ปิงปิงได้ฟังก็พุงเหาะออกทางหน้าต่างอย่างรวดเร็ว ก่อนจะรีบกลับมารายงาน “คุณหนูศพของสตรีนางนี้ยังไม่ไปไหน ส่วนคนฆ่าดื่มเหล้าเมาไม่ได้สติและจับลูกๆ สามคนมัดไว้เจ้าค่ะ” ว่านชิงอีรีบเล่าให้ทุกคนในรถม้าฟัง เพราะสถานการณ์ไม่ต้องรีบบุกเข้าไป เพียงรอทหารทางการมา วิญญาณสตรีนางนั้นรีบคุกเข่าขอบคุณว่านชิงอี “เจ้าไม่ต้องเป็นห่วงลูกๆ อีกสามคน ข้าช่วยดูแลให้เป็นอย่างดี ข้าจะช่วยฝั่งศพของเจ้าอย่างดี ขอให้เจ้าจากไปอย่างสงบเถิด” ว่านชิงอีพูดกับสิ่งที่ไร้ตัวตนอยู่คนเดียว เพราะพวกเขามองไม่เห็น ไม่นานทหารของทางการก็ตามมา พวกเขาจึงลงจากรถม้าและเข้าไปบ้านหลังนั้น สภาพภายในบ้านเละเทะไม่มีชิ้นดี มุมหนึ่งร่างของสตรีนอนหมดลมหายใจ อีกมุมมีชายวัยกลางคนเมาไม่ได้สติ อีกมุมมีเด็กสามคนถูกจับมัดไว้พร้อมผ้าอุดปาก ว่านชิงอีมองด้วยความเวทนาและสงสาร ก่อนจะเข้าไปดึงผ้าออกจากปาก และแก้มัดให้เขาสามคนก็เข้ามาช่วยด้วยเช่นกัน เด็กสามคนโผเข้ากอดว่านชิงอีอย่างขวัญเสีย ร้องไห้สะอึกสะอื้นอย่างน่าเวทนา เพราะเห็นบิดาฆ่ามารดาต่อหน้าต่อตา คงสะเทือนใจอยู่ไม่น้อย “ไม่ต้องกลัวๆ ข้ามาช่วยแล้ว ต่อไปพวกเจ้าจะมีชีวิตที่ดีและปลอดภัย” ว่านชิงอีเอ่ยปลอบเด็กสามคน ที่เป็นหญิงอายุ7หนาว อีกคน 5หนาว และเด็กชายคนสุดท้องอายุ4หนาว ไม่ว่าจะยุคไหนก็มีพ่อที่เลวยิ่งกว่าสัตว์เดรัจฉาน คนประเภทนี้สมควรประหารทิ้งเสียอยู่ไปก็หนักแผ่นดิน เหว่ยอ๋องให้อู่ถงไปหารถมาอีกคัน เพื่อให้เด็กๆ นั่ง ระหว่างนั่งรอรถม้าว่านชิงอี ก็คิดแผนการดูแลเด็กที่ไร้พ่อแม่ อย่างเช่นสถานเด็กกำพร้า นางคิดว่าต่อไปต้องมีเด็กกำพร้าเพิ่มขึ้นอย่างแน่นอน ถึงแม้ไม่ได้กำพร้า แต่หากพ่อแม่ดูแลลูกอย่างไม่ใช่คน พวกเขาควรมีสิทธิ์แยกตัวออกมา และเติบโตมามีชีวิตที่ดี พอขึ้นมานั่งบนรถม้าว่านชิงอีก็เอาแต่เงียบ เหว่ยอ๋องเห็นเช่นนั้นก็ไม่สบายใจ “คิดอะไรอยู่” “หม่อมฉันกำลังคิดว่า อยากจะทำสถานที่รองรับ เด็กที่ขาดพ่อแม่หรือเด็กที่ไร้ที่พึ่ง ให้พวกเขาได้มีที่อยู่ มีอาหาร มีการศึกษา มีเสื้อผ้าที่ดีใส่” “โครงการใหญ่เลยนะคุณหนูว่าน แต่ข้าก็ว่าความคิดนี้ดี พวกเราเกิดมามีครอบครัวที่ดี ควรรู้จักแบ่งปัน” รัชทายาทเห็นด้วยกับความคิดนางจึงอยากสนับสนุน แต่องค์ชายซีห่าวแอบเบ้ปาก เพราะเขาคิดว่ารัชทายาทแค่พูดเอาใจนางก็เท่านั้น “แล้วเจ้าคิดจะทำเมื่อใดข้าพร้อมสนับสนุน” องค์ชายซีห่าวเอ่ยถามเพราะเขาเชื่อว่า สิ่งนางทำนั้นต้องเป็นสิ่งที่ดีแน่นอน ว่านชิงอียกยิ้มก่อนจะหันไปหาเหว่ยอ๋อง เห็นเขาเงียบไม่พูดอะไร นางก็สะบัดหน้าพรืดด้วยความไม่พอใจ “ข้าจะช่วยสมทบทุนและนำเรื่องนี้ไปกราบทูลกับฝ่าบาท” ว่านชิงอีหันหน้ามาอย่างรวดเร็วคอแทบหัก ก่อนจะขยับไปหาเขาอย่างลืมตัว ก่อนจะพูดขึ้นมาทีเล่นทีจริง “พระเอกมากๆ ท่านอ๋องวันนี้ท่านดูหล่อเหล่ามากกว่าทุกวันเลยเพคะ” “อย่าเสแสร้งให้มาก” เหว่ยอ๋องตอบกลับไปอย่างรู้ทัน
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD