ความเงียบเชียบในค่ำคืนนี้ยาวนานและทรมานยิ่งกว่าคืนไหนๆ สายลมยังคงนั่งคุกเข่าพิงแผ่นหลังชนกับบานประตูห้องนอนของใบหลิวอยู่แบบนั้นจนรุ่งสาก เขาไม่ได้ย้ายร่างกายหนาไปไหน ความเจ็บหน่วงในอกข้างซ้ายแผ่ซ่านจนแทบกระดิกตัวไม่ได้ ทุกคำพูดทุกลำนำความเกลียดชังของใบหลิวกรีดลึกจนเกิดเป็นแผลเหวอะหวะในใจคนเห็นแก่ตัว
เขารู้แล้ว รุ้ซึ้งแล้วว่าความรู้สึกของคนที่ถูกทิ้งให้อยู่ในความมืดมันหนาวเหน็บแค่ไหน เหมือนอย่างที่เขาเคยทำกับเธอไม่มีผิด
เสียงกลอนประตูขยับปลดล็อกในเวลาเจ็ดโมงเช้า สายลมสะดุ้งสุดตัว รีบผุดลุกขึ้นยืนด้วยสภาพทุลักทุเล ใบหน้าหล่อเหลาซีดเซียว หนวดเคราเริ่มขึ้นครึ้ม ดวงตาคมแดงก่ำจากการอดนอนและผ่านการร้องไห้มาอย่างหนัก
บานประตูเปิดออก ร่างบอบบางของใบหลิวก้าวออกมาในชุดนักศึกษาพร้อมกระเป๋าผ้าคู่ใจ ทันทีที่สายตาของเธอปะทะเข้ากับสภาพอันน่าสมเพชของสามีตีทะเบียน เธอกลับไม่มีแม้แต่แววตาแห่งความสงสาร มีเพียงความนิ่งเฉยราวกับกำลังมองสิ่งปฏิกูล
“หลิว... ตื่นแล้วเหรอ”
สายลมเค้นเสียงแหบพร่า พยายามจะส่งยิ้มให้เธอ “พี่... เอ่อ พี่ทำข้าวต้มกุ้งไว้ให้ในครัวนะ ไปทานก่อนเถอะ เดี๋ยวจะปวดท้อง”
ใบหลิวปรายตามองเลยไปทางห้องครัวเล็กน้อย ก่อนจะตวัดสายตากลับมาที่เขา
“หลิวบอกพี่ลมแล้วไงคะ ว่าอย่ามาทำตัวแสนดีตอนนี้ มันดูน่ารำคาญ”
คำพูดคำเดิมที่เมื่อก่อน
เขาเคยใช้ตอกหน้าเธอ บัดนี้ถูกส่งคืนกลับมาอย่างเจ็บแสบ สายลมหน้าชาดิก หัวใจสั่นสะท้านราวกับจะแตกออกเป็นเสี่ยงๆ
“หลิว... พี่ขอโทษ พี่รู้ว่าพี่เคยเลว แต่ให้โอกาสพี่ดูแลหลิวเถอะนะ ให้พี่ไปส่งที่คณะนะวันนี้ ฝนทำท่าจะตกอีกแล้ว”
สายลมเว้าวอน พยายามจะเอื้อมมือไปคว้าสายกระเป๋าผ้าของเธอเพื่อรั้งไว้
“ไม่ต้องค่ะ” ใบหลิวเบี่ยงตัวหลบอย่างรวดเร็ว สบตาเขาด้วยความเด็ดเดี่ยว “หลิวบอกแล้วไงคะ ว่าต่อจากนี้ไป พี่จะได้ครอบครองแค่ร่างกายที่ไร้วิญญาณของหลิวเท่านั้น ส่วนเรื่องส่วนตัวของหลิว พี่ไม่มีสิทธิ์มาเจ้ากี้เจ้าการ”
พูดจบ ร่างบางก็เดินตรงไปที่ประตูทางออกทันที สายลมที่ทนรับความเฉยชาไม่ไหวรีบก้าวเท้าตามลงไปด้านล่างด้วย ความหึงหวงและความกลัวว่าเธอจะหนีไปหาผู้ชายคนอื่นทำให้เขาขาดสติ ร่างสูงเดินตามเธอลงมาจนถึงหน้าล็อบบี้ของคอนโดมิเนียมหรู
และภาพตรงหน้าก็ทำให้สายลมต้องก้าวขาไม่ออก...
รถไวท์ที่จอดเทียบรออยู่แล้ว ชายหนุ่มชุดกาวน์สั้นของนักศึกษาแพทย์ปี 4 ก้าวลงมาจากรถทันทีที่เห็นใบหลิวเดินออกมา รอยยิ้มอบอุ่นถูกส่งให้เด็กสาวอย่างอ่อนโยน
“รอนานไหมคะพี่ไวท์” ใบหลิวเปลี่ยนน้ำเสียงเป็นนุ่มนวล รอยยิ้มหวานหยดย้อยที่สายลมแสนโหยหาถูกจุดประกายขึ้นบนใบหน้าของเธอทันที
“ไม่นานครับ หลิวทานอะไรมาหรือยัง หืม? หน้าดูเพลียๆ นะ”
พี่ไวท์เอ่ยด้วยความเอ็นดู พลางเอื้อมมือไปจัดปอยผมที่ปาดหน้าผากของเธออย่างทะนุถนอม
“ยังเลยค่ะ กะว่าจะไปหาอะไรทานแถวมอน่ะค่ะ”
“งั้นดีเลย เดี๋ยวพี่พาไปแวะร้านข้ามต้มเจ้าอร่อยก่อนเข้าคณะนะ”
สายลมยืนกำหมัดแน่นจนเส้นเลือดปูดโปนอยู่ข้างเสาอาคาร สายตาคมกริบจ้องมองฝ่ามือของไอ้หมอไวท์ที่แตะต้องเนื้อตัวภรรยาของเขาด้วยความเคียดแค้น ไฟโทสะแล่นพล่านจนอยากจะพุ่งเข้าไปกระชากตัวใบหลิวกลับมา แต่ทว่า... วินาทีที่ใบหลิวหันมาสบตาเขาผ่านกระจกใสของบล็อบบี้ สายตาที่เย็นชาและแฝงไปด้วยความเตือนสติของเธอทำให้เขาต้องหยุดกึก
"‘ถ้าพี่นดาตื่นมาได้ยินว่า แฟนที่แสนดีกำลังยืนหึงหวงเมียที่ตัวเองบอกว่าเกลียด มันดูน่าสมเพชค่ะ.
คำพูดของเธอเมื่อคืนแว่วเข้ามาในหัว... ตอนนี้เขาเลิกกับนดาแล้ว เขาไม่เหลือใครแล้ว ถ้าเขาเข้าไปอาละวาดอีก ใบหลิวคงจะยิ่งเกลียดและขยะแขยงเขาจนไม่เหลือชิ้นดี
สายลมทำได้เพียงยืนมองร่างบอบบางก้าวขึ้นรถของชายคนอื่นไปต่อหน้าต่อตา รถยนต์คันนั้นเคลื่อนตัวออกไปช้าๆ ทิ้งให้สามีตีทะเบียนอย่างเขายืนนิ่งค้างท่ามกลางสายฝนที่เริ่มตกลงมาปรอยๆ ร่างสูงใหญ่ลู่ลงอย่างคนหมดสภาพ ความเจ็บปวดจากการถูกเมินเฉยและการต้องทนดูผู้หญิงของตัวเองไปมีความสุขกับคนอื่น มันทรมานเจียนตายจนเขาต้องยกมือขึ้นขยำเสื้อตรงตำแหน่งหัวใจแน่น
เขากลายเป็นคนนอกในชีวิตของเธออย่างสมบูรณ์แบบเป็นกรงขังที่ขังได้เพียงร่างกาย แต่ไม่มีวันขังหัวใจของเธอได้อีกต่อไป