จนแสงตะวันค่อยๆ ลับขอบฟ้าไป เปลี่ยนเป็นความมืดมิดของค่ำคืนที่คืบคลานเข้ามาปกคลุมห้องสี่เหลี่ยมอันหนาวเหน็บ ใบหลิวนอนซมอยู่บนเตียงด้วยความทรมาน พิษไข้รุมเร้าจนร่างกายร้อนผ่าวราวกับไฟสุม ลำคอแห้งผากจนแสบระคาย แต่เธอกลับไม่มีเรี่ยวแรงแม้แต่จะพยุงตัวลุกขึ้นไปหยิบน้ำสักแก้ว ดั่งคำสั่งของเขาที่ยังคงบาดลึกอยู่ในใจ
ผู้ชายคนที่เดินสะบัดก้นออกไปเรียนตอนบ่ายอย่างหน้าตาเฉย โดยไม่สนใจเลยว่าคนที่เขาขืนใจและทำร้ายย่ำยีเมื่อคืนจะมีความเป็นตายร้ายดีอย่างไร
ในขณะเดียวกัน
สายลม ที่เพิ่งเลิกเรียนคลาสบ่ายก็ไม่ได้มีความคิดที่จะกลับคอนโดมาดูอาการภรรยาตามกฎหมายเลยแม้แต่น้อย หลังจากเช็กชื่อเสร็จ เขาก็เลือกที่จะไปคลุกตัวดื่มเหล้าต่อที่ห้องของคิรินร่วมกับกลุ่มเพื่อนวิศวะฯ แก้วแล้วแก้วเล่าถูกกระดกเข้าปากเพื่อดับความหงุดหงิดในใจ ท่ามกลางเสียงเชียร์และเสียงหัวเราะของเพื่อนๆ โดยที่เขาจงใจลบภาพคราบเลือดและหยาดน้ำตาของใบหลิวออกไปจากสมองอย่างสิ้นเชิง
เวลาล่วงเลยจนดึกดื่นค่ำคืน เข็มนาฬิกาบอกเวลาเกือบเที่ยงคืน
ติ๊ด... แกร๊ก...
เสียงเปิดประตูเพนท์เฮ้าส์หรูดังขึ้น ร่างสูงของสายลมเดินโงนเงนเข้ามาด้านในด้วยสภาพกึ่งเมาแต่ยังมีสติ ทันทีที่ประตูปิดลง สายตาคมกริบก็ปะทะเข้ากับร่างบอบบางของใบหลิวที่กำลังเดินเกาะผนังห้องออกมาจากห้องนอนฝั่งขวา
ใบหลิวในชุดเสื้อยืดตัวโคร่งสภาพอิดโรยอย่างถึงที่สุด ใบหน้าหวานซีดเผือดไร้สีเลือด ริมฝีปากแห้งแตกเป็นขุย ดวงตากลมหม่นแสงและบวมช้ำอย่างเห็นได้ชัด เธอจำใจต้องพาขารวมถึงร่างกายอันสั่นเทาเดินออกมา เพราะตั้งแต่เช้าจนถึงป่านนี้ยังไม่มีอะไรตกถึงท้องเลยแม้แต่หยดเดียว ความหิวและความแสบร้อนในกระเพาะบีบคั้นให้เธอต้องตะเกียกตะกายออกมาหาประทังชีวิต
สายลมหยุดชะงักฝีเท้า เขาปรายสายตาคมกริบมองร่างที่สั่นเทาของใบหลิวเล็กน้อยด้วยแววตาเรียบเฉย ได่ไม่มีทั้งความตกใจ ความสงสาร หรือแม้แต่ความอาทรปรากฏในดวงตาคู่นั้น เขามองข้ามอาการป่วยไข้ของเธอไปราวกับมองเห็นธาตุอากาศ ก่อนจะสะบัดหน้าหนีเดินตรงไปที่โซฟาเพื่อหยิบน้ำดื่มอย่างไม่ไยดี
“พี่ลม... หลิว...”
เสียงแหบพร่าเค้นรอดริมฝีปากซีดพยายามจะเอ่ยบางอย่าง แต่คำพูดกลับถูกกลืนหายไปพร้อมกับความเย็นชาที่เขาตอบกลับมา
ความน้อยเนื้อต่ำใจแปรเปลี่ยนเป็นความหน่วงจุกแน่นในอก เขาใจร้ายได้ถึงขนาดนี้เลยหรือทั้งที่เธอเป็นแบบนี้ก็เพราะความป่าเถื่อนเเละอารมณ์ชั่วูบของเขาเมื่อคืนแท้ๆ
ส่วนใบหลิวกัดฟันสูดหายใจเข้าลึกๆ พยายามพาขาก้าวเดินต่อไปยังโซนห้องครัวเพื่อหาอะไรกิน ทว่าก้าวเดินไปได้เพียงไม่กี่ก้าว โลกทั้งใบของเธอก็พลันหมุนคว้าง ภาพตรงหน้าดับวูบกลายเป็นสีดำสนิท ร่างกายบอบบางที่ต้านทานพิษไข้สูงและอาการขาดสารอาหารมาทั้งวันทนต่อไปไม่ไหวอีกแล้ว
ตุบ!!
ร่างของใบหลิวร่วงหล่นกระแทกลงไปกองกับพื้นห้องเเข็งๆสลบไสลไปในทันที
สายลมที่กำลังกระดกน้ำดื่มชะงักไปเล็กน้อยเมื่อได้ยินเสียงวัตถุตกกระทบพื้น เขาค่อยๆ หันกลับมามอง ก่อนจะพบร่างของหญิงสาวนอนแน่นิ่งอยู่บนพื้นห้อง
เสียงร่างบอบบางกระแทกพื้นดังปลุกสติของสายลมที่กำลังมึนงงเพราะฤทธิ์แอลกอฮอล์ให้ตื่นเต็มตา แก้วน้ำในมือร่วงหล่นแตกกระจายเต็มพื้น แต่เขาไม่ได้สนใจมันเลยสักนิด เพราะภาพตรงหน้าคือร่างของใบหลิวที่นอนแน่นิ่งไม่ไหวติงอยู่กลางห้อง
"เฮ้ย ใบหลิว"
สายลมร้องเรียกชื่อเธอเสียงหลง ความเย็นชาและอคติที่เคยมีถูกความตระหนกพัดพาไปจนหมดสิ้น ร่างสูงรีบพุ่งเข้าไปหาคนตัวเล็กทันที เขาทรุดเข่าลงกับพื้นเศษกระจกอย่างไม่แยแส ก่อนจะตวัดแขนประคองร่างที่อ่อนปวกเปียกขึ้นมาไว้ในอ้อมอก
"หลิว! ใบหลิว! ตื่นสิ!"
เขาตบแก้มซีดเผือดเบาๆ หวังเรียกสติ แต่คนในอ้อมกอดกลับไม่มีปฏิกิริยาตอบสนองใดๆ ลมหายใจของเธอแผ่วเบาจนน่าใจหาย และทันทีที่ฝ่ามือหนาสัมผัสเข้ากับผิวเนื้อเนียน ความร้อนผ่าวราวกับไฟสุมก็แล่นปร๊าดเข้ามาจนเขาสะดุ้ง
"โห นี่ตัวร้อนจัดขนาดนี้เลยเหรอวะ !!
สายลมเบิกตากว้าง ความรู้สึกผิดที่เขาพยายามกดทับเอาไว้ตลอดทั้งวันตีตื้นขึ้นมาจุกอยู่ที่คอ ภาพเหตุการณ์เมื่อภาพความรุนแรงที่เขายัดเยียดให้เธอ คราบเลือดบนผ้าปูที่นอน และเสียงร้องไห้ปริ่มจะขาดใจของเธอ ฉายชัดขึ้นมาในสมองราวกับแผ่นฟิล์มที่ถูกกรอซ้ำๆ
เขาปล่อยให้เธอนอนป่วยอยู่คนเดียวทั้งวัน ทั้งที่เขาเป็นคนทำร้ายเธอแท้ๆ
"โธ่เว้ย "
สบถออกมาด้วยความโกรธตัวเอง สายลมไม่รอช้า เขาสอดวงแขนแกร่งช้อนร่างที่เบาหวิวราวกับขนนกขึ้นอุ้มแนบอกด้วยความรวดเร็ว สัมผัสได้ถึงความสั่นเทาของร่างกายเล็กๆ ที่กำลังต่อสู้กับพิษไข้อย่างโดดเดี่ยว
"อดทนหน่อยนะหลิว ฉันจะพาไปหาหมอเดี๋ยวนี้แหละ"
น้ำเสียงทุ้มที่เคยดุดันและเย็นชา บัดนี้กลับสั่นพร่าและเจือไปด้วยความร้อนรนอย่างปิดไม่มิด สายลมกระชับอ้อมกอดแน่นขึ้น คว้ากุญแจรถยนต์ก่อนจะวิ่งกระหืดกระหอบออกจากห้องไป เขากดลิฟต์รัวๆ ด้วยใจที่ร้อนรุ่ม ภาวนาให้ลิฟต์ลงไปถึงชั้นล่างให้เร็วที่สุด
ภายในรถของเขาที่กำลังพุ่งทะยานฝ่าความมืดของค่ำคืน สายลมเหยียบคันเร่งมิดไมล์ สายตาคมกริบเหลือบมองคนป่วยที่นอนสลบไสลอยู่บนเบาะข้างคนขับเป็นระยะๆ ใบหน้าหวานที่เคยมีสีเลือดฝาด ตอนนี้กลับซีดเซียวและเต็มไปด้วยเม็ดเหงื่อผุดพราย ริมฝีปากที่เขาเคยบดขยี้อย่างป่าเถื่อน บัดนี้แห้งแตกและบวมเจ่ออย่างน่าสงสาร
"อย่าเพิ่งเป็นอะไรไปนะใบหลิว..."
เขาพึมพำกับตัวเองเบาๆ ความเกลียดชังและทิฐิที่เคยสร้างกำแพงกั้นกลางระหว่างเขากับเธอ ดูเหมือนจะถูกทำลายลงทีละน้อยด้วยความรู้สึกที่เขาเองก็ยังไม่อาจหาคำตอบได้
มันไม่ใช่ความรัก... เขาแน่ใจว่าเขารักนดา
แต่มันก็ไม่ใช่ความเกลียด... เพราะถ้าเขาเกลียดเธอจริงๆ เขาคงไม่รู้สึกเจ็บปวดและร้อนรนขนาดนี้ที่เห็นเธอทรมานเเบบนี้ด้วย
สายลมส่ายหัวไล่ความคิดสับสนออกไป สิ่งเดียวที่สำคัญที่สุดในตอนนี้ คือต้องพาผู้หญิงที่เขาขนานนามว่าเป็นไปตัวน่ารำคาญไปให้ถึงมือหมอให้เร็วที่สุดก่อนที่ความผิดบาปในใจของเขาจะเพิ่มพูนไปมากกว่านี้
รถหรูเลี้ยวปาดเข้าจอดหน้าห้องฉุกเฉินของโรงพยาบาลอย่างรวดเร็ว สายลมเปิดประตูกระโดดลงจากรถ ก่อนจะวิ่งอ้อมไปอุ้มร่างของใบหลิวที่ยังคงหมดสติออกมา
"หมอครับ! ช่วยด้วยครับ ภรรยาผม เธอไข้สูงมาก แล้วก็หมดสติไป "
คำว่า
ภรรยาหลุดออกจากปากของสายลมอย่างไม่รู้ตัว เป็นครั้งแรกที่เขายอมรับสถานะนี้ต่อหน้าคนอื่น แม้จะเป็นในสถานการณ์คับขันก็ตามที
สายลมรีบตาม บุรุษพยาบาลรีบเข็นเตียงมารับร่างของใบหลิวเข้าไปในห้องฉุกเฉินทันที
"ญาติรอด้านนอกนะคะ " เขาถูกทิ้งให้ยืนรออยู่หน้าประตูกระจกด้วยหัวใจที่เต้นรัวและเต็มไปด้วยความหวาดหวั่นหวาดหวั่นว่าความใจร้ายของตัว
เอง สายลมพยายามคิดทบทวน เรื่องเมื่อคืนก่อน ถ้าไม่ใช่เพราะเขาเมามากเเละมองเธอเป็นนดา เรื่งนี้มันคงไม่เกิดขึ้น ดังนั้นเขาผิดมากๆ ที่ล่ววงเกิรเธอเเบบที่ไม่เต็มใจ