“ปล่อยหลิว พี่ลม หลิวบอกให้ปล่อยหลิวไม่ใช่พี้นดานะ”
เสียงร้องประท้วงของฉันดังอู้อี้อยู่ใต้ร่างหนาที่ทาบทับลงมาอย่างคุกคาม สองมือเล็กพยายามผลักไสแผงอกแกร่งสุดแรงเกิด ทว่าสติสัมปชัญญะที่ขาดผึงเพราะฤทธิ์แอลกอฮอล์ทำให้พี่สายลมไม่รับรู้อะไรอีกต่อไป เขาไม่ได้ยินแม้แต่เสียงร้องไห้ปริ่มจะขาดใจของฉัน ดวงตาคมที่เยิ้มฉ่ำไปด้วยความเมามายจดจ้องมองมาด้วยความปรารถนาที่ดำมืด ก่อนที่มือหนาจะรวบข้อมือทั้งสองข้างของฉันตรึงไว้เหนือศีรษะด้วยมือเพียงข้างเดียวจนเเน่น
พรึ่บ ..
“อย่าดื้อสินดา วันนี้ลมเหนื่อยมากเลยรู้ไหม”
เสียงทุ้มพร่ากระซิบชิดริมฝีปาก ก่อนจะก้มลงซุกไซ้ซอกคอของฉันอย่างตะกละตะกลาม
สัมผัสหยาบโลนและรุนแรงที่ถูกยัดเยียดให้สร้างความหวาดกลัวจนตัวฉันสั่นเทาไปหมด ไรหนวดสากครูดไถลไปตามผิวเนื้ออ่อนจนแสบแดง ฟันคมขบเม้มและดูดดึงฝากร่องรอยสีกุหลาบเอาไว้ทุกตารางนิ้วที่ริมฝีปากร้อนลากผ่าน มือหนาอีกข้างที่ว่างอยู่จัดการกระชากเสื้อนอนตัวบางของฉันจนกระดุมหลุดกระเด็น เผยให้เห็นเรือนร่างสั่นเทาที่พยายามหดหนีการคุกคาม
“อ๊ะ !!ไม่ พี่ลม อย่าทำแบบนี้ หลิวขอร้อง ฮือออ”
ฉันดิ้นรนสุดชีวิต น้ำตาไหลพรากอาบสองแก้ม แต่ยิ่งฉันต่อต้าน เขากลับยิ่งเพิ่มความรุนแรงมากขึ้น ความเป็นผู้ชายที่แข็งแกร่งกว่าทำให้เขาจัดการปลดเปลื้องปราการทุกชิ้นบนร่างกายของฉันออกไปได้อย่างง่ายดาย ก่อนจะจัดการกับเสื้อผ้าของตัวเองจนเหลือเพียงเรือนร่างเปลือยเปล่าที่เต็มไปด้วยมัดกล้าม
“ลมรักนดานะ... รักมากที่สุดเลยรู้ไหม”
คำบอกรักที่หลุดออกมาจากปากของเขากรีดหัวใจฉันจนชาไปหมด ไม่ทันได้ระวังตัวเเก่นกายอันใหญ่ของสายลม ถูกดันเข้ามาในกลางกายของเธอเเบบครั้งเดียวสุดลำ
ปึก พร่วด !!
"กรี้ด ... เจ็บ อ้ะ เจ็บ เอาออกไปนะพี่ลม หลิวเจ็บ "
เธอเเทนตัวเองด้วยชื่อร้องลั่นด้วยความเจ็บปวด หวังให้เขาจะได้สติจากความเมามายไปบ้าง
ความเจ็บปวดแสนสาหัสแทรกซึมเข้ามาในร่างกาย ฉันกรีดร้องออกมาสุดเสียง ร่างกายเกร็งสะท้านราวกับถูกฉีกทึ้งออกเป็นชิ้นๆ สองมือที่หลุดจากการเกาะกุมจิกเกร็งลงบนแผ่นหลังกว้างเพื่อระบายความเจ็บปวด
เลือดสีสดที่เปรอะเปื้อนผ้าปูที่นอนคือหลักฐานของความบริสุทธิ์ที่ถูกทำลายย่อยยับโดยผู้ชายที่ฉันรักสุดหัวใจ เเต่เขาไม่ได้สนใจเลยว่าฉันจะเจ็บปวดแค่ไหน สะโพกสอบขยับถาโถมเข้าหาอย่างดุดันและเอาแต่ใจตามแรงอารมณ์ที่พุ่งสูงปรี๊ด เสียงเตียงเสียดสีกับพื้นห้องดังก้องแข่งกับเสียงสะอื้นไห้ของฉัน ทุกจังหวะการเคลื่อนไหวที่เขามอบให้มันไร้ซึ่งความปรานี ไร้ซึ่งความอ่อนโยน มีเพียงความดิบเถื่อนและตัณหาที่มอมเมาให้เขาขยี้ร่างกายฉันซ้ำแล้วซ้ำเล่า ฉันทำได้เพียงกัดริมฝีปากตัวเองจนเลือดซิบ นอนนิ่งเป็นที่ระบายอารมณ์ให้เขาย่ำยีจนกว่าเขาจะพอใจ.
โดยที่ในหูยังคงได้ยินเสียงเขาพร่ำเพ้อเรียกชื่อ ผู้หญิงคนอื่นที่เป็นเเฟน อยู่ตลอดทั้งคืน
...
แสงแดดจ้าที่สาดส่องลอดผ้าม่านเข้ามา ปลุกให้ร่างสูงที่นอนหลับใหลอยู่บนเตียงรู้สึกตัวตื่น พี่สายลมยกมือขึ้นนวดขมับตัวเองแรงๆ เพื่อไล่อาการปวดหัวจากอาการแฮงค์ ก่อนที่ดวงตาคมจะค่อยๆ ลืมขึ้นและกวาดมองไปรอบห้องที่คุ้นตาแต่มันไม่ใช่ห้องของเขา
และเมื่อสายตาของเขาตวัดมาเห็นร่างบอบบางที่นอนขดตัวสั่นเทาอยู่ใต้ผ้าห่ม ร่องรอยฟกช้ำตามเนื้อตัว และคราบเลือดที่แห้งกรังบนผ้าปูที่นอนสีขาว สติที่เคยเลือนรางก็กลับมาแจ่มชัดในทันที
ฉันที่รู้สึกตัวตื่นอยู่ก่อนแล้ว ทำได้เพียงนอนกอดผ้าห่มแน่น ช้อนสายตาที่บวมช้ำจากการร้องไห้อย่างหนักมองหน้าเขา หวังเพียงลึกๆ ว่าเขาจะรู้สึกผิดกับสิ่งที่ทำลงไป หวังว่าเขาจะเอ่ยคำขอโทษ หรือแสดงความรับผิดชอบสักนิดก็ยังดี
แต่ฉันคงหวังสูงเกินไป
พี่สายลมจิ๊ปากอย่างขัดใจ ใบหน้าหล่อเหลาเรียบตึงไร้ซึ่งความรู้สึกผิดใดๆ เขาตวัดผ้าห่มออก ลุกขึ้นยืนเปลือยเปล่าอย่างไม่สะทกสะท้าน แล้วก้มลงหยิบเสื้อผ้าของตัวเองที่กระจัดกระจายอยู่บนพื้นขึ้นมาสวมใส่อย่างใจเย็น ท่าทางของเขาเหมือนคนที่เพิ่งตื่นจากการนอนหลับพักผ่อนธรรมดาๆ ไม่ใช่คนที่เพิ่งขืนใจภรรยาตัวเองเมื่อคืนนี้
“หยุดบีบน้ำตาได้แล้วใบหลิว ฉันรำคาญ”
น้ำเสียงเย็นชาเอ่ยขึ้นขณะที่เขากำลังหนิบเสื้อผ้าของตนเองขึ้นมาใส่
“พี่ลม...” ฉันครางเรียกชื่อเขาเสียงแหบพร่า น้ำตาที่คิดว่าหมดไปแล้วร่วงเผาะลงมาอีกครั้ง
“เมื่อคืนฉันเมา.. และเรื่องที่เกิดขึ้น มันก็แค่อุบัติเหตุ”
เขากดเสียงต่ำ ตวัดสายตาดุดันมามองฉันอย่างเอาเรื่อง
“อย่าคิดเอาเรื่องบ้าๆ นี่มาผูกมัดฉัน อย่าหวังว่าแค่การนอนด้วยกันครั้งเดียวจะทำให้ฉันยอมรับเธอเป็นเมียเพราะสำหรับฉัน เธอก็ยังเป็นแค่ตัวน่ารำคาญที่ฉันอยากจะเขี่ยทิ้งอยู่ดี”
คำพูดของเขาเหมือนมีดเล่มเขื่องที่แทงทะลุหัวใจฉันซ้ำแล้วซ้ำเล่า เขาไม่แม้แต่จะถามว่าฉันเจ็บไหม ไม่แม้แต่จะเดินเข้ามาดูอาการเธอเเม่เเต่น้อย
“อ้อ.. ? บ่ายนี้ฉันมีเรียน คงไม่กลับเข้ามา อย่าลืมกินยาคุมซะด้วย ฉันไม่อยากมีปัญหาตามมาทีหลัง”
พูดจบ เขาก็หมุนตัวเดินออกจากห้องไปอย่างหน้าตาเฉย ปิดประตูกระแทกใส่หน้าฉันเสียงดังสนั่น ทิ้งให้ฉันนอนจมกองน้ำตาอยู่บนเตียงที่เต็มไปด้วยคราบคาวของความใจร้าย ร่างกายของฉันร้อนผ่าวราวกับมีไฟสุม พิษไข้จากการถูกกระทำย่ำยีอย่างรุนแรงเริ่มเล่นงานจนฉันไม่มีเรี่ยวแรงแม้แต่จะขยับตัวลุกขึ้นไปหยิบยา
ความเจ็บปวดทางกายที่ว่าสาหัสแล้ว ยังเทียบไม่ได้กับความแหลกสลายในจิตใจฉันจำต้องเดินกลับห้องตัวเองเเล้วล้มนอนขดตัวซุกหน้าลงกับหมอนที่เปียกชุ่มไปด้วยน้ำตา ปล่อยให้พิษไข้และความหนาวเหน็บกัดกินร่างกายและหัวใจไปช้าๆ หมดสิทธิ์ที่จะลุกไปเรียนมหาลัยในบ่ายวันนี้
และหมดสิ้นแล้วซึ่งความหวังโง่ๆ ที่เคยคิดว่าความรักจะเปลี่ยนใจผู้ชายไร้หัวใจคนนี้ได้