เวลาผ่านไปเนิ่นนานเท่าไหร่ไม่รู้ที่ใบหลิวเอาแต่นั่งร้องไห้อยู่บนพื้นห้องอันหนาวเหน็บ จนกระทั่งความเงียบสงัดของค่ำคืนถูกทำลายลงด้วยเสียงฝีเท้าหนักๆ ที่เดินมาหยุดอยู่หน้าประตูห้องของเธอ
ใบหลิวกลั้นเสียงสะอื้นแทบจะในทันที หัวใจดวงน้อยเต้นระรัวด้วยความหวังลมๆ แล้งๆ ว่าเขาอาจจะมาเคาะประตูเพื่อพูดคุย หรืออย่างน้อยก็มาดูว่าเธอเป็นอย่างไรบ้าง
เเต่สิ่งที่เธอได้ยินกลับมีเพียงเสียงฝีเท้าที่เดินห่างออกไป ตามด้วยเสียงเปิดและปิดประตูห้องชุดด้านนอกเสียงดังสนั่น
ปัง!!
เขาออกไปแล้วสินะ ผู้ชายที่เพิ่งจับปากกาเซ็นทะเบียนสมรสกับเธอเมื่อไม่กี่ชั่วโมงก่อน เลือกที่จะทิ้งเธอไว้ในห้องกว้างๆ นี้เพียงลำพัง แล้วออกไปหาคนรัก ของเขาในคืนที่ควรจะเป็นคืนส่งตัวเข้าหอ
ใบหลิวแค่นยิ้มสมเพชตัวเองให้กับการกระทำที่แสนเย็นชานั้น น้ำตาที่เหือดแห้งไปแล้วรื้นขึ้นมาอีกครั้ง เธอพยุงร่างที่ไร้เรี่ยวแรงของตัวเองขึ้นไปนอนขดตัวอยู่บนเตียงกว้าง กอดผ้าห่มแน่นเพื่อซึมซับความอบอุ่นที่ไม่มีวันได้รับจากผู้ชายใจร้ายคนนั้น จนกระทั่งผล็อยหลับไปพร้อมกับคราบน้ำตา
เธอเลือกที่จะไม่สนใจ เก้บข้าวของๆจัวเองจนเสร็จเเล้วก้อาบน้ำเข้านอน พรุ่งนี้เธอมีเรียน
จนเช้าใหม่วันต่อมา...
แสงแดดอ่อนๆ ที่ลอดผ่านผ้าม่านเข้ามาปลุกให้ใบหลิวตื่นขึ้นจากห้วงนิทราอันแสนหนักอึ้ง เธอเดินไปส่องกระจกในห้องน้ำ ภาพสะท้อนที่เห็นคือเด็กสาวที่ดวงตาทั้งสองข้างบวมช้ำอย่างเห็นได้ชัด ใบหลิวถอนหายใจยาว พยายามล้างหน้าล้างตาและตบแป้งเบาๆ เพื่อปกปิดร่องรอยความเสียใจ
แม้จะถูกทำร้ายจิตใจตั้งแต่คืนแรก แต่สัญชาตญาณของการแอบรักก็ยังทำให้เธออยากดูแลเขาอยู่ดี ร่างบางเดินเข้าไปในโซนห้องครัวขนาดใหญ่ของเพนท์เฮ้าส์ เปิดตู้เย็นหาวัตถุดิบง่ายๆ มาทำข้าวต้มหมูสับกลิ่นหอมกรุ่น สองมือจัดเตรียมชามและช้อนส้อมวางไว้บนโต๊ะอาหารอย่างเป็นระเบียบ หวังเพียงว่าตื่นมาเขาจะได้ทานอะไรรองท้องก่อนไปเรียน
แกร๊ก...
เสียงเปิดประตูห้องนอนใหญ่ฝั่งตรงข้ามดังขึ้น พร้อมกับร่างสูงของพี่สายลมที่เดินออกมาในชุดนักศึกษาที่หลุดลุ่ย ใบหน้าหล่อเหลาดูอิดโรยเล็กน้อยเหมือนคนอดนอน แต่ก็ยังคงความดูดีในแบบฉบับของเขา เอาไว้ได้อย่างครบถ้วน
เขาชะงักฝีเท้าเล็กน้อยเมื่อเห็นว่าเธออยู่ในครัว ก่อนจะเดินตรงดิ่งไปที่ตู้เย็นเพื่อหยิบน้ำเปล่าขึ้นมาดื่มโดยไม่แม้แต่จะปรายตามองชามข้าวต้มที่ส่งกลิ่นหอมฉุยอยู่บนโต๊ะ
“พี่ลม...หลิวทำข้าวต้มไว้ให้ค่ะ ทานก่อนไปเรียนสิคะ”
ใบหลิวรวบรวมความกล้าเอ่ยทำลายความเงียบ พร้อมกับส่งยิ้มบางๆ ที่พยายามปั้นแต่งให้ดูเป็นธรรมชาติที่สุดไปให้
สายลมปรายหางตามองชามข้าวต้มบนโต๊ะสลับกับใบหน้าของเธอ แววตาของเขาเรียบสนิทไร้ความรู้สึก ก่อนจะเอ่ยประโยคที่ทำเอารอยยิ้มของใบหลิวเจื่อนลงทันที
“ใครใช้ให้เธอทำ?”
“เอ่อ... หลิวแค่เห็นว่ามันเช้าแล้ว พี่ลมจะได้ไม่ต้องไปหาอะไรทานข้างนอกมันเสียเวลา ”
“ฉันไม่ได้ขอ ไม่ต้องยุ่ง”
สายลมแทรกขึ้นด้วยน้ำเสียงหงุดหงิด เขาวางขวดน้ำลงบนเคาน์เตอร์ครัวเสียงดัง
“และไม่ต้องมาทำตัวแสนดีเป็นเมียแม่บ้านแม่เรือนแถวนี้ ฉันบอกเธอแล้วใช่ไหมว่าเราต่างคนต่างอยู่ พื้นที่ส่วนตัวของใครของมัน รวมถึงเรื่องอาหารการกินด้วย”
“หลิวแค่หวังดี...”
“เก็บความหวังดีของเธอไปซะใบหลิว มันเกะกะสายตาฉัน”
เขากดเสียงต่ำ สายตาคมกริบจ้องลึกเข้ามาในดวงตาที่เริ่มรื้นน้ำของเธอ
“เเละอย่าพยายามทำอะไรเพื่อเรียกร้องความสนใจ เพราะต่อให้เธอทำอาหารประเคนให้ฉันเช้ากลางวันเย็นเพราะ ฉันก็ไม่กินของที่มาจากความน่ารำคาญแบบนี้หรอก”
พูดจบเขาก็หมุนตัวเดินไปหยิบกระเป๋าและกุญแจรถเตรียมตัวจะออกจากห้อง แต่ก่อนที่ประตูบานใหญ่จะปิดลง เขาก็หันกลับมาทิ้งท้ายกฎเหล็กที่กรีดหัวใจคนฟังอีกครั้ง
“อ้อ... วันนี้ที่มหาลัยเปิดเทอมวันแรก ถ้าบังเอิญเดินสวนกัน ก็ทำเป็นไม่รู้จักฉันซะ เข้าใจไหม?”
ไม่มีแม้แต่โอกาสให้เธอได้ตอบรับ ร่างสูงก็เดินออกไปทันที ทิ้งให้ใบหลิวยืนนิ่งเคว้งคว้างอยู่กลางห้องครัว สองมือเล็กรวบเข้าหากันแน่นจนสั่นสะท้าน เธอมองชามข้าวต้มที่ตั้งใจทำด้วยความรัก ซึ่งตอนนี้กำลังค่อยๆ เย็นชืดลงไม่ต่างอะไรกับหัวใจของเธอในตอนนี้เลย
มันคงถึงเวลาแล้วที่เธอต้องยอมรับความจริง ว่าความรักที่ปราศจากการเหลียวแล ยิ่งพยายามยัดเยียดให้เขามากเท่าไหร่ มันก็ยิ่งกลายเป็นเศษขยะที่น่ารังเกียจมากเท่านั้น