“ค่ะ” เอมมาลิลท์พยักหน้า มองเขาเดินลงบันไดจนลับไป คำว่ารีบหายมันหมายความว่าเขาเป็นห่วงหรืออยากจะมาซ้ำแผลเดิมกันแน่ แค่คิดท้องน้อยเธอก็เสียววูบวาบ ส่งผลให้กลางกายสาวนั้นเจ็บแปลบขึ้นมา
มนต์เสกกลับบ้านไปเกือบสองอาทิตย์ ที่บ้านทาวน์โฮมหลังน้อยก็พลันเงียบเหงาจนผู้อาศัยอย่างเอมมาลิลท์ต้องคอยโทรหาเจ้าของบ้านอยู่บ่อยๆ ทว่าฝ่ายนั้นกลับไม่ค่อยจะรับโทรศัพท์เธอ กว่าจะได้คุยกันก็ต้องรอช่วงกลางคืน
เธอแสดงความน้อยใจในน้ำเสียงอยู่หลายครั้งที่โทรศัพท์คุยกัน แต่เขาก็ให้เหตุผลว่าต้องดูแลกิจการที่บ้าน ตอนนี้น้องสาวเขาก็กำลังยุ่ง
เรื่องเข้าเรียนมหาลัย และเขาก็ไม่คิดว่าพ่อกับแม่จะไปเที่ยวต่างประเทศกันนานนับสิบวัน
แต่ในวันนี้เขากำลังเดินทางกลับมาพร้อมกับบิ๊กไบค์คู่ใจ หลังจากทำความสะอาดบ้านเสร็จเธอก็ตั้งหน้าตั้งตารอเขาแต่เช้า
เสียงกริ่งดังขึ้น เธอรีบเปิดประตูออกไปโดยไม่ทันได้คิด ว่าจะเป็นเขาได้อย่างไร ในเมื่อไม่มีเสียงบิ๊กไบค์ขับเข้ามา
เอมมาลิลท์ออกไปรับผ้าที่ส่งร้านในซอยซักรีดให้ แล้วเอาเข้าไปเก็บที่ห้องนอน กำลังก้าวลงบันไดก็ต้องตกใจเสียงบิ๊กไบค์ที่ขับมาจอดหน้าบ้าน
เธอจำเสียงรถเขาได้จึงรีบออกมาเปิดประตูบ้าน เห็นร่างสูงที่สวมหมวกกันน็อคเต็มใบสีดำกำลังเข็ญรถคู่ใจเข้ามาจอดในรั้วบ้าน
“พี่เสก!” เอมมาลิลท์รีบวิ่งเข้าไปกอดเขาด้วยความคิดถึง มนต์เสกถอดหมวกกันน็อควางบนเบาะรถแล้วมองคนตัวเล็กที่แนบหน้ากับแผงอกของเขา
“อย่ากอดแน่นดิ๊” เขากำลังร้อนและหิวน้ำมากๆ
“ไม่กอดก็ได้” เธอเงยหน้ายิ้มให้เขาแล้วพูดต่อ
“แต่ขอหอมหน่อย” คนตัวเล็กเขย่งปลายเท้ายื่นริมฝีปากจุ๊บแก้มเขาไปหลายที
“พอแล้วววว” เขาเบนหน้าหลบ แกล้งรำคาญเธอ คนตัวเล็กถึงยอมปล่อยตัว เขาจึงเปิดกล่องเก็บของข้างตัวรถหยิบถุงกระดาษที่ด้านในมีแต่ขนมยื่นให้เธอ
“ขนม” เขายื่นให้เธอแล้วก็เดินเข้าบ้านไป
เอมมาลิล์มองขนมของฝากจากญี่ปุ่นแล้วใบหน้าก็ผลิยิ้ม เดินตามเขาเข้าไปนั่งที่โซฟาตัวเดียวกัน เขาถอดเสื้อคลุมหนังสีดำและถุงมือวางไว้โต๊ะกลางแล้วเอนหลังพิงโซฟา รู้สึกเมื่อยตัวนิดหน่อยเพราะขับรถหลายชั่วโมง
ส่วนเอมมาลิลท์ก็เริ่มแกะขนมกิน ช็อกโกแลตคือของโปรดของเธอ ขณะที่กำลังเคี้ยวอย่างเอร็ดอร่อย
“ตะกละ ปากเปื้อนแล้ว” คนปากร้ายมองริมฝีปากจิ้มลิ้มที่มีช็อกโกแลตติดอยู่
“ก็หนูกำลังหิวนี่ เช็ดให้หน่อย” ตั้งแต่เช้าเธอยังไม่ได้ทานข้าวเลย เพราะเขาโทรมาปุบปับว่าจะกลับเธอจึงรีบทำงานบ้านแล้วอาบน้ำแต่งตัว จนไม่มีเวลาหาอะไรรองท้อง
“อร่อยป่ะ” นั่นช็อกโกแลตของโปรดเขาเหมือนกันนะ แม่ที่รู้ใจเขาซื้อมาให้เขา แต่เธอดันหยิบมันไปกิน
“อร่อยค่ะ”
“ขอชิมหน่อย”
เอมมาลิลท์หันมองเขาที่พิงโซฟาอยู่ค่อยๆ โน้มตัวมาใกล้เธอจนใบหน้าชิดกัน ที่ริมฝีปากของเธอรู้สึกถึงความเย็นจากน้ำลายของเขาที่แตะเลียเอาเศษช็อกโกแลตเข้าปากไป ทำเอาใจเธอสั่น
“พี่คิดถึงหนูเหรอ” ไม่ได้แกล้งให้เขาเขินนะ แต่เธออยากรู้จริงๆ ว่าเขาคิดถึงเธอเหมือนกันไหม
“.....” เขาส่ายหน้า หลบสายตาของเธอ
“คิดถึงก็ยอมรับมาเถอะน่า หนูคิดถึงพี่มากเลยรู้ป่ะ โทรไปก็ไม่ค่อยจะรับ หนูน้อยใจนะ”
“ก็ต้องคุยกับลูกค้าป่ะวะ อ่ะนี่” เขาหยิบเงินปึกหนึ่งจากกระเป๋าเสื้อคลุมวางไว้ที่ตักเธอ
“นี่แสนนึงมั้ย ให้หนูเหรอ” เธอวางช็อกโกแลตแล้วหยิบเงินปึกนั้นมาดู
“อือ เอาไว้ใช้ แล้วก็ซื้อของเข้าบ้านด้วย”
“ทำไมเป็นเงินสดล่ะ พี่ไม่ได้ไปทำงานผิดกฎหมายแล้วกลัวตำรวจตามเส้นเงินใช่มั้ย”
“ขอน้ำกินหน่อยดิ” คำถามของเธอไร้สาระเกินไป เขาจึงไม่สนใจจะตอบ ตอนนี้รู้สึกอยากได้น้ำเย็นๆ มาดับกระหาย
“พี่ตอบหนูก่อน” เธอหมุนตัวไปเค้นเอาคำตอบ มองจากรถและการแต่งตัวเธอก็รู้ว่าเขามีฐานะ แต่ที่บ้านเขาทำธุรกิจอะไรเธอก็ไม่เคยรู้ ตอนนี้เธอคิดจริงจังกับเขาแล้ว จึงอยากรู้เรื่องราวชีวิตของเขาบ้าง
“ฉันไปขายพระให้พ่อมา ก็เลยแบ่งกำไรมานิดหน่อย”
“พ่อพี่เป็นเซียนพระเหรอ” ถ้าขายพระราคาแพงขนาดนี้ได้ ก็คงต้องเป็นเซียนพระแล้วแหละ
“อือ หิวน้ำ”
เอ็มมาลิลท์รู้สึกโล่งใจ เธอยิ้มและลุกจากโซฟาไปเอาน้ำในตู้เย็นมายื่นให้เขา ชายหนุ่มรับขวดน้ำเย็นจัดไปดื่มแล้ววางลง
“จะนอนนะ ห้ามกวน” เขาบอกเธอด้วยน้ำเสียงเพลียๆ แล้วก็ลุกจากโซฟาเดินขึ้นบันไดไปทิ้งตัวกับฟูกบนเตียง และคำสั่งของเขามันคงไม่เป็นผลกับเด็กดื้ออย่างเอมมาลิลท์ เขามองร่างบอบบางที่เดินพ้นบันไดเข้ามานั่งบนเตียงข้างๆ กายเขา
“มาทำไม” เขาเพลียเพราะการขับรถและก็เพลียแดดด้วย จึงอยากจะนอนพัก
“มานวดให้พี่ไง หนูรู้ว่าพี่ขับรถมา คงเหนื่อยใช่ป่ะ”
“เออ นวดก็ดี” ไม่ยักรู้ว่าเธอนวดเป็นด้วย
“ถอดเสื้อออกสิ เดี๋ยวจะนวดกล้ามเนื้อให้” เธอดึงชายเสื้อเขาขึ้นมาถึงอก สายตากลมโตสำรวจบนกล้ามท้องไปยังแผงอกแน่นหนั่น
“ไม่ต้องมาดูร่องรอยอะไรหรอกน่า ฉันไม่ได้ไปเอากับใครมาหรอก” เขารู้ทันสายตาเธอหรอกน่า ยัยเด็กนี่ขี้หึงเป็นบ้าเลย
“แน่ใจนะ” เธอหรี่ตามองเขาอย่างจับผิดพิรุธทางสายตา ทว่าเขากลับดึงมือเธอให้ไปจับพิรุธจากอาวุธลับของเขาแทน
“ไม่เชื่อก็จับดูดิ”