นานเท่าไรแล้วที่ไม่เคยได้กินอิ่มนอนหลับแบบนี้ ตลอดระยะเวลาหนึ่งสัปดาห์เต็มภูผาไม่ได้ทำอะไรเลยนอกจากกินกับนอน ตั้งแต่ที่เสียเอกราชไปวันนั้นก็ยังทำใจไม่ได้ แต่ถึงอย่างนั้นก็ไม่มีอะไรสำคัญไปกว่าความปลอดภัยของคิมหันต์ เห็นทีว่าต้องหาทางหนีไปจากขุมนรกนี้ให้ได้เร็วที่สุด ถ้าไม่อย่างนั้นคิมหันต์ต้องไม่ยอมรามือเรื่องที่จะช่วยเขาออกไปจากที่นี่แน่
ภูผาลืมตาขึ้นมาในช่วงสาย ตอนนี้ถูกพาเข้ามาขังไว้ในห้องนอนที่ไหนสักแห่งของตัวบ้าน ไม่ใช่ห้องขังที่คับแคบแถมยังสกปรก
แอดด... เสียงประตูห้องพักถูกเปิดออก สายตาเหลือบไปเห็นชายชุดดำเดินถือกล่องข้าวมาวางเอาไว้หัวเตียง ตลอดระยะเวลาหนึ่งสัปดาห์เต็มแล้วที่เขาไม่เห็นหน้ามาเฟียสถุลนั่นเข้ามากวนประสาท หรือเป็นไปได้ว่าการที่มีเซ็กซ์กับเขาครั้งนั้นมันไม่ถูกใจ น่าแปลกที่แอบเสียความมั่นใจเล็กน้อย แต่ถึงอย่างนั้นแล้วก็ควรจะทวงสัญญาที่บอกว่าจะปล่อยเขาไป
“ไอ้แสงหายหัวไปไหนของมัน” เอ่ยถามลูกสมุนที่กำลังเดินออกไปนอกห้อง พลางคว้าชามข้าวกะเพราหมูโปะหน้าด้วยไข่ดาวเยิ้ม ๆ ตักเข้าปาก
“เฮียแสงไปงานรับปริญญาที่ต่างประเทศกับคุณม่านฟ้า”
“กลับมาเมื่อไรอะ”
“เย็นนี้แหละ” ยังไม่ทันได้ถามอะไรต่อ ชายฉกรรจ์ก็เดินออกไปพร้อมทั้งปิดประตูห้องพักเพื่อขังเขาเอาไว้ด้านในห้อง ภูผากินจนอิ่ม ในหัวสมองได้แต่สาปแช่งแสงหิรัญอยู่ตลอดเวลา
ขอให้เครื่องบินที่แม่งนั่ง ตกตายทั้งผัวทั้งเมียเลย
ชีวิตที่ถูกกักขังเอาไว้ภายในห้องสี่เหลี่ยมไม่มีอะไรทำภูผาจึงเดินมานั่งทอดสายตาออกไปนอกหน้าต่าง ที่มีเหล่าบอดีการ์ดเดินตรวจตราอย่างเข้มงวด
นั่งก็แล้ว นอนก็แล้ว ทำมาจนหมดแล้ว กระทั่งหลับไปในที่สุด ลืมตาตื่นขึ้นมาอีกทีก็มีคนมาสะกิดที่แขน เปลือกตาสีไข่ลืมขึ้นมาเห็นบอดีการ์ดมือขวาของมาเฟียสถุลยืนอยู่ตรงหน้า นั่นหมายความว่าไอ้แสงก็คงต้องเดินทางมาถึงที่บ้านหลังนี้แล้วเช่นกัน
“ลุกขึ้น” มาวินออกคำสั่งเสียงเข้ม ทว่าภูผาที่ยังหลับไม่เต็มตื่นกลับนอนหันหลังให้อย่างไม่ยี่หระ
“ถ้ามึงไม่รีบลุก เฮียแสงโกรธแล้วทำอะไรมึงขึ้นมาอีกไม่รู้ด้วยนะ” คนที่กำลังหลับตาได้ยินแบบนั้นถึงกับผ่อนลมหายใจ ภูผาพยายามข่มความกรุ่นโกรธเอาไว้ก่อนหยัดกายลุกขึ้นมายืนตรงหน้ามาวิน
“จะให้กูทำอะไรอีก” ถามออกไปด้วยความสงสัย
“ตามกูมาเถอะ”
เพราะไม่ยอมเดินตามออกมาดี ๆ ภูผาจึงถูกลากมายังภายในห้องนอนแห่งหนึ่งที่อยู่ภายในตัวคฤหาสน์ สายตาเหลือบไปเห็นแม่บ้านสองคนกำลังยืนรอต้อนรับ ภูผาขมวดคิ้วแน่นว่าเอาตัวเองมาทำอะไร
“ถอดเสื้อผ้าออกเถอะค่ะ เดี๋ยวป้าจะช่วยอาบน้ำให้” หญิงวัยกลางคนเดินเข้ามา ภูผาตวัดสายตาห้ามปรามทำเอาเธอหยุดชะงักไม่กล้าเข้ามาใกล้ มาวินจึงให้คนเอาเชือกมามัดมือมัดเท้า พร้อมทั้งแก้ผ้าล่อนจ้อนเพื่อให้แม่บ้านช่วยทำความสะอาดร่างกาย
คนถูกมัดนั่งหน้าเซ็งอยู่บนเก้าอี้ไม้ เพราะรู้ชะตากรรมตัวเองว่าหลังจากเสร็จตรงนี้แล้วต้องถูกพาไปที่ไหน สายตามองหญิงวัยกลางคนช่วยกันขัดผิวที่กระดำกระด่างจนแสบไปหมด จนกระทั่งมือที่เหี่ยวย่นตามกาลเวลาจะเอื้อมมาจับท่อนเนื้อที่วางแปะอยู่บนหน้าขา
“อย่าจับ” เธอหยุดชะงัก ใบหน้าถอดสีลงอย่างเห็นได้ถนัดตา ให้พูดตามตรงเธอก็ลำบากใจพอสมควรที่ถูกสั่งให้มาทำความสะอาดภูผา
“แต่ป้าต้องทำความสะอาดนะคะ”
“ผมทำเองได้”
“อย่าให้ป้าต้องถูกดุเลยค่ะ ถ้าไม่สะอาดเดี๋ยวคุณแสงจะโมโหป้าเอา คิดเสียว่าป้าคือญาติผู้ใหญ่อีกคนหนึ่งก็ได้ค่ะ ไม่ต้องอายป้าหรอก”
ภูผาลังเลว่าจะเอาอย่างไรดี แต่ท้ายที่สุดเขาก็ไม่อยากทำให้หญิงวัยกลางคนที่จิตใจดีคนนี้เดือดร้อนจึงต้องทนนั่งให้ทำความสะอาดทุกซอกทุกมุม แม้กระทั่งรูจีบทางด้านหลังก็ถูกสวนล้างออกมาจนเกลี้ยง พอเสร็จหยิบชุดคลุมสีขาวให้มาสวมใส่เอาไว้
“ไหนเสื้อผ้าผมล่ะ” เอ่ยถามป้าแม่บ้านที่กำลังจะเดินกุมมือออกจากห้องนอน
“คุณแสงไม่ได้สั่งเอาไว้ค่ะ” พูดเพียงเท่านั้นก็เดินออกไป ภูผาเดินมานั่งที่หน้าโต๊ะเครื่องแป้ง จ้องมองตัวเองในกระจก ผมสีน้ำตาลที่ยาวถูกตัดออกให้สั้นลงนผูทำให้สภาพตอนนี้ดูเป็นผู้เป็นคนขึ้นมาหน่อย
แอดดด... เสียงประตูห้องถูกเปิดออก พอหันไปมองเห็นชายร่างสูงสง่าเดินเข้ามาด้านใน
“มึงเข้ามาทำไม” ถามออกไปเสียงแข็งทั้งที่รู้ตัวเองอยู่แล้วว่าที่ถูกจับอาบน้ำจนสะอาดเป็นเพราะอะไร
“กูไม่อยู่หลายวันก็ยังปากดีเหมือนเดิมเลยนะ” พูดพลางปลดกระดุมเสื้อเชิ้ตสีดำด้านออกทีละเม็ด ๆ เผยให้เห็นรอยสักเสือคำรามที่อกด้านซ้าย
พรึ่บ... เสื้อเชิ้ตถูกถอดออกไปกองบนพื้นเรียบร้อยแล้ว เผยให้เห็นกล้ามเนื้อท้องทั้งหกลูก ภูผาเห็นเผลอกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก อดไม่ได้ที่จะอิจฉารูปร่างของแสงหิรัญ
“เมื่อไรมึงจะปล่อยกูไปสักที” เอ่ยถามออกไปเพราะเริ่มหมดความอดทน ในเมื่อให้ในสิ่งที่ต้องการแล้วก็ยังไม่ยอมทำตามข้อตกลงสักที
“ก็กูยังไม่เบื่อมึงไง”
“แล้วเมื่อไรมึงจะเบื่อ”
สายตาคู่คมเต็มไปด้วยความกระเหี้ยนกระหือรือกวาดมองร่างเพรียวตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้า ภูผาเกิดความประหม่าจนต้องบีบมือเข้าหากันแน่น
“ไม่รู้” ปกติแล้วคู่นอนแต่ละคนที่จ้างมาก็ไม่เคยมีใครทำให้แสงหิรัญรู้สึกว่าต้องอยากกินซ้ำ ยิ่งเห็นใบหน้าบึ้งตึงของภูผาราวกับจะบีบคอเขาให้ตาย กลับยิ่งเกิดอารมณ์ทางเพศมากขึ้น
“มาเฟียส้นตีนอะไร โกหกตอแหลเก่งฉิบหาย”
“ก็คงตอแหลไม่เท่ามึง... ลุกขึ้นแล้วไปนอนบนเตียง” เป็นประโยคคำสั่งที่ราบเรียบทำเอาใบหน้าหล่อแกมสวยถอดสีลงอย่างเห็นได้ถนัดตา
“หะ... ให้กูไปนอนทำไมวะ กูยังไม่ง่วง” เอ่ยออกไปด้วยน้ำเสียงตะกุกตะกัก เอื้อมมือมากระชับชุดคลุมอาบน้ำให้เข้าหาตัวเอง สายตาดูลนลานอย่างเห็นได้ชัดเจน
“ไม่ง่วง แต่ก็เ****นไม่ใช่เหรอ”
ดวงตากลมเบิกกว้างขึ้น แต่ถึงกระนั้นก็พยายามไม่แสดงอาการใด ๆ ออกมา นึกไปถึงอิสรภาพหลังจากที่ทำให้แสงหิรัญพึงพอใจเลยพาตัวเองลุกขึ้นมานอนราบไปบนเตียงอย่างว่าง่าย เรียกรอยยิ้มร้ายข้างมุมปากของมาเฟียสถุลได้เป็นอย่างดี
ภูผาสะดุ้งเฮือก เมื่อจู่ ๆ ร่างกำยำก็กระตุกเชือกรัดเสื้อคลุมของเขาออก เผยให้เห็นร่างกายที่โป๊เปลือย มีกล้ามเนื้อรูปร่างดี หากไม่ต้องมาอยู่ในสภาพที่ถูกกักขังไม่พบเจอผู้คนแบบนี้ ก็คงได้มีสาว ๆ มารุมล้อมเป็นขบวนไปแล้ว
“ยังไม่ทันไรก็แข็งแล้วเหรอ” เอ่ยออกมาอย่างอารมณ์ดีเมื่อเห็นท่อนเนื้อขนาดเกือบเท่าของตัวเองตั้งตรง
“ว่าแต่ของกู มึงก็เหมือนกันนั่นแหละไอ้ควาย” พูดพลางหันหน้าไปทางอื่น ใบหน้าร้อนฉ่าเพราะยังรู้สึกไม่ชิน
“อายเหรอ หน้าแดงเชียว” แสงหิรัญก้มหน้าลงมาในระยะใกล้พร้อมทั้งคร่อมทับร่างกายที่ไร้อาภรณ์
“กูร้อน!” คนถูกจับได้รีบสวนกลับไปทันควัน พอเห็นมาเฟียวัยสามสิบหกกระตุกยิ้มร้ายก็เริ่มบ่ายเบี่ยงหาเรื่องอื่นมาคุยแทน “แล้วเรื่องรอยสักกูนี่ เมื่อไรมึงจะพากูไปลบสักที”
“เอาไว้กูเบื่อมึงเมื่อไรแล้วเขี่ยมึงทิ้ง ก็ไปหาทางลบรอยสักเห่ย ๆ ของมึงออกเองก็แล้วกัน”
“แล้วรอยสักของมึงดูดีกว่าของกูตรงไหน ก็งูเหมือนกัน” ภูผาหมายถึงรอยสักรูปงูที่ลำคอของแสงหิรัญ แต่ยังไม่ทันได้เอ่ยอะไรออกมาอีกริมฝีปากก็ถูกปิดสนิทด้วยอวัยวะเดียวกัน เช่นเคยว่าแสงหิรัญไม่มีความแผ่วเบา เขายังคงฉกจูบอย่างรุนแรง จนเสียงน้ำลายฉ่ำแฉะผสานไปกับเสียงลมหายใจกระเส่า เนิ่นนานจนคนใต้อาณัติต้องใช้กำปั้นทุบลงไปที่บ่าของมาเฟียตัวโตเต็มแรง
“แฮก ๆ ไอ้เหี้ย อะ!”
เพียงเท่านั้นแสงหิรัญก็จับท่อนเนื้อขนาดใหญ่กดเข้ามาในช่องทางหลังที่ยังไม่พร้อมดี ความเจ็บครั้งก่อนยังไม่ทันได้หายดี ถูกกดซ้ำรอยเจ็บที่เดิมจนร่างกายแทบแตกเป็นเสี่ยง ๆ เขาถูกจับเปลี่ยนท่านั้นทีท่าโน้นทีจนเสร็จสมไปหลายน้ำ โดยไร้ความอ่อนโยนและไร้ความปรานี
“กะ กูไม่ไหวแล้ว ช่วยหยุดก่อนได้ไหม” เอ่ยเสียงเหนื่อยหอบ มือสองข้างเกาะขอบเตียงของตู้กระจกเอาไว้แน่น สายตามองใบหน้าคมคายที่ไร้ความสำนึกผิดที่สะท้อนกระจก
“กูยังไม่เสร็จ” เอ่ยออกมาเสียงเรียบ เอวสอบอัดเข้ามาไม่พัก สายตามองท่อนเนื้อที่ขยับเข้าออกมีคราบน้ำสีขาวขุ่นเอ่อล้นออกมาเปื้อนตามง่ามขาเป็นทาง
“แต่กูไม่ไหวแล้วนะ” จากที่เข้ามาช่วงค่ำ จนกระทั่งตอนนี้นาฬิกาที่ฝาผนังบ่งบอกเวลาเที่ยงคืนตรง เขาเสร็จไปไม่รู้กี่น้ำ ร่างกายแทบจะต้านไม่ไหวอยู่แล้ว ไม่รู้ว่าแสงหิรัญไปเอากำลังที่ไหนมา
“เกร็งขาไว้อย่าให้ล้ม เพราะถ้าล้ม กูจะตามลงไปเอาซ้ำ”
เพียงเท่านั้นก็กระแทกกระทั้นจนเกิดเสียงเนื้อกระทบกันผสานกับเสียงร้องโอดครวญลั่นห้อง บอดีการ์ดด้านนอกได้ยินทั้งหมด แต่ถึงอย่างนั้นแล้วก็ไม่มีใครจับกลุ่มนินทาเจ้านาย
“กะ... กูไม่ไหวแล้ว ไม่ไหวอีกแล้วไอ้แสง ฮึก!” พูดไปร้องไห้ไป ขาสองข้างไร้เรี่ยวแรงทำให้ทรุดลงกับพื้น
“มึงจะคลานหนีกูไปไหน กูยังเอาไม่หนำใจเลย”
“ไว้ต่อวันอื่นเถอะ ถือว่ากูไหว้” ขาสองข้างถูกมือใหญ่คว้าหมับ ใบหน้าที่เต็มไปด้วยร่องรอยน้ำตาหันกลับมามองแสดงความน่าสงสาร แต่ถึงกระนั้นก็ไม่ได้ทำให้มาเฟียผู้เหี้ยมโหดเห็นใจสักนิด
“แต่กูซื้อมึงมาแพง กูก็ต้องได้ทำอะไรตามใจดิวะ มึงแค่ครางอย่างเดียว ไม่มีสิทธิ์มาอ้อนวอน ทีอยู่ในซ่องรับแขกวันละเป็นร้อยไม่เห็นสำออยขนาดนี้ แอ่นตูดมาให้กูเอาเดี๋ยวนี้”
“กูเจ็บ มึงไม่เบาเลย”
“กูจะทำเบา ๆ เชื่อสิไอ้ผา”
ท่อนเนื้อใหญ่ยาวยัดเข้ามาอีกครั้ง คนที่เป็นฝ่ายตั้งรับคลานสี่ขากัดฟัน ดวงตาแดงก่ำอดทนต่อความเจ็บปวด แต่ถึงอย่างนั้นมันก็ปฏิเสธไม่ได้ว่าอารมณ์กระสันที่ถูกกระตุ้นก็ทำให้เขาเสร็จสมออกมาอีกครั้ง จนกระทั่งร่างกายอันไร้เรี่ยวแรงก็ทำให้ทัศนียภาพเบื้องหน้าดับลงไป