หลังจากเหตุการณ์ที่โรงอาหารกลาง ใบหลิวก็พยายามทำตัวให้ไร้ตัวตนที่สุดเวลาอยู่ที่มหาวิทยาลัย เธอหลบเลี่ยงทุกเส้นทางที่อาจจะบังเอิญเจอเขา แต่นั่นก็ไม่ได้ช่วยให้ความเจ็บปวดลดลงเลย เมื่อเธอยังต้องกลับมาเผชิญหน้ากับความจริงที่คอนโดในตอเย็น
แต่วันนี้ ความอดทนของเธอกำลังจะถูกทดสอบอย่างหนักเมื่อ ..
ติ๊ด... แกร๊ก !!
ทันทีที่ใบหลิวแตะคีย์การ์ดเปิดประตูเพนท์เฮ้าส์เข้ามา ร่างบางก็ต้องชะงักฝีเท้าค้างอยู่กับที่ เมื่อสายตาปะทะเข้ากับรองเท้าส้นสูงรัดข้อสีครีมแบรนด์หรูที่ถอดวางคู่กับรองเท้าผ้าใบของพี่สายลมอยู่หน้าประตูมันไม่ใช่รองเท้าของเธอ ใช่มีอีกคนอยู่ในห้องเเละจะเข้ามาได้ยังไงถ้าพี่ลมไม่ได้พามา
อึก ...
ยังไม่ทันที่สมองจะประมวลผลเสร็จ เสียงหัวเราะสดใสของผู้หญิงก็ดังแว่วมาจากโซนห้องครัวตามด้วยเสียงทุ้มต่ำของสามีตามกฎหมายของเธอที่กำลังหยอกล้อตอบกลับอย่างอารมณ์ดี
“ลมแกล้งนดาอีกแล้วนะ เดี๋ยวก็ไม่ทำสปาเก็ตตี้ให้กินซะเลยนี่”
“ไม่แกล้งแล้วครับๆ ยอมแล้ว คนเก่งของลมทำอาหารอร่อยที่สุด ลมจะทนหิวไหวได้ยังไง”
สรรพนามแทนตัวที่แสนหวานและการออดอ้อนที่ใบหลิวไม่เคยได้รับ ทำเอาก้อนเนื้อในอกข้างซ้ายบีบรัดจนเจ็บร้าวไปหมด สองขาที่เคยมีเรี่ยวแรงสั่นเทาจนแทบก้าวไม่ออก เธอเม้มริมฝีปากแน่นเพื่อกลั้นเสียงสะอื้น ค่อยๆ ถอดรองเท้าของตัวเองออกอย่างเงียบเชียบที่สุด และพยายามพาตัวเองเดินเลียบกำแพงเพื่อกลับเข้าห้องนอนฝั่งขวาให้เร็วที่สุดโดยไม่ให้พวกเขาเห็น
แต่เหมือนโชคชะตาจะใจร้ายกับเธอไม่หยุด
“อ้าว... น้องหลิว เพิ่งกลับมาเหรอคะ”
เสียงหวานของนดาดังขึ้น ทำให้ใบหลิวสะดุ้งสุดตัว เธอหันไปมองตรงโซนครัว นดากำลังสวมผ้ากันเปื้อนยืนอยู่หน้าเตา โดยมีร่างสูงของพี่สายลมยืนซ้อนอยู่ด้านหลัง วงแขนแกร่งของเขายังคงโอบเอวบางของคนรักเอาไว้หลวมๆ
วินาทีที่ดวงตาคมกริบของสายลมตวัดมามองเธอ แววตาที่เคยอบอุ่นเมื่อครู่ก็แปรเปลี่ยนเป็นความแข็งกร้าวและเย็นชาในเสี้ยววินาที ราวกับกำลังตำหนิที่เธอโผล่มาขัดจังหวะความสุขของเขา
“เอ่อ... ค่ะ” ใบหลิวพยายามเค้นเสียงที่สั่นพร่าตอบกลับไป “หลิว... เพิ่งเลิกคลาสค่ะ”
“ลมบอกนดาว่าน้องหลิวเป็นลูกสาวเพื่อนคุณพ่อที่เพิ่งเข้าปีหนึ่ง เลยฝากให้ลมช่วยดูแลให้มาพักที่คอนโดด้วยดีจังเลยนะคะ เวลานดามาที่นี่จะได้มีเพื่อนคุย” พี่นดาส่งยิ้มหวานมาให้โดยไม่รู้ตื้นลึกหนาบางใดๆ
..ลูกสาวเพื่อนพ่อ... ฝากให้ช่วยดูแล...
ประโยคเหล่านั้นคือสถานะที่เขาป้อนให้คนรักฟังสินะ ใบหลิวแค่นยิ้มหยันให้กับความน่าสมเพชของตัวเอง ก่อนจะสบตาผู้ชายใจร้ายที่ยังคงยืนโอบเอวผู้หญิงคนอื่นอยู่ในพื้นที่ของเธอ
“ใช่ครับ นดาจะได้ไม่เหงาไง .”
สายลมตอบเสียงเรียบ แววตากดดันส่งมาที่เธออย่างชัดเจน
“ก็แค่ น้องสาวที่ผู้ใหญ่ฝากมาน่ะหลิวเข้าห้องไปสิ ฉันกับนดาต้องการความเป็นส่วนตัว”
เขาไล่เธอ...เพราะสิทธิ์ของการเป็นเจ้าของห้องย่างนั้นเหรอ เจ็บชะมัด ?
“ค่ะ...” ใบหลิวก้มหน้าลงซ่อนหยาดน้ำตาที่กำลังจะเอ่อท้น
“ขอโทษที่รบกวนนะคะ เชิญพี่ลมกับพี่นดาตามสบายเลยค่ะ”
ร่างบางรีบหมุนตัวเดินเข้าห้องนอนของตัวเอง ปิดประตูและกดล็อกกลอนทันที แผ่นหลังเล็กพิงบานประตูไม้ก่อนจะทรุดตัวลงนั่งกอดเข่าร้องไห้อย่างไร้เสียงกำแพงห้องที่กั้นกลาง ไม่สามารถกันเสียงหัวเราะและเสียงพูดคุยกระหนุงกระหนิงของคนสองคนด้านนอกได้เลย
คืนนี้และอีกหลายๆ คืนต่อจากนี้ เธอคงต้องกลายเป็นคนที่ไร้ตัวตนในบ้านของตัวเอง... ต้องทนนอนฟังเสียงสามีพลอดรักกับผู้หญิงอื่นอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้สินะ
เจ็บเหลือเกินใบหลิว ..