บรรยากาศภายในรถของพี่ไวท์เต็มไปด้วยความอบอุ่นและเสียงเพลงแจ๊สเบาๆ ที่ช่วยขับกล่อมให้จิตใจที่ว้าวุ่นของใบหลิวสงบลงได้บ้าง ชายหนุ่มในชุดลำลองดูดีมีระดับหันมาส่งยิ้มละมุนให้เธอเป็นระยะขณะติดไฟแดง
“วันนี้น้องหลิวสวยมากเลยรู้ไหมครับ”
พี่ไวท์เอ่ยชมด้วยน้ำเสียงจริงใจ แววตาของเขาไม่มีความจาบจ้วง มีเพียงความชื่นชมที่ทำให้คนฟังรู้สึกมีคุณค่า
“ขอบคุณค่ะ พี่ไวท์ก็หล่อเหมือนกันนะคะวันนี้”
ใบหลิวยิ้มตอบ แม้จะเป็นรอยยิ้มที่ยังเจือความเศร้าอยู่ลึกๆ แต่เธอก็พยายามอย่างเต็มที่ที่จะใช้เวลานี้เพื่อลืมผู้ชายใจร้ายที่คอนโด
“พี่ดีใจนะที่หลิวยอมออกมาเที่ยวกับพี่พี่รู้ว่าช่วงนี้หลิวดูเศร้าๆ มีเรื่องอะไรไม่สบายใจก็เล่าให้พี่ฟังได้เสมอเลยนะ พี่พร้อมจะเป็นถังขยะรับฟังหลิวทุกเรื่องเลย
ฝ่ามือหนาของพี่ไวท์เอื้อมมาลูบศีรษะของเธอเบาๆ อย่างเอ็นดูสัมผัสที่อ่อนโยนและให้เกียรติ แตกต่างจากฝ่ามือร้อนระอุที่เคยกระชากและบังคับขืนใจเธออย่างสิ้นเชิงใบหลิวสูดลมหายใจลึก พยายามกลั้นกระบอกตาที่ร้อนผ่าว
“หลิวไม่เป็นไรค่ะ แค่ช่วงนี้เรียนหนักนิดหน่อย เราไปคาเฟ่กันดีกว่าค่ะ หลิวอยากกินเค้กสตรอว์เบอร์รีจะแย่แล้ว”
เธอเปลี่ยนเรื่องพูด ซึ่งพี่ไวท์ก็รับรู้ได้และไม่เซ้าซี้ถามต่อให้เธออึดอัด
...
ตัดภาพกลับมาที่คอนโด...
เคร้ง!!
เสียงช้อนส้อมกระแทกจานดังขึ้นบนโต๊ะอาหาร นดาสะดุ้งเล็กน้อย หันมามองแฟนหนุ่มที่นั่งหน้าตึง คิ้วขมวดเข้าหากันจนเป็นปม สายลมเอาแต่เขี่ยสปาเก็ตตี้ในจานไปมาโดยไม่ยอมตักเข้าปากมาพักใหญ่แล้ว ตั้งแต่ใบหลิวเดินออกจากห้องไป เขาก็เหมือนคนสติหลุด นั่งกระสับกระส่าย มองนาฬิกาบนข้อมือสลับกับกำโทรศัพท์มือถือแน่นจนข้อขาว
“ลมเป็นอะไรหรือเปล่าคะ อาหารไม่อร่อยเหรอ หรือว่าไม่สบาย?”
นดาเอื้อมมือมาแตะแขนเขาด้วยความเป็นห่วง
"อ๋อ เปล่าครับ นดา ลมแค่มีเรื่องเครียดที่คณะนิดหน่อย” สายลมสะดุ้ง รีบปรับสีหน้าแต่ก็ยังปิดบังความร้อนรนในดวงตาไม่มิด
ภาพของใบหลิวที่แต่งตัวสวยสะพรั่งเดินออกไปหาผู้ชายคนอื่น ยังคงติดตาและรบกวนจิตใจเขาจนแทบคลั่ง ไอ้หมอไวท์นั่นมันจะพาเมียเขาไปไหน? จะไปทำอะไรกันบ้าง? ยิ่งคิด จินตนาการก็ยิ่งเตลิดเปิดเปิงจนไฟหึงหวงลุกโชนแผดเผาอยู่ในอก
“งั้นวันนี้เราออกไปดูหนังกันไหมคะ ลมจะได้หายเครียดมีหนังเข้าใหม่นดาอยากดูคะ "
“เอ่อ... นดาครับ พอดีวันนี้ลมเพิ่งนึกขึ้นได้ว่าอาจารย์เรียกประชุมด่วนเรื่องโปรเจกต์ปีสาม ลมคงต้องเข้ามอตอนนี้เลย”
สายลมโพล่งคำโกหกคำโตออกมา เขาอยู่ไม่ติดแล้วจริงๆ ถ้าไม่ได้เห็นกับตาว่าใบหลิวไปอยู่ไหน เขาคงต้องอกแตกตายแน่ๆ
“อ้าว... วันเสาร์เนี่ยนะคะ?”
นดาทำหน้างอ ไม่ค่อยพอใยเท่าไหร่นักที่เบสปฏิเสธเธอ
“ครับ ด่วนจริงๆ ลมขอโทษนะ นดารออยู่ที่ห้องก่อนนะ เดี๋ยวลมรีบกลับ”
ไม่รอให้นดาได้ซักไซ้ต่อ สายลมรีบคว้ากุญแจรถและวิ่งออกจากห้องไปราวกับพายุ ทิ้งให้นดานั่งมองตามด้วยความงุนงงและเริ่มระแคะระคายถึงพฤติกรรมที่เปลี่ยนไปของแฟนหนุ่ม
...
ณ คาเฟ่สไตล์มินิมอลชื่อดังใจกลางเมือง
รถสปอร์ตคันหรูของสายลมแล่นมาจอดซุ่มอยู่ฝั่งตรงข้ามของคาเฟ่กระจกใส เขาจำได้ว่าใบหลิวเคยบ่นให้เพื่อนฟังตอนอยู่มหาลัยว่าอยากมาคาเฟ่เปิดใหม่ร้านนี้ สายตาคมกริบกวาดมองเข้าไปด้านในร้าน ก่อนจะชะงักกึกเมื่อพบเป้าหมาย
ที่โต๊ะริมหน้าต่าง..ใบหลิวกำลังนั่งหัวเราะสดใส รอยยิ้มกว้างจนตาหยีปรากฏบนใบหน้าหวาน เป็นรอยยิ้มที่เขาไม่เคยได้รับจากเธอเลยสักครั้งนับตั้งแต่แต่งงานกันมา ตรงข้ามเธอคือไอ้หมอไวท์ที่กำลังส่งยิ้มละมุนและเอื้อมมือไปเช็ดคราบครีมเค้กที่มุมปากให้เธออย่างถือวิสาสะ
ใบหลิวไม่ได้ปัดมือหมอนั่นทิ้ง เธอเพียงแค่หน้าแดงระเรื่อและยิ้มเขินอาย
ปึ่ง !!!
สายลมทุบพวงมาลัยรถอย่างแรงจนเจ็บมือ เส้นเลือดที่ขมับปูดโปน ภาพความใกล้ชิดนั้นบาดตาลึกจนทะลุถึงขั้วหัวใจ ความหึงหวงและหวงแหนแล่นพล่านไปทั่วทุกอณูเลือด เขาอยากจะเปิดประตูรถ เดินข้ามถนนเข้าไปกระชากคอเสื้อไอ้เวรนั่นแล้วตะโกนบอกทุกคนในร้านว่าผู้หญิงคนนี้เป็นเมียกูใจจะขาด
แต่ทำไมขาของเขากลับหนักอึ้ง...
ความทรงจำตอนที่ใบหลิวร้องไห้สั่นเทา ยกมือไหว้ขอร้องไม่ให้เขาเข้าใกล้ ตีแสกหน้าเขากลับมาอย่างจัง
ถ้าเขาเดินเข้าไปอาละวาดตอนนี้ สิ่งที่เขาจะได้กลับมาคงไม่ใช่การยอมจำนน แต่เป็นสายตาที่เกลียดชังและว่างเปล่าที่สุดจากเธอ
สายลมกัดฟันกรอด นั่งมองภาพภรรยาของตัวเองมีความสุขกับผู้ชายคนอื่นด้วยหัวใจที่ปวดร้าวและบีบรัด
เขาเพิ่งรู้ตัวเดี๋ยวนี้เอง... ว่าเขากำลังอิจฉา ไอ้ผู้ชายคนนั้น อิจฉาที่มันได้รับรอยยิ้ม อิจฉาที่มันได้รับสายตาอ่อนโยน และอิจฉาที่มันได้เป็นความสุขของเธอ... ในขณะที่เขา เป็นได้แค่ฝันร้าย ที่เธออยากจะหนีไปให้ไกลที่สุด