ตอนที่16 ปริศนาคำทาย

1327 Words
หลังจากเรื่องราวคลี่คลาย ทุกอย่างก็กลับมาปกติอีกครั้ง วันนี้เป็นงานเลี้ยงฉลอง การแต่งตั้งท่านหญิงจวินจู่ ซึ่งฝ่าบาทจัดงานนี้เพื่อนางโดยเฉพาะ ตระกูลต่างๆ มาพร้อมฮูหยินและคนในครอบครัว แม้จะไม่ยินดีที่จะมาร่วมงาน แต่ก็ไม่อาจขัดพระประสงค์ของฝ่าบาทได้ พองานใกล้เริ่มทุกคนก็พากันไปนั่งประจำที่ ที่ทางวังหลวงจัดเอาไว้ตามตำแหน่งของแต่ละคน วันนี้ท่านหญิงจวินจู่มาในชุดอาภรณ์สีขาวขลิบสีชมพูอ่อน ประดับด้วยปิ่นหยกสีขาวเข้าชุด นางไม่ได้ประโคมแต่งมากจนเกินไป ตั้งใจให้ดูเรียบๆ แต่ดูดี ถึงจะเป็นเจ้าของงาน แต่ก็ไม่อยากโดดเด่นจนเกินไป พอนางมาถึงบริเวณจัดงาน ก็เห็นวิญญาณของพระสนมกุ้ยเฟยยืนรออยู่ นางส่งยิ้มให้อย่างอ่อนโยน “วันนี้เจ้าดูงดงามมาก” “ขอบพระทัยเพคะ” ว่านชิงอียิ้มหวานให้พระสนม และก้าวเดินเข้างานไปพร้อมกับนาง ก่อนจะไปยอบกายถวายความเคารพฮ่องเต้ต่อหน้าพระที่นั่ง “ท่านหญิงวันนี้ท่านดูงดงามมากจริงๆ เอาละไปนั่งที่ของท่านเถิดงานจะเริ่มแล้ว” ฮ่องเต้เจินเฉินหลงกล่าวอย่างยิ้มแย้มอารมณ์ดี พอนางนั่งลงดนตรีก็เริ่มบรรเลง เหล่านางกำนัลก็เริ่มทำหน้าที่ ยกอาหารและสุรามาวาง ว่านชิงอีมองอาหารอย่างสนใจ อาหารในวังหลวงทำออกมาได้น่ากินมาก คนทำอาหารของวังหลวงคงคัดสรรมาอย่างดี ชิงอีชิมนั่นชิมนี่ไปเรื่อยด้วยความพอใจ ก่อนจะบอกให้ปิงปิงลองกินดู “อร่อยมากเลยเจ้าค่ะ” “แน่ละอาหารในวังเลยเชียวนะ แต่ข้าก็ยังนึกอยากกินบะหมี่ข้างทางอยู่ดี เดี๋ยวพรุ่งนี้ค่อยไปกินตอนออกไปสืบคดี” ว่านชิงอีแอบปรายตามองผู้คนในงานก็ต้องสะดุ้งกับสายตาไม่เป็นมิตรของทุกคน อะไรกันพวกเขาไม่เก็บอาการกันเลย เปิดเผยชัดเจนขนานนี้เลยหรือ จู่ๆ ก็มีสตรีที่แต่งกายคล้ายบุรุษท่าทางทะมัดทะแมงเข้ามาทำความเคารพนาง “ถวายบังคมท่านหญิง หม่อมฉันฮุ่ยเจียงเป็นองครักษ์หญิงประจำพระองค์เพคะ” ว่านชิงอีฉีกยิ้มให้อย่างเป็นมิตร เริ่มรู้สึกอุ่นใจขึ้นมาบ้าง เพราะสายตาของแต่ละคนในงาน ดูไม่มีใครชอบนางกันเลย พอการแสดงจบลง เสียงปรบมือก็ดังขึ้น ก่อนไทเฮาที่นั่งข้างฮ่องเต้จะเอ่ยขึ้น “วันนี้เป็นงานเลี้ยงฉลอง การแต่งตั้งท่านหญิงจวินจู่ ทางเหล่าขุนนางจึงส่งบุตรสาว มาทำการแสดงถวาย หวังว่าท่านหญิงจะชื่นชอบ” ไทเฮาเอ่ยน้ำเสียงอ่อนโยน ว่าแล้วต้องมีอะไรแบบนี้ นางละเบื่อฉากแบบนี้เสียจริง ดูซีรีย์อ่านนิยายมาก็เยอะ ส่วนใหญ่มักมีฉากนี้อยู่เสมอ “ขอบพระทัยเพคะ หม่อมฉันจะตั้งใจชมอย่างเต็มที่” ขันทีผู้ทำหน้าที่ประกาศความเป็นไปของงาน ก็ตะโกนบอกทุกคนด้วยเสียงอันดังว่า “คุณหนูตระจาง จางเจียอี จะมาทำการแสดงดีดพินกู่เจิง คุณหนูกู้ กู้ผิงอันจะแสดงการเป่าขลุ่ย คุณหนูตระกูลซู ซูโม่หลันจะมาร่ายรำ” สามสตรีผู้แสนงดงามกิริยาท่าทาง การเดินการนั่งงดงามไร้ที่ติ ก้าวไปนั่งตรงลานการแสดง ตรงกลางเว้นไว้สำหรับการร่ายรำ ก่อนเสียงเพลงจะบรรเลงขึ้นอย่างไพเราะ เสียงดีดกู่เจิงผสมผสานเสียงขลุ่ยอย่างลงตัว ทำเอาผู้คนในงานเคลิบเคลิ้ม ว่านชิงอีเองก็นึกชื่นชมที่พวกนางเล่นดนตรีได้อย่างไพเราะ การร่ายรำก็แสนอ่อนช้อยละมุนละไมงดงามยิ่ง จู่ๆ ฮุ่ยเจียงก็ถือถาดมายืนข้างนาง พอนางมองดูก็เห็นกำไลหยกที่ดูก็รู้ว่าล้ำค่ามาก อีกชิ้นเป็นปิ่นหยกห้อยระย้าด้วยนกยูง อีกอันเป็นสร้อยทับทิมราคาแพงและงดงามมาก ชิงอีขมวดคิ้วมองฮุ่ยเจียงอย่างไม่เข้าใจ ก่อนนางจะแอบกระซิบว่า นางต้องมอบรางวัลให้กับพวกนางที่ทำการแสดง ว่านชิงอีจึงพยักหน้าเข้าใจ แต่ว่าใครเป็นคนเตรียมของพวกนี้กันนะ พอจบการแสดงทุกคนปรบมือให้อย่างกึกก้อง สตรีสามนางก้าวออกมายืนเรียงกัน ก่อนจะยอบกายทำความเคารพให้กับผู้สูงศักดิ์ หลังจากนั้นฮ่องเต้จึงเอ่ย “ไพเราะและงดงามมาก คุณหนูทั้งสามไปรับรางวัลจากท่านหญิงเถิด” ว่านชิงอียื่นของแต่ละชิ้นให้พวกนาง ก่อนจะคิดในใจคงเป็นฝ่าบาทที่เตรียมการไว้ มิเช่นนั้นนางคงต้องขายหน้าที่ไม่มีของรางวัลให้ แต่จู่ๆ ก็มีเสียงของเสนาซูโม่เฉิงเอ่ยขึ้น “ทูลฝ่าบาท ในเมื่อวันนี้เป็นงานฉลองการแต่งตั้งท่านหญิง เหตุใดไม่ให้ท่านหญิง แสดงความสามารถให้เป็นที่ประจักษ์พ่ะย่ะค่ะ” พอมีคนเสนอแน่นอนย่อมมีคนสนับสนุนตามมา ฮ่องเต้มองพวกเขาอย่างเย็นชาและเยียบเย็น เจ้าพวกลูกเต๋าเจ้าเล่ห์คงกะจะเล่นงานนางให้ได้เลยสินะ แล้วเขาจะช่วยนางได้อย่างไรดี เหว่ยอ๋องคิ้วกระตุกหันไปมอง เจินซีห่าว และรัชทายาท ที่ยามนี้มีสีหน้าเป็นกังวล ก่อนฮองเฮาที่นั่งเงียบมานานเอ่ยขึ้น “ข้าก็อยากจะชมการแสดงของท่านหญิงเช่นกัน ฝ่าบาทแต่งตั้งเป็นท่านหญิง ฝีมือและความสามารถคงไม่ธรรมดากระมัง” ฮองเฮาแย้มยิ้มอย่างเจ้าเล่ห์ เด็กน้อยวันนี้ข้าก็อยากจะรู้ ว่าใครจะกางปีกปกป้องเจ้าได้ ว่านชิงอีมองเห็นสายตายิ้มเยาะและเหยียดหยามของทุกคน ในใจก็ฮึดสู้และพยายามคิดหาวิธี นางไม่ถนัดดนตรี นางเต้นรำไม่เป็น นางเขียนกาพย์กลอนไม่เป็น แล้วนางจะทำอะไรดีละ แต่แล้วจู่ๆ นางก็มีความคิด คนจีนชอบเล่นการพนันเป็นที่สุดได้การละ ว่านชิงอีกระซิบบอกฮุ่ยเจียง ก่อนฮุ่ยเจียงจะรีบไปเตรียมสถานที่ ที่ลานการแสดง ก่อนว่านชิงอีขยับลุกขึ้น และก้าวเดินตรงไปยังลานการแสดง ฮ่องเต้ เหว่ยอ๋อง เจินซีห่าว รัชทายาทเฟยเทียน มองตามนางตาไม่กะพริบ นางจะทำการแสดงอะไรกันนะ “ข้าร่ายรำไม่เป็น ดนตรีก็ยิ่งไม่ถนัด กาพย์กลอนก็ไม่ได้เลย แต่มีที่ข้าถนัดและอยากเชิญทุกคนมาร่วมเล่น นั่นก็คือการเล่นคำทายปริศนา หากผู้ใดตอบได้ภายในเวลาที่กำหนด ก็จะได้รับรางวัล การละเล่นนี้จะวัดภูมิปัญญาว่าฉลาดมากน้อยเพียงใด” ว่านชิงอีเน้นคำว่าภูมิปัญญาและความฉลาด เพราะนางอยากกดดันเหล่าขุนนาง พอนางกล่าวจบเสียงฮือฮาก็ดังขึ้น นางกล้าท้าทายภูมิปัญญาของเหล่าขุนนาง! เช่นนี้จะยอมได้อย่างไรกัน! ฮ่องเต้ยกยิ้มมุมปากด้วยความพอใจ นางช่างฉลาดเฉลียววิธีนี้มองผิวเผินก็เป็นการละเล่น แต่ถ้ามองให้ลึกหากพวกเขาตอบไม่ได้นั้นหมายถึง พวกเขาไร้ซึ่งปัญญา และพวกเขานั้นดำรงตำแหน่งเป็นถึงขุนนาง “เอาละเรามาเริ่มกันเลย ข้าจะเริ่มจากคำถามง่ายๆ ไปก่อน รางวัลคำทายนี้อยู่ที่อยู่ที่500ตำลึง คำตอบข้าให้ฝ่าบาทเก็บเอาไว้” กล่าวจบนางก็ให้ฮุุ่ยเจียงเอาคำตอบไปเก็บไว้กับฝ่าบาท พอมีรางวัลมาหลอกล่อ เหล่าขุนนางก็เริ่มคึกคัก “คำทายมีอยู่ว่า อะไรเอ่ย หัวโต ตัวยาว คอเล็ก มันชอบไปเรียนศิลปะที่เรือกสวนไร่นา ฆ่าคนของโจโฉตายหมดบ้าน เหลือเพียงต้นอ่อนของผักเต็มไปหมด ข้ามีเวลาให้ครึ่งก้านธูป หากใครได้คำตอบ ให้เขียนใส่กระดาษ ข้าจะเอาไปให้ฝ่าบาทตรวจ”
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD