“ครับ ก็ผัวพี่เค้าถีบพี่ตกน้ำ ผมก็เลยรีบไปโทรแจ้งกู้ภัยให้ไง” เด็กน้อยพูดหวังเอาหน้าเพราะว่าอยากจะเป็นฮีโร่ของพี่คนสวย โดยลืมมองไอ้พี่ตัวโตที่กำลังถลึงตามองมาอย่างจะเอาเรื่อง
“อะไรนะ!.. ไอ้พี่คนนี้ถีบพี่เหรอ?”
“ค..ครับ”
“ป.. เปล่านะเว้ย ฟังก่อนดิ๊ ฉันลื่นล้มและก็เลยพลาดไปถีบเธอน่ะ ไม่ได้ตั้งใจจะถีบบบบ..” มนต์เสกรีบโบกไม้โบกมือปฏิเสธ เด็กบ้าสองคนนี้จะมาโยนความผิดให้เขาไม่ได้นะ เขาไม่ยอมรับเด็ดขาด
“พี่ครับ เป็นลูกผู้ชายหน่อยสิครับ ผมเห็นพี่ย่องเงียบไปถีบเมียพี่นะ แต่.. แต่ก็ยังดี ที่พี่ชายเค้าช่วยทำ CPR ให้พี่คนสวยจนฟื้น แสดงว่าพี่สองคนคงจะยังรักกันอยู่ใช่มั้ยครับ” เด็กชายมองหน้าพี่ๆ ทั้งสองสลับกันแล้วอมยิ้ม และเหมือนว่าพี่เขากำลังสบตากันนิ่งๆ ไม่รู้ว่ากำลังเขินกันอยู่หรือเปล่า
“ไอ้น้อง มึงพูดมากไปละ พี่จะง้อแฟนพี่ รีบไปโทรยกเลิกกู้ภัยแล้วใสหัวไปเลยไป” มนต์เสกรีบหยิบแบงค์สีเทาในกระเป๋ากางเกงให้น้องปากแจ๋วไปสองใบ เด็กชายก็ทำตาโตก่อนจะยื่นมือมาฉกเอาเงินอย่างว่องไวแล้ววิ่งแจ้นออกไปด้วยรอยยิ้มแบบดีใจสุดๆ
“พี่จะฆ่าหนู หนูจะแจ้งตำรวจ” เธออุตส่าห์มองเขาเปลี่ยนไปในทางที่ดีแล้วนะ ที่ไหนได้เขาคือคนที่ถีบเธอนี่เอง
“ฉันไม่ได้ตั้งใจโว้ย พูดไม่รู้เรื่อง แล้วนี่ก็ฟื้นแล้วไง ฟื้นมาก็พูดมากเลย ไปล่ะ แยกย้าย” ร่างสูงทำท่าจะลุกขึ้น แต่เธอก็คว้าแขนเขาเอาไว้ทันที
“ไม่แยกย้าย พี่ต้องรับผิดชอบหนู”
“ยัยนี่... จะเอาเท่าไหร่ ว่ามา” คิ้วหนาย่นเข้าหากัน เอ่ยถามเธออย่างใจเย็นที่สุด
“หนูไม่เอาเงิน พี่จูบหนูสองครั้งแล้วนะ แล้วก็ยังจะพยายามฆ่าหนูด้วย”
“ไม่เอาเงินแล้วจะเอาอะไรวะ” ยัยตัวเล็กนี่คิดจะอัพค่าตัวหรือไงกัน
“พาหนูไปอยู่กับพี่” เธอรีบจับแขนเขาไว้แน่น แต่ไอ้พี่หน้าโหดก็รีบสะบัดออกอย่างรังเกียจ แล้วยังด่าเธอกลับมาอีกด้วย
“ยัยบ้านี่ สมองกลับหรือไง คิดจะจับผู้ชายด้วยวิธีนี้เหรอ” เห็นหน้าดื้อๆ ดันแรดซะงั้น รู้งี้เขาไม่โดดน้ำลงไปช่วยก็ดี
“หนูคิดว่า... กล้องวงจรปิดแถวนี้ต้องมีสักตัวแหละ และน้องผู้ชายคนนั้นก็ต้องเป็นพยานให้หนูได้” ดวงตากลมสวยกลอกกลิ้งมองไปรอบๆ บริเวณแล้วหยุดมองใบหน้าของพี่หน้าโหดที่เหมือนจะถอดสีลงนิดหน่อย
“แต่ฉันมีเมียแล้ว เธอก็เคยเห็นนี่ พาเธอไปอยู่ด้วยไม่ได้หรอก ฉันจะจ่ายให้เธอ ถ้าไม่เอาก็ตามใจ”
“โกหก หนูรู้นะว่าพี่ยังไม่คืนดีกับเมียพี่ นะพี่.. หนูไม่มีที่ไป” มือเล็กๆ จับแขนเขาเขย่าๆ เหมือนเด็ก น้ำเสียงและสีหน้าก็อ้อนสุดๆ
“ก็กลับบ้านเธอไปสิวะ”
“หนูไม่มีบ้าน แม่เลี้ยงไล่หนูออกจากบ้าน”
“แล้วพ่อเธอล่ะ แม่เธอล่ะ ไป!! กลับบ้าน ฉันจะไปส่งเอง แล้วอยากได้เงินเท่าไหร่ก็ว่ามา” เขาบิดข้อมือตัวเองออกจากการเกาะกุมแล้วเป็นฝ่ายจับข้อมือเธอไว้แทน
“พ่อแม่หนูตายไปแล้ว ถ้าพี่ไม่ให้หนูไปอยู่ด้วย พี่ก็มีสองทางเลือกคือไปสถานีตำรวจตอนนี้ หรือไม่ก็รออ่านข่าวเศร้าในทีวีวันพรุ่งนี้ แล้วก็ไม่ต้องมางานศพหนูนะ หนูคงไม่ให้อภัยพี่หรอก”
“พอๆ อย่าน้ำเน่า” เขาปล่อยข้อมือเล็กอย่างรำคาญแล้วลุกยืนขึ้น ทำท่าคิดชั่งใจสักพัก
ดวงตาคู่คมหลุบมองเธอที่ยังนั่งน้ำตาซึมอยู่ก็อดสงสารไม่ได้ จึงยื่นมือไปช่วยดึงมือเธอให้ลุกขึ้นมา
“ตามฉันมา แล้วไม่ต้องพูดมากนะ รำคาญ!!”
เอมมาลิลท์รีบยันตัวลุกขึ้นเดินตามร่างสูงไป เธอและเขาต่างก็ไม่ได้พูดอะไรกันอีก เดินตัวเปียกกลับมาหาแดงโซดาที่จอดข้างรั้วร้านหมูกระทะ แล้วเขาก็หยิบโทรศัพท์ในรถมาโทรหาใครบางคน
Rrrrrrrrrr…Rrrrrrrrrr
“เปอร์ มึงยังอยู่ในร้านป่ะ กูมีธุระต้องไปจัดการ มึงเรียกแท็กซี่กลับนะ”
(คูเปอร์: มึงหายหัวไปไหนวะ กูโทรหาก็ไม่รับ กูออกจากร้านเรียกแท็กซี่กลับมาคอนโดตั้งนานแล้ว)
“โทษทีว่ะ ไว้ค่อยคุยนะ” เขากดวางสาย แล้วพยักหน้าให้คนตัวเล็กขึ้นรถ
“เจอเธอทีไร แม่งมีแต่เรื่อง”
“เราเป็นคู่กัน ก็งี้แหละ แดงโซดาน่ารักดีนะ หนูชอบมันมากเลย” เพราะเธอยังไม่อยากกลับบ้าน และก็เชื่อว่าพี่หน้าโหดนี่แหละคือคนดีๆ ที่เธอพึ่งจะอธิษฐานขอพรวันเกิดกับวิญญาณของแม่ คนบนโลกนี้มีตั้งมากมาย ทำไมต้องเป็นเขา ข้อนี้มันน่าคิดมั้ยล่ะ
“ฉันว่า ฉันพาเธอไปโรงพยาบาลดีกว่าว่ะ ไปเช็คสมองก่อนเลย” พูดบ้าอะไรก็ไม่รู้ คู่กันอะไร? คู่กรรมอ่ะดิ!!
“ไม่ไป! หนูปกติดี”
“ปกติบ้าไร มาบอกว่าเราคู่กันวะ ใครอยากจะคู่กับเธอ” เขาขับรถไปด้วย บ่นเธอไปด้วย ไม่ชอบยัยเด็กคนนี้เลย ถึงจะสวยก็เถอะนะ แต่แรดฉิบ!!
“ถ้าพี่ไม่ชอบหนู จะย่องมาหาหนูทำไม หรือคิดจะย่องมาถีบหนู จะฆ่าหนูจริงๆ งั้นสิ” เอมมาลิลท์มองเสี้ยวหน้าหล่อของเขาอย่างลุ้นคำตอบ
“เอ่อ.. ฉันแค่จะย่องไปดูว่าเธอคิดจะทำอะไร ฉันคิดว่าเธออกหักแล้วจะฆ่าตัวตายรึเปล่า แต่ตรงนั้นมันลื่นฉันก็เลยล้มแล้วถีบเธอเข้าน่ะ ไม่ได้ตั้งใจเว้ย ขอโทษ” เขาพูดด้วยความสัจจริงและหวังให้เธอเข้าใจ
“อืม.. หนูไม่โกรธพี่แล้ว” เธอยิ้มให้เขาทั้งสภาพหน้าที่จืดชืดและผมเผ้าที่ยุ่งเหยิง
“จริงดิ!” ทำไมเธอโกรธง่ายหายเร็วจังวะ เขาคงต้องรีบไปส่งเธอกลับบ้านแล้วแหละก่อนที่เธอจะเปลี่ยนใจเอาเรื่อง
“ก็พี่ยอมให้หนูไปอยู่ด้วย หนูจะโกรธพี่ได้ไง” พอเขาได้ยินเธอพูดอย่างนั้นก็ถอนหายใจยาวเหลือบตามองกลับมา
“เฮ้อ.... นี่ยังไม่เลิกคิดจะจับฉันอีกเหรอ เธอคิดว่าฉันเป็นเศรษฐีหรือไง บ้านฉันจนจะตาย เธออยู่กับฉันไม่ได้หรอกว่ะ”
“แบรนด์เนมทั้งตัวแบบนี้ยังจะโกหกหนูอีก พี่ไม่ต้องคบหนูตอนนี้ก็ได้ แต่หนูขอแค่ที่ซุกหัวนอนแค่นั้น” ตอนนี้เธอขอแค่ที่ซุกหัวนอนจริงๆ เพราะเธอเริ่มเพลียแล้ว
“เพื่อนเธอ คนสวยๆ แต่งตัวไฮโซน่ะ ไปอยู่กับเพื่อนเธอดิ”
“ขวัญพิชชาน่ะเหรอ เอ่อ.. นั่นก็บ้านจนเหมือนหนูนี่แหละ เค้าเป็นลูกจ้างอยู่ร้านเสื้อน่ะ หนูไปอยู่กับเค้าไม่ได้หรอก” เธอไปอยู่คอนโดกับขวัญพิชชาไม่ได้จริงๆ เพราะพ่อเธอคงตามตัวเจอแน่ๆ เธอยังไม่พร้อมจะให้อภัยคนที่บ้านได้เลยจริงๆ
“โอเค แค่ที่ซุกหัวนอนนะ อย่าคิดจะมาจับฉันทำผัวนะเว้ย เออ..แล้วเธอมีผัวยัง” เขาปรายตามอง ที่ถามนี่ไม่ได้จะจีบ แต่แค่ไม่อยากมีเรื่องกับผัวเธอแค่นั้นเอง มันดูไร้สาระมากนะถ้าจะต้องต่อยตีเพื่อแย่งยัยหน้าจืดนี่น่ะ
“ไม่มี หนูโสด โสดมากๆ เลยด้วย”
“อายุเท่าไหร่ ชื่ออะไร” เรียกตัวเอง หนูๆ อยู่ได้ ตกลงเธอชื่ออะไรเขาก็คุยมาได้ตั้งนานแน่ะ
“หนูชื่อลิลท์ค่ะ พึ่งจะอายุยี่สิบวันนี้เอง”
“วันเกิด?” ถึงว่า... เธอถึงได้ยืนถือเค้ก
“ใช่ค่ะ”
“โดนแม่เลี้ยงไล่ออกจากบ้านในวันเกิด โคตรน้ำเน่าเลย”
“พี่ไม่เคยได้ยินเหรอ ว่าชีวิตจริงยิ่งกว่าละครน่ะ หนูทนเค้าตบตีหนูไม่ไหวแล้ว” เธอพูดเกินจริงไปนิดหน่อยเพราะอยากให้เขาสงสาร
“ทน? ไม่มีมือมีตีนหรือไง ทำตัวเป็นนางเอกละครไปได้”
“ก็.. เค้าตัวโตกว่าหนูนี่”
“ถึงแล้ว เอากุญแจไปเปิดประตูไป” เขาหยิบเอากุญแจในกระเป๋าโยนไว้บนตักเธอ
“น.. นี่บ้านพี่เหรอ” เอมมาลิลท์มองสภาพบ้านทาวน์โฮมที่ทาภายนอกด้วยสีเทาเข้ม หลังคาก็ต่อเติมออกมาจนชิดรั้วด้านหน้า ลักษณะดูเหมือนอู่ซ่อมรถมากกว่าบ้านพักอาศัย เขาบ้านจนอย่างที่บอกเธอจริงๆ สินะ