“โวยวายอะไรของเธอวะเนี่ย” ฝ่ามือใหญ่ยกขึ้นขยี้ตาแล้วยันตัวลุกนั่ง
“ก็พี่มากอดหนูทำไมเล่า”
“ฉันเหรอ กอดเธอ เมื่อคืนฉันกอดหมอนข้าง” เขาย่นคิ้วมอง ยัยเด็กนี่กะจะจับเขาทำผัวให้ได้เลยสิท่า
“แล้วไหนล่ะ หมอนข้าง”
“ร่วง.. เธอถีบมันร่วงเหรอ” มันร่วงจากเตียงไปตอนไหน แล้วไปกอดเธอตอนไหนเขาก็ไม่รู้ตัว คงเพราะเธอตัวนิ่มเหมือนหมอนข้างไง เขาก็เลยเข้าใจผิดเผลอไปกอดน่ะสิ
“มาแอบจับ แอบล้วงอะไรในตัวหนูป่ะเนี่ย”
“คิดว่าตัวเองสวยขนาดที่ฉันต้องลักหลับเธอเลยเหรอ”
“หนูไม่ได้หลงตัวเองนะ แต่เมื่อกี้พี่ละเมอเรียกชื่อแฟนพี่แล้วกอดหนูแน่นเลย หนูก็กลัวพี่จะคิดว่าหนูเป็นแฟนแล้วมาล้วงมาจับอ่ะดิ”
“แฟน? ฉันโสดเว้ย เธอนี่แต่งเรื่องเก่งจริงๆ”
“แฟนพี่ที่ชื่อบีบีไง หนูจำชื่อเค้าได้นะ เมื่อกี้พี่เรียกชื่อเค้าจริงๆ” สงสัยคงยังคิดถึงแต่ไม่กล้ายอมรับล่ะสิ
“ไม่จริงอะ บีบีมันไม่ได้อยู่ในความทรงจำของฉันนานแล้ว” เลิกกันไปตั้งแต่ตอนจบปีหนึ่ง ตอนนี้เขาจบปีสามจะขึ้นปีสี่ มันก็สองปีแล้วที่บีบียังตามง้อเขาอยู่ เธอสวยและเป็นถึงดาวคณะเศรษฐศาสตร์ก็จริง แต่ถ้าคิดปันใจให้ชายอื่นเขาก็ตัดขาดได้เลยโดยไม่คิดจะเสียน้ำตาให้สักหยด
คนอย่างไอ้เสก ยอมหักแต่ไม่ยอมงอ นี่คือสิ่งที่พ่อเสือสอนมันไว้
“เค้าก็ยังตื๊อพี่อยู่ไม่ใช่เหรอ ทำไมไม่คืนดีกับเค้าล่ะ”
“คนนอกใจมันสมควรได้รับการให้อภัยเหรอ หรือเวลาผัวเธอนอกใจแล้วมาง้อ เธอก็คืนดีกับมันง่ายๆ” นี่เขากำลังสอนเธออยู่กลายๆ นะ คนเราเจ็บแล้วควรจำอย่าทำตัวโง่ซ้ำซาก
“หนูยังไม่เคยมีผัว”
“เคยก็บอกเคยดิ๊ สมัยนี้ใครเค้าแคร์เรื่องนี้กัน” เธอมานอนค้างบ้านเขา มานอนบนเตียงเขา มาบอกให้เขารับผิดชอบ เขาคงเชื่ออยู่หรอก ว่าเธอไม่เคยมีผัว
“หนูไม่เคยมีแฟน พ่อหนูหวง”
“ไหนบอกพ่อตายวะ” เขาจ้องเธอเขม็ง ยัยตัวเล็กนี่พูดอะไรเชื่อถือได้บ้างมั้ยนะ
“ค.. คือว่า ก่อนพ่อจะตายน่ะ พ่อสั่งไว้ว่าห้ามแรดไง” แก้ตัวเสร็จเธอก็ถอนใจเบาๆ เกือบจะหลุดพิรุธให้เขาจับได้แล้วไหมล่ะ
“ห้ามแรด?? แล้วนี่เธอจะอยู่กี่วันเนี่ย บอกตรงๆ ฉันไม่สะดวกใจนะเว้ย” นอนกอดไข่แบบเหงาๆ มาสองปีจนชิน จู่ๆ มีผู้หญิงตัวเล็กน่ารักมานอนด้วย ผู้ชายหน้าไหนมันจะสะดวกใจล่ะ
“ก็อยู่ไปเรื่อยๆ ก็บอกแล้วไงว่าพี่ต้องรับผิดชอบชีวิตหนู หรือพี่กลัวแฟนพี่รู้ว่าหนูมาอยู่ด้วย ตกลงนี่พี่มีแฟนแล้วเหรอ”
“ฉันโสด แต่ก็มีคนคุย จีบๆ กันอยู่” เขาเป็นคนโหดห้าวปากร้ายก็จริง แต่ก็ไม่ใช่ผู้ชายโกหกตอแหล เป็นคนพูดตรงๆ อย่างนี้มาตั้งนานแล้ว
“หมายถึงหนูเหรอ”
“พูดอะไร เพ้อเจ้อ เมายาเหรอ” จะหมายถึงเธอได้ไง เขาไม่เคยคิดจะจีบผู้หญิงอย่างเธอหรอก
“ก็พี่คุยกับหนูอยู่ มันก็ต้องหมายถึงหนูแหละ งั้นหนูตกลงเป็นแฟนพี่เลย พี่ดูแลหนูด้วยนะ” แม่ส่งเขามาให้เธอแล้ว เธอจะปล่อยเขาไป
ง่ายๆ ได้ไงล่ะ และถ้าเขาเป็นคนเลว เขาคงไม่หายาให้เธอกินและคงจับเธอทำเมียไปแล้วตั้งแต่เมื่อคืน
“แรดว่ะ ไม่ชอบเว้ย”
“แรดยังไง หนูอายุยี่สิบก็พึ่งจะมีแฟนคนแรกเนี่ย” ปล่อยมุกจีบก็โดนด่ากลับมาอีก หรือจริงๆ แล้วเขาจะไม่ได้ชอบผู้หญิง!
“เห็นเขาบนหัวฉันป่ะ”
“ไม่เห็น”
“เออ ก็ฉันไม่ใช่ควายไง เชื่อเธอก็ควายแล้ว ให้เวลาคิดหนึ่งชั่วโมงว่าต้องการเงินไปตั้งตัวเท่าไหร่ แล้วก็รีบออกจากบ้านฉันไปเลย ฉันจะนอนต่อล่ะ” เขาดึงผ้าห่มมาคลุมตัวแกล้งนอนหลับตาเพราะเบื่อจะคุยกับเธอแล้ว ที่เธอพูดมาแต่ละอย่างมันดูไม่น่าเชื่อเลยสักอย่างเดียว ชีวิตแม่งน้ำเน่าเกินไปป่ะ
“ใจร้าย..ฮึก!!”
พอคิดว่าจะต้องกลับบ้านไปหาครอบครัวที่มีเธอเป็นส่วนเกิน น้ำตามันก็ไหลออกมาเอง เธอไม่ได้ต้องการเงินจากเขาหรอก และจะให้ไปอยู่กับขวัญพิชชาก็คงจะไม่ได้ จะให้เธอไปอยู่ตัวคนเดียว เธอก็คงเอาชีวิตไม่รอด
มนต์เสกค่อยๆ ลืมตาแอบมองคนตัวเล็กที่นั่งยกมือขึ้นเช็ดน้ำตา นี่เขาใจดำกับเธอเกินไปหรือเปล่าวะ เขากำลังทำผู้หญิงร้องไห้หรือนี่ และเขาลืมไปเลยว่า เมื่อคืนที่ริมน้ำเธอก็เหมือนจะยืนร้องไห้อยู่ หรือเธอจะต้องการทีพึ่งจริงๆ
“เอาเป็นว่า ฉันจะให้เธออยู่จนเธอสบายใจก็แล้วกัน เลิกร้องได้แล้ว หนวกหู” พูดจบเขาก็หลับตาลง
“พ..พี่พูดแล้วนะ ห้ามคืนคำด้วย ขอบคุณนะ พี่ใจดีที่สุดเลย” คนตัวเล็กโน้มตัวยื่นริมฝีปากเข้าไปจุ๊บแก้มคนที่นอนหลับตาอยู่ ทำให้คนตัวโตก็ถึงกับสะดุ้งโหยง
“ฮ..เฮ้ย!! ทำไรวะเนี่ย มาหอมแก้มทำไม” มือสากยกขึ้นลูบแก้มตัวเอง เขาไม่ได้ขยะแขยงริมฝีปากสีชมพูนั่นหรอก แต่รู้สึกตกใจจนทำอะไรไม่ถูกต่างหากล่ะ
“หนู.. ลืมตัว เวลาหนูดีใจหนูชอบหอมแก้มพ่อแม่ และก็เพื่อนสนิทน่ะ” เอมมาลิลท์หัวเราะแหะๆ เธอเองก็เขินเหมือนกันนะ ที่เผลอทำอะไรไปแบบนั้น
“ช่างเถอะ ฉัน.. ฉันจะอาบน้ำ จะออกไปข้างนอก”
“ไปซื้อข้าวเหรอ” จะว่าไป เธอก็เริ่มหิวแล้วนะ ตอนนี้แปดโมงกว่า เลยเวลามื้อเช้าของเธอมาตั้งชั่วโมงกว่าแน่ะ
“เปล่า จะไปหาเพื่อน”
“แล้วหนูล่ะ”
“เธอไม่มีเสื้อผ้าจะออกไปไหนได้ล่ะ เดี๋ยวจะจัดการให้ ถ้าเธอหิวก็สั่งไรเดอร์”
“แต่โทรศัพท์หนูพังไปแล้วนะ”
“อ่ะ กดสั่งตอนนี้เลย” เขาหยิบโทรศัพท์จากหัวเตียงโยนให้เธอแล้วก็ลุกจากเตียงไปเข้าห้องน้ำ อาบน้ำเสร็จเปิดประตูออกมาก็ไม่เห็นเธออยู่บนเตียงแล้ว
“เธอ ลิลท์! หายไปไหนวะ” เขารู้สึกใจคอไม่ดีขึ้นมาจนต้องรีบลงบันไดมาตามหาเธอที่ชั้นล่าง มองไปที่โซนรับแขกก็ไม่เห็นเธอ หรือว่าเธอจะคิดสั้น!