ความสงบสุขที่ถูกฉาบด้วยความรู้สึกผิดของพี่สายลม ดำเนินมาได้เกือบสองเดือนเต็ม ตลอดเวลาที่ผ่านมาเขาทำตามสัญญาได้อย่างไร้ที่ติ เขาดูแลฉันเป็นอย่างดี ไปรับไปส่งที่คณะ
และไม่เคยล่วงเกินฉันอีกเลยแม้แต่ปลายเล็บ ความอ่อนโยนที่เขาหยิบยื่นให้ เริ่มทำให้กำแพงในใจของฉันสั่นคลอน ฉันเผลอคิดไปชั่วขณะว่าบางทีชีวิตคู่ของเราอาจจะกำลังเดินไปในทิศทางที่ดีขึ้น
แต่ฉันลืมไปสนิทเลยว่ความสงสารมันไม่มีทางเอาชนะความรักได้
เย็นวันศุกร์ที่ฝนตกพรำๆ ฉันกำลังยืนทำอาหารเย็นอยู่ในครัว หวังว่าวันนี้พี่สายลมจะกลับมาทานข้าวพร้อมกันเหมือนช่วงที่ผ่านมา ทว่าเสียงปลดล็อกประตูดิจิทัลที่ดังขึ้น กลับพังทลายความหวังลมๆ แล้งๆ ของฉันลงจนหมดสิ้น
แกร๊ก... !!
"ลมทำอาหารให้กินหน่อยสิคะ วันนี้นดาเหนื่อยมากเลย ไม่อยากออกไปกินข้างนอกแล้ว"
เสียงหวานใสที่คุ้นหูดังขึ้นล่วงหน้า ก่อนที่ร่างของ พี่นดาจะเดินควงแขนพี่สายลมเข้ามาในห้องพัก พร้อมกับกระเป๋าเสื้อผ้าใบเล็กในมือ
มือที่กำลังหั่นผักของฉันชะงักกึก มีดเกือบจะบาดนิ้วตัวเอง ร่างกายของฉันชาวาบตั้งแต่หัวจรดเท้าเมื่อเห็นภาพตรงหน้า พี่สายลมชะงักไปเล็กน้อยเมื่อสบตาเข้ากับฉัน แววตาของเขาวูบไหวและเต็มไปด้วยความอึดอัดอย่างเห็นได้ชัด เขารีบผละแขนออกจากการเกาะกุมของนดาทันที
"เอ่อ... นดา หลิวทำกับข้าวอยู่พอดีเลย เรากินของหลิวก็ได้มั้ง" พี่สายลมเอ่ยเสียงตะกุกตะกัก
"อ้าว น้องหลิวทำอาหารอยู่เหรอคะ ดีจังเลย"
นดายิ้มหวาน เดินเข้ามาดูที่หน้าเตาโดยไม่รู้เรื่องรู้ราวอะไร
"งั้นนดารบกวนฝากท้องด้วยนะคะน้องหลิว พอดีช่วงนี้นดาทะเลาะกับรูมเมทนิดหน่อย เลยขอมาค้างกับลมที่นี่สักสองสามวัน หวังว่าน้องหลิวคงไม่อึดอัดนะคะ"
ค้างด้วย... สองสามวัน.. ?
คำพูดนั้นเหมือนค้อนที่ทุบลงกลางแสกหน้า ฉันเงยหน้าขึ้นมองผู้ชายที่ยืนอยู่ด้านหลังนดา ผู้ชายที่เคยให้สัญญาหนักแน่นว่าจะไม่ปล่อยให้ฉันต้องเผชิญกับเรื่องบ้าๆ แบบนี้อีก แต่ตอนนี้เขากลับยืนเงียบ ไม่แม้แต่จะเอ่ยปากปกป้องพื้นที่ของฉันตามที่รับปากไว้
เขากลืนน้ำลายลงคอ หลบสายตาตัดพ้อของฉันอย่างขี้ขลาด
"ค...ค่ะ ไม่รบกวนหรอกค่ะ คอนโดนี้เป็นของพี่ลม พี่นดาจะมาพักเมื่อไหร่ก็ได้"
ฉันเค้นเสียงตอบ ฝืนยิ้มบางๆ ทั้งที่ในใจกำลังแหลกสลาย เพรากะคอนโดนี้เป็นห้องชุดสองห้อง ถ้าพี่นดามาค้างที่นี่นั่นหมายความว่า พี่นดาต้องนอนกับพี่ลมสินะ เเค่คิดน้ำตาฉันมันก็ตกใน ไหลออกเป็นทางเเล้ว
คืนนั้น... นั่งกินข้าวร่วมโต๊ะกันสามคน โดยมีฉันนั่งเป็นส่วนเกิน มองพวกเขาตักอาหารให้กัน หัวเราะต่อกระซิกกันราวกับโลกนี้มีแค่พวกเขา ส่วนฉันเป็นเพียงแม่บ้านที่ทำอาหารมาเสิร์ฟ
และที่เลวร้ายที่สุดคือตอนกลางคืน...
แม้พี่สายลมจะรักษาสัญญาที่ว่าจะไม่ขืนใจฉัน แต่เขากลับผิดสัญญาข้อที่ทำให้ฉันเจ็บปวดที่สุด กลางดึกคืนนั้น ในขณะที่ฉันนอนพลิกตัวไปมาด้วยความอึดอัด เสียงครางหวานหูและเสียงเตียงกระทบผนังจากห้องนอนใหญ่ฝั่งตรงข้ามก็ดังลอดเข้ามาในความเงียบ
ผนังห้องที่กั้นไว้ ไม่สามารถกั้นเสียงแห่งความสุขสมของพวกเขาสองคนได้เลย
ฉันยกมือขึ้นปิดหูทั้งสองข้าง น้ำตาที่คิดว่าแห้งเหือดไปแล้วไหลทะลักออกมาอีกครั้งอย่างห้ามไม่อยู่ ความจริงตีแสกหน้าฉันอย่างจังที่ผ่านมาเขาแค่ดีด้วยเพราะสงสารที่ทำฉันเกือบตาย แต่ในใจของเขา ร่างกายของเขา และความรักของเขา ยังคงเป็นของนดาแต่เพียงผู้เดียว
หึ ...
ฉันเเค่นหัสเราออกมาทั้งน้ำตา เรามันก็แค่ของตายที่ถูกล่ามไว้ด้วยทะเบียนสมรส เป็นความลับที่น่าอับอายที่เขาต้องซ่อนไว้ในมุมมืด
ฉันทนฟังเสียงนั้นอยู่นานนับชั่วโมงจนทุกอย่างสงบลง ฉันลุกขึ้นนั่งกอดเข่าตัวเองในความมืด มองดูหน้าจอโทรศัพท์ที่สว่างวาบขึ้นมาพร้อมกับข้อความจากแอปพลิเคชันไลน์
พี่ไวท์ : พรุ่งนี้วันหยุด หลิวอยากไปคาเฟ่ที่เคยบ่นว่าอยากไปไหมครับ เดี๋ยวพี่ขับรถไปรับนะ
พี่ไวท์รุ่นพี่ปี 4 คณะแพทยศาสตร์ ผู้ชายแสนดีที่ตามจีบฉันมาตั้งแต่ตอนรับน้อง พี่เขาชัดเจน เสมอต้นเสมอปลาย และไม่เคยทำให้ฉันต้องรู้สึกไร้ค่าเลยสักครั้ง ที่ผ่านมาฉันพยายามรักษาระยะห่างมาตลอดเพราะคำว่าแต่งงานแล้วมันค้ำคอ
แต่ในเมื่อสามีของฉันยังพกแฟนมานอนกอดถึงในห้องได้ แล้วทำไมฉันต้องมัวแต่นั่งจงรักภักดีกอดทะเบียนสมรสโง่ๆ นี่ไว้คนเดียวด้วยล่ะ?
นิ้วเรียวที่สั่นเทาพิมพ์ข้อความตอบกลับไปอย่างรวดเร็วโดยไม่ลังเลอีกต่อไป
*ใบหลิว : ไปค่ะ พรุ่งนี้สิบโมง พี่ไวท์มารับหลิวที่หน้าคอนโดได้เลยนะคะ
ในเมื่อเขาใจร้ายกับฉันได้... ฉันก็จะใจร้ายให้ดูบ้าง ให้มันรู้ไปเลยว่า ถ้าฉันจะเปิดใจให้คนอื่นบ้าง ผู้ชายที่เห็นแก่ตัวแบบพี่ลมจะทำหน้ายังไง