เช้าวันเสาร์ที่สดใส แต่บรรยากาศในเพนท์เฮ้าส์หรูกลับอึมครึมและชวนให้อึดอัดใจ
ใบหลิวยืนมองเงาสะท้อนของตัวเองในบานกระจก วันนี้เธอเลือกหยิบเดรสสายเดี่ยวสีฟ้าพาสเทลตัวเก่งมาสวมทับด้วยคาร์ดิแกนสีครีมบางๆ แต่งหน้าอ่อนๆ ซ่อนรอยคล้ำใต้ตา และทาลิปสติกสีพีชเพื่อเพิ่มความสดใสให้กับใบหน้าที่ซีดเซียวมาหลายวัน เธอตั้งใจแต่งตัวให้สวยที่สุดเเต่ไม่ใช่เพื่อเอาใจใคร แต่เพื่อเรียกความมั่นใจและคุณค่าของตัวเองที่ถูกเหยียบย่ำกลับคืนมา
ติ๊ง!!
เสียงแจ้งเตือนจากโทรศัพท์ดังขึ้น เป็นข้อความจากพี่ไวท์ที่ส่งมาบอกว่าจอดรถรออยู่หน้าคอนโดแล้ว ใบหลิวสูดลมหายใจเข้าลึกๆ หยิบกระเป๋าสะพายใบเล็กก่อนจะเปิดประตูห้องนอนเดินออกไป
ทว่า... จังหวะที่กำลังจะก้าวพ้นโซนห้องนั่งเล่น ร่างสูงของใครบางคนก็เดินออกมาจากห้องครัวพอดี
พี่สายลมในชุดเสื้อยืดสีเทาย้วยๆ กับกางเกงวอร์ม สภาพผมเผ้ายุ่งเหยิงเหมือนคนเพิ่งตื่นนอน ในมือมีแก้วน้ำเปล่า เขาชะงักฝีเท้ากึกทันทีที่สายตาปะทะเข้ากับร่างบอบบางของใบหลิว ดวงตาคมกริบที่เคยมองผ่านเธอไปราวกับอากาศธาตุ บัดนี้กลับเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อยและจ้องมองเธอตั้งแต่หัวจรดเท้า
ใบหลิวสวย... สวยจนเขาเผลอกลืนน้ำลายลงคอ
"จะไปไหน?"
เสียงทุ้มเข้มเอ่ยถามขึ้นทันที คิ้วหนาขมวดเข้าหากันจนเป็นปมเมื่อเห็นว่าคนตัวเล็กแต่งตัวสวยกว่าทุกวัน แถมยังมีกลิ่นน้ำหอมอ่อนๆ ลอยมาเตะจมูก
"หลิวมีธุระข้างนอกค่ะ" ใบหลิวตอบกลับด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ไม่แม้แต่จะหันไปสบตาเขา
"ธุระอะไร? กับใคร?" สายลมวางแก้วน้ำลงบนโต๊ะเสียงดัง สัญชาตญาณความหึงหวงที่ซุกซ่อนอยู่ในส่วนลึกตีตื้นขึ้นมาอย่างไม่มีเหตุผล ยิ่งเห็นท่าทางเย็นชาและไม่สนใจของเธอ เขาก็ยิ่งหงุดหงิด ทั้งที่ไม่กี่วันก่อนตกลงกันเเล้วเเท้ๆ ทำไมเธอถึงเชยชากับเขาอีก
"มันเป็นเรื่องส่วนตัวของหลิวค่ะ ขอตัวนะคะ พี่ไวท์มารอรับแล้ว"
พูดจบเธอก็หมุนตัวเตรียมจะเดินไปที่ประตู แต่คำว่า พี่ไวท์หมือนสวิตช์ระเบิดที่ถูกกด สายลมพุ่งพรวดเดียวเข้ามาคว้าข้อมือเล็กเอาไว้แน่นจนใบหลิวนิ่วหน้าด้วยความเจ็บ
"กลับเข้าห้องเดี๋ยวนี้ พี่ไม่อนุญาตให้ไป "
สายลมตวาดลั่น แววตาคมกริบวาวโรจน์ไปด้วยโทสะ "ฉันบอกเธอแล้วใช่ไหมว่าห้ามไปยุ่งกับไอ้หน้าไหนทั้งนั้น! เธอมีผัวแล้วนะใบหลิว จะแต่งตัวสวยออกไปร่านกับผู้ชายคนอื่นได้ยังไง!"
คำพูดถากถางที่หลุดออกจากปากผู้ชายที่เห็นแก่ตัวที่สุดในโลก ทำเอาเส้นความอดทนของใบหลิวขาดสะบั้น ร่างบางหันขวับกลับมาเผชิญหน้ากับเขา ดวงตากลมโตที่เคยมีแต่ความหวาดกลัวและยอมจำนน บัดนี้ลุกโชนไปด้วยความโกรธและความสมเพช
"ผัวเหรอคะ? " ใบหลิวแค่นยิ้มหยัน นัยน์ตาสั่นระริก
"ผัวที่พาแฟนตัวเองมานอนเอาครางกระเส่าถึงในห้องน่ะเหรอคะ ผัวที่ปล่อยให้เมียตัวเองต้องนอนฟังเสียงผัวพลอดรักกับผู้หญิงอื่นทั้งคืนน่ะเหรอ"
ใบหลัวตลาดลั่น ด้วความรู้สึกอัดทั้งหมดที่เก็บมา
"ใบหลิว"
สายลมหน้าชา ชะงักไปกับคำตอกกลับที่แทงเข้ากลางใจดำ เขากัดฟันกรอด
"เรื่องนั้นมัน... ฉัน..."
"ทำไมคะ? หาข้อแก้ตัวไม่ได้เหรอ"
ใบหลิวสะบัดข้อมือของตัวเองออกจากการเกาะกุมอย่างแรง
"พี่มันคนเห็นแก่ตัวอะ หวงก้างทั้งที่ตัวเองไม่เคยกิน ปากบอกว่าไม่รักแต่ก็คอยขัดขวางไม่ให้หลิวไปเจอคนที่ดีกว่า ทีพี่ยังพาคนรักของพี่มานอนหยามเกียรติหลิวถึงที่นี่ได้เลย... แล้วทำไมหลิวจะไปเดตกับผู้ชายที่เขาเห็นค่าหลิวบ้างไม่ได้"
"ฉันไม่ให้ไป ยังไงเธอก็เป็นเมียฉัน ทะเบียนสมรสก็ชื่อฉัน เธอไม่มีสิทธิ์ไปไหนกับมันทั้งนั้น!" สายลมประกาศกร้าว ดึงดันจะเอาชนะด้วยข้ออ้างที่เขาเคยตราหน้าว่ามันไร้ค่า
"ทะเบียนสมรสที่พี่บอกว่ามันเป็นแค่เศษกระดาษน่ะเหรอคะ? พี่ลืมไปแล้วเหรอว่าพี่บอกเองว่าหลิวเป็นแค่เด็กที่พ่อแม่ฝากให้ดูแล เป็นแค่ปลิงน่ารำคาญ" ใบหลิวก้าวถอยหลังรักษาระยะห่าง มองเขาด้วยสายตาที่ว่างเปล่าที่สุดเท่าที่เคยจ้องมองมา "ถ้าพี่รักพี่นดามากนัก ก็กลับเข้าไปกอดเขาในห้องสิคะ อย่ามาทำตัวหวงก้างกับคนที่พี่ไม่ได้รัก เพราะมันดูน่าสมเพชค่ะ"
คำว่าน่าสมเพชกระแทกหน้าสายลมอย่างจังจนเขาพูดไม่ออก ร่างสูงยืนนิ่งงันราวกับถูกสาป
จังหวะนั้นเอง เสียงหวานของคนที่นอนอยู่ในห้องก็ดังแว่วออกมา
"ลมคะ... อยู่ไหนเอ่ย นดาตื่นแล้วนะ มาหาหน่อยสิคะ"
เสียงของนดาเปรียบเสมือนโซ่ที่ล่ามข้อเท้าสายลมเอาไว้ ใบหลิวยกยิ้มมุมปากอย่างผู้กำชัยชนะบนความปวดร้าว เธอปรายตามองเขาเป็นครั้งสุดท้าย ก่อนจะหันหลังเดินเปิดประตูออกจากเพนท์เฮ้าส์ไปอย่างเด็ดเดี่ยว โดยไม่หันกลับมามองผู้ชายที่กำลังยืนกำหมัดแน่นจนเส้นเลือดปูดโปนอยู่กลางห้องเลยแม้แต่น้อย
ปัง...
ประตูห้องปิดลง พร้อมกับร่างบางของใบหลิวก้าวขึ้นรถสปอร์ตของพี่ไวท์ที่เคลื่อนตัวออกไปจากหน้าคอนโด
สายลมยืนขบกรามแน่นจนนูนเป็นสัน ความโกรธ ความหึงหวง และความเจ็บใจตีรวนผสมปนเปกันจนแทบคลั่ง เขาอยากจะวิ่งตามไปกระชากตัวเธอกลับมา อยากจะตะบันหน้าไอ้หมอไวท์นั่นให้แหลกคามือ แต่เขากลับก้าวขาไม่ออก เพราะสถานะที่เขาสร้างขึ้นมาเองมันกำลังรัดคอเขาจนหายใจไม่ออกเขาเพิ่งรู้ซึ้งถึงคำว่าหึงหวงจนแทบบ้า แต่กลับทำอะไรไม่ได้เลยแม้แต่อย่างเดียวมันเป็นอย่างนี้นี่เอง