“เธอ ลิลท์! หายไปไหนวะ” เขารู้สึกใจคอไม่ดีขึ้นมาจนต้องรีบลงบันไดมาตามหาเธอที่ชั้นล่าง มองไปที่โซนรับแขกก็ไม่เห็นเธอ หรือว่าเธอจะคิดสั้น!
“ลิลท์! อยู่ไหน” เขาเปิดห้องน้ำชั้นล่างก็ไม่เจออีก แต่ก็พลันได้ยินเสียงประตูครัวเปิดออก จึงหันขวับไปมอง
“เรียกหนูทำไม”
“แล้วมาทำอะไรในครัว หิวมากเหรอ” ในครัวก็ไม่มีของสด เธอจะมาหาอะไรทำกินกันล่ะ
“เปล่าค่ะ หนูเข้ามาถอดปลั๊กกาน้ำร้อน เมื่อคืนหนูลืมถอดออก เป็นห่วงเหรอ” สีหน้าแววตาเขามันฟ้องว่ากำลังเป็นห่วงเธอ และแววตา
แบบนั้นมันทำให้ใจเธอเต้นแรงอย่างไม่เคยเป็น
“ไม่ได้ห่วง ฉันกลัวเธอจะมาฆ่าตัวตายที่บ้านฉันต่างหากล่ะ” เขาเมินหน้าเดินกลับขึ้นไปแต่งตัวที่ชั้นบน
ส่วนเธอก็เดินไปเปิดประตูกระจกบานเลื่อนหน้าบ้านเพื่อออกไปสำรวจบริเวณหน้าบ้านสักหน่อย
มนต์เสกแต่งตัวเสื้อยืดสีดำรัดรูปคู่กับกางเกงยีนส์สีซีดขาดๆ ฉีดน้ำหอมกลิ่นอ่อนๆ ที่น้องสาวเขาซื้อให้แล้วลงมาชั้นล่าง เห็นประตูหน้าบ้านเปิดอยู่ก็เลยเดินมาหาเธอที่ตอนนี้ยืนเกาะขอบรั้วอยู่
“ไรเดอร์มาแล้วเหรอ” เขาเกาะขอบประตูถามเธอที่ชะเง้อคอพ้นรั้วเหล็กเตี้ยๆ เหมือนกำลังมองอะไรสักอย่าง
“ยังค่ะ พี่หิวแล้วเหรอ”
“ไม่หิว แล้วเธอมองอะไรอยู่”
“นกค่ะ นกหงหยกสีสวยมาก มันน่าจะหลุดจากกรง แต่หนูไล่มันไปแล้ว” เธอทำหน้าเศร้า เธอชอบนก ชอบเวลาที่เห็นมันได้โบยบินอย่างอิสระ เธออยากเป็นเหมือนมันที่มีอิสระในตัวเอง
“แล้วเธอไปไล่มันทำไม เจ้าของมันก็ตามไม่เจอดิ”
“หนูไม่ได้อยากให้มันอยู่ในกรงนี่คะ หนูอยากให้มันเป็นอิสระ จะได้ไม่เหมือนหนู”
“นกมันจะเหมือนหนูได้ไง มันมีปีก”
“หนูหมายถึง หนูเนี่ย” นิ้วเรียวชี้เข้าหาตัวเองพร้อมกับย่นคิ้ว
“ไรเดอร์โทรมาแล้ว มาโน่นแล้ว” เขาบอกเธอแล้วยื่นโทรศัพท์กับกระเป๋าเงินให้ แล้วก็เดินเข้าบ้านมานั่งที่โซฟารับแขก
เอมมาลิลท์ถือถุงอาหารเดินเข้ามาวางบนโต๊ะกลางโซฟา แล้วคืนโทรศัพท์กับกระเป๋าสตางค์ให้เขา
“หนูสั่งข้าวผัดกุ้งมาให้”
“กินเถอะ ฉันแพ้กุ้ง”
“หนู.. ขอโทษนะ ไม่รู้ว่าพี่แพ้กุ้ง งั้นกินข้าวผัดปูมั้ย”
“ฉันแพ้อาหารทะเล เดี๋ยวฉันออกไปหาอะไรกินเองแหละ เฝ้าบ้านดีๆ ล่ะ อย่าพาใครมายกเค้าบ้านฉันนะ”
“พี่จะกลับกี่โมง”
“บ่ายๆ เย็นๆ”
“ไปนานจัง บ้านเพื่อนพี่อยู่ไกลเหรอ”
“ถามมากว่ะ” เขาบ่นเธอแล้วลุกจากโซฟา เปิดประตูเข้าไปยังอู่รถ
เอมมาลิลท์ก็ได้แต่ชะเง้อมองเขาขับแดงโซดาออกไป
คอนโด I-UU
“คิดอะไรกับเมียกูป่ะเนี่ย” คูเปอร์เดินมาส่งเอวาขึ้นรถมนต์เสกที่จอดรออยู่ใต้คอนโด เขาพูดกวนตีนเพื่อนรักที่จู่ๆ มันก็โทรมาขอยืมตัวเอวาไปช่วยมันเลือกซื้อของให้น้องสาวของมัน
“ผมไม่กล้าคิดหรอกครับ ผมรู้คุณหวง แต่กูจะพาเมียมึงกลับมืดๆ หน่อยนะครับ” มนต์เสกกวนตีนกลับไปบ้าง ส่วนเอวาก็นั่งขำอยู่ที่เบาะข้างคนขับ
“ไอ้เชี่ยเสก รีบกลับนะเว้ย กูมีนัดทำโปรเจกต์” คูเปอร์หยิกแก้มนุ่มของแฟนสาวเบาๆ แล้วเดินกลับเข้าคอนโด
ผ่านไปสามชั่วโมงแล้ว เอมมาลิลท์เองกำลังสำรวจของในบ้านแทบจะทุกมุม เพราะเธอก็ไม่แน่ใจว่า คนที่แม่ส่งมาให้เธอนั้นเขายุ่งเกี่ยวกับสิ่งผิดกฏหมายหรือเปล่า แต่ตรวจตราดูแล้วก็ไม่มีของผิดกฎหมายหรือยาเสพติด
จะมีก็แต่รถกับอะไหล่รถที่เก่าบ้าง ใหม่บ้างที่อยู่บนชั้นวางขนาดใหญ่บนชั้นสอง และกล่องลังที่กองๆ รวมกันเต็มไปหมด ที่นี่จึงเหมือนเป็นห้องแต่งรถของเขามากกว่าที่จะเรียกว่าอู่ซ่อมรถ
เอมมาลิลท์กลับมานั่งรอเขาที่โซฟาในห้องนอน พอได้ยินเสียงรถเข้ามาจอด เธอจึงลงจากชั้นสองมาดูว่าใช่เขาหรือเปล่า พอเห็นแดงโซดาจอดอยู่เธอก็เปิดประตูฝั่งบ้านออกไปหาเขา
“พี่กลับไวจัง” เขาบอกไว้ว่าจะกลับบ่ายๆ เย็นๆ
“มาขนของดิ” เขาบอกเธอแล้วเดินออกจากประตูรั้วฝั่งอู่มาเปิดประตูฝั่งบ้าน แล้วก็เดินเข้าบ้านไปนอนเหยียดยาวบนโซฟา โดยไม่สนใจคนตัวเล็กที่ยังยืนทำหน้างงๆ อยู่
“ของเหรอ” คาดเดาว่าน่าจะเป็นของกิน เพราะในตู้เย็นไม่เหลืออะไรให้กินแล้วนี่นะ
เธอเดินมาเปิดประตูรถแล้วก็ต้องตกใจกับถุงเสื้อผ้าแบรนด์เนมที่วางกองเต็มเบาะหลัง หนึ่งในนั้นมีถุงโทรศัพท์ราคาหลายหมื่นบาท อย่าบอกนะว่าทั้งหมดนี้เป็นของเธอน่ะ
หญิงสาวพาตัวเองเข้ามานั่งในรถ เปิดดูแต่ละถุงล้วนเป็นเสื้อผ้าผู้หญิง เมื่อหยิบของข้างในออกมาดู เอมมาลิลท์ก็ร้องกรี๊ดออกมาแบบไร้เสียงเพราะกลัวจะถูกคนในบ้านบ่นเอา
เสื้อสายเดี่ยว กางเกงขาสั้น เดรสสั้น กระเป๋า รองเท้าและชุดชั้นในสุดเซ็กซี่ ของเหล่านี้คือสิ่งที่เธออยากได้มาตลอด
แต่ว่า เขารู้ไซส์เธอได้ยังไงล่ะ หรือว่า..
“พี่่ออกไปซื้อของพวกนี้กับใคร” เธอวางถุงทั้งหมดลงที่โซฟาแล้วทำหน้ามุ่ย เขาที่นั่งเล่นโทรศัพท์อยู่จึงตอบอย่างไม่ได้สนใจจะมอง
เธอ
“เอวา”
“ใคร? แฟนพี่เหรอ” พูดคำนี้แล้วเธอก็ใจแป้วเลย ถ้าเขามีแฟนแล้ว แบบนี้เธอจะอาศัยอยู่บ้านนี้ได้อีกนานแค่ไหนล่ะ จริงอยู่ที่เขาบอกให้เธออยู่จนสบายใจ แต่ถ้าเขามีแฟนแล้วจริงๆ เธอก็กระดากใจไม่อยากรบกวนหรอก
เขาฟังจากน้ำเสียงเธอแล้ว มันเหมือนแฝงความไม่พอใจอยู่ในคำถาม เขาจึงละสายตาจากหน้าจอมามองหน้าเธอ ก่อนจะตอบ
“แฟนเพื่อน”
“แล้วเค้ารู้ไซส์หนูได้ไง”
“ก็เอวามันตัวเท่าเธอไง นี่กำลังหึงฉันเหรอ” น้ำเสียงเธอมันฟ้องอย่างนั้นน่ะ เขาเคยมีแฟนเขารู้หรอก ยัยเด็กนี่จะหลงเขาหนักเกินไปแล้ว
“ไม่รู้สิ หนูแค่กลัวว่าจะไม่มีที่ซุกหัวนอนมั้ง”
“ก็บอกแล้วไง ว่าให้อยู่จนสบายใจ แต่ห้ามคิดอะไรกับฉัน ที่ซื้อของให้ก็เพราะว่าสงสาร”
“งั้นอีกเดี๋ยวพี่ก็ต้องรักหนูสิ”
“.....” เขาย่นคิ้วมองเธออย่างตั้งคำถาม ว่าสมองเธอเป็นอะไรหรือเปล่า คิดดีแล้วเหรอที่จะมาจีบ มาจับผู้ชายอย่างเขาทำผัว
“ก็ความสงสารมันเป็นบ่อเกิดของความรักไง” เธอพูดพลางหัวเราะชอบใจกับมุกตลกของตัวเอง แต่เขายังทำหน้าไม่รับมุกแล้วก็นอนเล่นโทรศัพท์ต่อ
“โทรศัพท์กับซิมนี่ให้หนูเหรอ” มุกจีบของเธอแป้กอีกแล้ว เอมมาลิลท์จึงหยิบถุงโทรศัพท์ขึ้นมาถามเขา
“อือ ส่งเฟซ ส่งไลน์และบัตรประชาชน ให้ฉันดูโปรไฟล์เธอด้วย ฉันจะได้รู้ว่าเธอมีคดีติดตัวหรือเปล่า”
“หนูจำยูสเซอร์ พาสเวิร์ดไม่ได้แล้ว แต่จะสมัครไลน์ไว้ติดต่อพี่แล้วกัน”
“บัตรประชาชนล่ะ”
“หนูลืมเอาติดกระเป๋ามาด้วยมั้ง หรือไม่ก็คงหล่นหายไปแล้วตอนหนูตกน้ำ”
เขานึกไว้แล้วว่าเธอต้องอ้างแบบนี้ แต่แม้จะแคลงใจว่าเธออาจจะปิดบังตัวตนอยู่ แต่เขาก็มั่นใจว่าเธอไม่ใช่คนไม่มีหัวนอนปลายเท้า แต่ที่ออกจากบ้านมันเพราะเรื่องอะไรเขาคงจะรอให้เธอพร้อมที่จะเล่าเอง