เมื่อคืนอันแสนยาวนานผ่านพ้นไป แต่สำหรับสายลมมันเป็นคืนที่เขาไม่ได้ข่มตานอนเลยแม้แต่นาทีเดียว
ร่างสูงใหญ่ยังคงนั่งจมอยู่บนโซฟาตัวเดิมในห้องนั่งเล่นมืดๆ ท่ามกลางที่เขี่ยบุหรี่ที่เต็มไปด้วยก้นกรองนับสิบมวน ดวงตาคมกริบแดงก่ำและมีรอยคล้ำใต้ตาอย่างเห็นได้ชัด เขานั่งมองบานประตูห้องของใบหลิวที่ถูกล็อกสนิทมาทั้งคืน คำพูดที่ว่าถือซะว่าพี่ตายไปแล้วก็แล้วกัน ยังคงดังก้องอยู่ในหัว ซ้ำเติมความโง่เขลาของตัวเองจนแทบกระอักเลือด
แกร๊ก !!
เสียงเปิดประตูดังขึ้นในตอนเช้าตรู่ เรียกให้สายลมที่นั่งเหม่อลอยอยู่หลุดออกจากภวังค์ เขารีบผุดลุกขึ้นยืนทันทีเมื่อเห็นร่างบอบบางของใบหลิวเดินออกมาในชุดนักศึกษาที่ถูกระเบียบเรียบร้อย ใบหน้าหวานเรียบเฉย ไร้ซึ่งรอยยิ้ม ไร้ซึ่งความรู้สึกใดๆ
“หลิว... จะไปเรียนแล้วเหรอ ให้พี่ไปส่—”
“ไม่ต้องค่ะ หลิวไปเองได้”
น้ำเสียงของเธอไม่ได้ตวาด ไม่ได้แข็งกร้าว แต่มันราบเรียบและเย็นชาเสียจนคนฟังใจหาย ใบหลิวเดินผ่านหน้าเขาไปที่ชั้นวางรองเท้าโดยไม่แม้แต่จะปรายตามอง ราวกับว่าเขาเป็นเพียงธาตุอากาศที่ไม่มีตัวตนอยู่ในห้องนี้
“แต่ฝนมันทำท่าจะตกนะ เดี๋ยวพี่ขับรถไปส่งเอง”
สายลมพยายามจะก้าวตามไปคว้าแขนเธอไว้ แต่ต้องชะงักเมื่อเสียงเปิดประตูจากห้องนอนใหญ่ฝั่งตรงข้ามดังขึ้น
“ลมคะ... ตื่นเช้าจังเลย ทำไมไม่นอนต่ออีกล่ะคะ”
พี่นดาเดินขยี้ตาออกมาในชุดนอนสายเดี่ยววาบหวิว เธอเดินตรงรี่เข้ามาสวมกอดเอวหนาของสายลมจากด้านหลัง ซบใบหน้าลงกับแผ่นหลังกว้างอย่างออดอ้อน
ใบหลิวที่กำลังใส่รองเท้าผ้าใบชะงักไปนิดหนึ่ง เธอมองภาพสะท้อนในกระจกหน้าประตูด้วยสายตาที่ว่างเปล่า ก่อนจะก้มหน้าผูกเชือกรองเท้าต่อโดยไม่สนใจอะไรอีก
“อ้าว... น้องหลิวจะไปเรียนแล้วเหรอคะ”
นดาชะโงกหน้ามองข้ามไหล่สายลมไป ก่อนจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงที่ติดจะออกคำสั่งนิดๆ
“พอดีเลย นดารู้สึกปวดหัวนิดหน่อย น้องหลิวช่วยชงกาแฟดำให้ลม กับชงโกโก้ร้อนให้นดาสักแก้วก่อนไปเรียนได้ไหมคะ นดาขี้เกียจเดินไปครัวน่ะค่ะ”
คำขอนั้นทำให้ใบหลิวเงยหน้าขึ้นมา เธอกำลังจะอ้าปากตอบปฏิเสธ แต่ทว่า...
“หลิวไม่ใช่แม่บ้านนะนดา อยากกินก็ชงเองเลยระ
เสียงทุ้มเข้มตวัดตอบกลับไปอย่างรวดเร็วและหงุดหงิด สายลมแกะมือของนดาที่กอดเอวเขาอยู่ออกอย่างไม่ไยดี ก่อนจะหันไปขมวดคิ้วใส่คนรัก
“น้องต้องรีบไปเรียน จะไปใช้ให้ทำโน่นทำนี่ทำไม”
คำตอบของสายลมทำเอานดายืนหน้าเหวอ ดวงตาสวยเบิกกว้างด้วยความตกใจ
เพราะนี่เป็นครั้งแรก ครั้งแรกตั้งแต่คบกันมาที่สายลมตวาดและ หักหน้า เธอเพื่อปกป้องผู้หญิงคนอื่น
“ล...ลม ทำไมต้องหงุดหงิดใส่นดาด้วยคะ นดาก็แค่เห็นว่าน้องหลิวกำลังจะเดินผ่านครัวพอดีนะ”
นดาเสียงสั่น เริ่มน้ำตาคลอ
ใบหลิวมองละครฉากนั้นด้วยความรู้สึกสมเพชจับใจ เธอไม่ได้รู้สึกดีใจเลยสักนิดที่เขาออกรับแทน เพราะมันยิ่งตอกย้ำให้เห็นถึงความโลเลและเห็นแก่ตัวของผู้ชายคนนี้
“หลิวขอตัวนะคะ สายแล้ว”
ใบหลิวตัดบทอย่างไม่แยแส เธอคว้ากระเป๋าสะพายแล้วเดินออกจากห้องไปทันที ปิดประตูทิ้งให้สายลมมองตามแผ่นหลังเล็กไปด้วยความรู้สึกปวดร้าว โดยมีนดายืนกำมือแน่นอยู่ด้านหลัง
“ลมเปลี่ยนไปนะคะ...”
นดาเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงตัดพ้อ
“ตั้งแต่มีเด็กคนนี้เข้ามาอยู่ในบ้าน ลมก็ไม่เคยแคร์ความรู้สึกนดาเหมือนเมื่อก่อนเลย ลมเป็นอะไรไปคะ”
“ลมแค่เครียดเรื่องเรียน นดาอย่าเพิ่งงี่เง่าได้ไหม” สายลมตวัดสายตาดุๆ ใส่ ก่อนจะเดินหนีเข้าห้องน้ำไปอย่างไม่สบอารมณ์ ปล่อยให้นดายืนกระทืบเท้าด้วยความเจ็บใจ
...
ช่วงสายของวัน...
หลังจากที่สายลมแต่งตัวออกไปมหาวิทยาลัย นดาที่ถูกทิ้งให้อยู่ในคอนโดคนเดียวก็เริ่มเดินกระวนกระวายไปมา เซนส์ของผู้หญิงมันร้องเตือนอย่างรุนแรงว่ามีความผิดปกติบางอย่างเกิดขึ้นระหว่างสายลมกับเด็กที่ชื่อใบหลิว สายตาที่เขามองเด็กนั่นเมื่อเช้า... มันไม่ใช่สายตาของผู้ปกครองที่มองลูกสาวเพื่อนพ่อ แต่มันเป็นสายตาของผู้ชาย ที่กำลังหวงแหนผู้หญิงของตัวเองต่างหาก
“มันต้องมีอะไรซ่อนอยู่แน่ๆ...”
นดาพึมพำกับตัวเอง ก่อนจะตัดสินใจก้าวเข้าไปในห้องทำงานส่วนตัวของสายลม ซึ่งปกติเขาจะหวงแหนนักหนาและไม่ค่อยให้ใครเข้ามาวุ่นวาย
เธอเริ่มรื้อค้นตามลิ้นชักโต๊ะทำงานอย่างถือวิสาสะ พยายามหาหลักฐานอะไรก็ตามที่จะตอบข้อสงสัยในใจได้ แฟ้มงานและเอกสารต่างๆ ถูกรื้อออกมาดูทีละอัน จนกระทั่งสายตาของเธอไปสะดุดเข้ากับซองเอกสารสีน้ำตาลหนาทึบซองหนึ่ง ที่ถูกเก็บซ่อนไว้ลึกสุดในลิ้นชักชั้นล่างสุดซึ่งบังเอิญว่าวันนี้สายลมลืมล็อกกุญแจ
มือเรียวที่สวมแหวนเพชรเม็ดงามสั่นเทาเล็กน้อยขณะเอื้อมไปหยิบซองนั้นขึ้นมา สัญชาตญาณบางอย่างบอกให้เธอเปิดมันดู...
นดาค่อยๆ ดึงกระดาษแผ่นบนสุดออกมา
มันเป็นกระดาษแผ่นยาวที่มีตราครุฑสีแดงประทับอยู่ด้านบนสุด...
นัยน์ตาสวยเบิกกว้างขึ้นเรื่อยๆ เมื่อกวาดสายตาอ่านข้อความที่ระบุอยู่ในเอกสารราชการแผ่นนั้น หัวใจของเธอเหมือนถูกใครเอามือบีบจนแหลกละเอียด ลมหายใจสะดุดกึก ร่างกายชาวาบไปทุกสัดส่วน
ใบสำคัญการหย่า? ไม่ใช่..เเต่มันคือใบสำคัญการสมรส’
ชื่อของคู่สมรสที่ปรากฏอยู่บนกระดาษแผ่นนั้น ตอกย้ำความจริงที่โหดร้ายที่สุดจนนดาแทบยืนไม่อยู่...
นาย วายุภัทร.. กับ นางสาวลลิตา
ได้จดทะเบียนสมรสเมื่อวันที่... 15มีนาคม2569
ฟุ่บ
กระดาษในมือร่วงหล่นลงพื้นราวกับเป็นของร้อน นดายกมือขึ้นปิดปากตัวเองแน่นเพื่อกลั้นเสียงกรีดร้อง น้ำตาแห่งความตกใจและความโกรธแค้นทะลักออกมาอย่างห้ามไม่อยู่
ลูกสาวเพื่อนพ่อที่ฝากมาดูแล เด็กกะโปโลที่เธอคิดว่าเป็นแค่ปลิงคอยสูบเลือดสูบเนื้อ
ที่แท้ก็คือเมียแต่ง ที่ถูกต้องตามกฎหมายของสายลม!
ส่วนเธอ... ผู้หญิงที่สายลมบอกรักนักหนา ผู้หญิงที่นอนกอดเขาทุกคืน กลับกลายเป็นแค่ ชู้ เป็นเมียน้อยที่ไม่รู้ประสีประสาอย่างนั้นเหรอ
“กรี๊ดดดดดด... ”
เสียงกรีดร้องด้วยความคลุ้มคลั่งและเจ็บปวดดังก้องไปทั่วทั้งเพนท์เฮ้าส์ นดาทรุดตัวลงนั่งกับพื้น ขยำใบทะเบียนสมรสนั้นจนยับยู่ยี่ด้วยความแค้นที่สุมอก นัยน์ตาของเธอแปรเปลี่ยนเป็นความเกลียดชังอย่างถึงที่สุดแก... นังเด็กใบหลิวแกกล้าดีหลอกฉันมาตั้งนาน แกกล้าแย่งสายลมไปจากฉันเหรอได้ เราจะได้เห็นดีกัน