ตอนที่1 ไอ้คนเลว

988 Words
“ขอบคุณ คุณขวัญที่ให้ลิลท์ยืมชุดนะ ลิลท์โชคดีจริงๆ ที่มีเพื่อนทั้งสวยและก็ใจดีฝุดๆ” เอ็มมาลิลท์ที่กอดถุงชุดแบรนด์เนมไว้บนตัก หันใบหน้าสวยใสไปยิ้มหวานให้เพื่อนสนิทที่เป็นเจ้าของร้านเช่าชุดออกงานแบรนด์ดังในห้างสรรพสินค้าที่ตั้งอยู่ไม่ไกลจากมหาวิทยาลัยที่เธอทั้งสองเรียนอยู่ และเธอมักเรียกเพื่อนสนิทว่า คุณขวัญ ตามชื่อร้านเสื้อของเพื่อน KhunKhwan “ไม่ได้ให้ยืมฟรีนะ ลิลท์ต้องเลี้ยงน้ำขวัญด้วย” ขวัญพิชชาที่นั่งเบาะคนขับ ชี้นิ้วให้เอมมาลิลท์มองผ่านกระจกหน้ารถ ในระยะไม่ไกลนั้นมีร้านคาเฟ่มาเปิดใหม่ในซอยข้างมหาวิทยาลัย ซอยนี้เป็นซอยเล็กๆ ที่กั้นกลางระหว่างมหาวิทยลัยH กับมหาวิทยาลัยK ซึ่งตอนนี้เธอทั้งสองคนเรียนอยู่คณะบริหารธุรกิจสาขาการตลาดที่มหาวิทยาลัย H เรือนร่างบางก้าวลงจากรถแล้วเดินคู่กันข้ามถนนไปยังร้านคาเฟ่ฝั่งตรงข้าม ทั้งสองเปิดประตูเข้าไปก็สั่งชานมไข่มุกกันคนละแก้วแล้วมานั่งดูดกินที่เก้าอี้ทรงสูงที่หันหน้าออกทางหน้าร้าน เมื่อมองผ่านกระจกใสก็จะเห็นวิวรั้วของมหาลัยH ที่มีนักศึกษาเดินกันขวักไขว่ และก็รวมถึงนักศึกษาจากมหาลัยK ด้วย ซึ่งจะเป็นนักศึกษาชายเสียส่วนใหญ่ เพราะมหาลัยK มีเปิดสอนคณะวิศวกรรมศาสตร์ แต่มหาลัยH เปิดสอนเพียงคณะบริหารธุรกิจเท่านั้น “ลิลท์จะไปงานเลี้ยงกับอธิการ ศุกร์นี้หรือศุกร์หน้านะ จะให้ขวัญแต่งหน้าให้มั้ย” “คืนวันศุกร์นี้ แต่ลิลท์ว่าจะแต่งหน้าเองเพราะน้าปานก็ไปด้วยน่ะ” ด้วยผิวพรรณของเธอที่ขาวราวกับน้ำนม แค่เพียงจัดเซตผมลอนยาวสีน้ำตาลอ่อน และแต่งแต้มสีสันลงบนผิวหน้านิดหน่อย เพียงเท่านี้ราศีลูกผู้ดีก็เปล่งรัศมีบนตัวเธอแล้ว ซึ่งต่างจากน้องสาวต่างมารดา ฝ่ายนั้นทั้งรูปร่างและหน้าตาเทียบเธอไม่ได้แม้ปลายเล็บ นั่นอาจเป็นเหตุผลหนึ่งที่พาลให้แม่เลี้ยงอย่าง น้าปานเดือนไม่ชอบขี้หน้าเธอ ไม่ว่าเธอจะทำอะไรก็มักขัดหูขัดตาแม่เลี้ยงไปเสียหมด “กลัวจะถูกน้าปานบ่นล่ะสิท่า” “ก็ประมาณนั้น” “อดทนหน่อยนะ อีกสามปีเราก็เรียนจบแล้ว ขวัญคิดว่าถ้าลิลท์มีงานทำ น้าปานเค้าก็คงจะไม่มายุ่งกับลิลท์แล้วล่ะ” ขวัญพิชชาบีบมือเพื่อนรักเบาๆ ยิ้มส่งกำลังใจให้เหมือนทุกครั้งที่ได้สนทนากันเรื่องครอบครัว “ขอให้จริงเถอะ ลิลท์จะได้พบเจอกับชีวิตใหม่ สังคมใหม่ๆ ที่ดีกว่าพวกคนในบ้านนั้นซะที” คนในบ้านนั้น ซึ่งหมายรวมถึงพ่อเธอด้วย ที่มักจะเข้มงวดกับเธอมากเกินไป และนั่นทำให้เอมมาลิลท์รู้สึกอึดอัดกับกรอบกรงที่ขังเธอเอาไว้มาตลอดหลายปี ในขณะที่หญิงสาวกำลังเหม่อคิดถึงเรื่องอันน่าเบื่อหน่าย ร่างบอบบางก็พลันสะดุ้งโหยงกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นตรงหน้า ผลัวะ!!...โอ๊ย!! อั่ก!! “ว้าย!! ลิลท์มาหลบเร็ว” ขวัญพิชชาที่ในตอนนี้ได้วิ่งพรวดพราดไปหลบหลังเคาน์เตอร์ขายน้ำ มองเห็นเอมมาลิลท์ยังคงยืนนิ่งมองเหตุการณ์อยู่ จึงรีบตะโกนเรียกเพื่อนเสียงดัง แต่เหมือนว่าเพื่อนรักจะไม่ได้สนใจความห่วงใยของเธอเลย “ท.. ทำไมต้องทำร้ายคุณลุงด้วย ไอ้คนเลว!!” ดวงตาคู่สวยแข็งกร้าว จ้องมองชายหนุ่มร่างสูงใหญ่ใบหน้าหล่อคมที่กำลังกระทืบคุณลุงผอมโซอย่างเอาเป็นเอาตาย โดยไม่สนใจสายตาผู้คนรอบข้าง มือบางกำเข้าหากันแน่น เมื่อเห็นลุงแก่ผิวคล้ำกรำแดดนอนตัวงออยู่ใต้ฝ่าเท้าของนักเลงในคราบนักศึกษาที่สวมเสื้อชอปวิศวะมหาลัยK รอยแผลถลอกตามแขนขาและริมฝีปากแห้งผากที่แตกจนเลือดซิบของลุงแก่นั้น มันทำให้เธอทนนิ่งเฉยไม่ได้แล้ว ถ้าเธอไม่ห้ามไอ้คนเลวนี่ คุณลุงคงต้องนอนตายอยู่หน้าร้าน ในขณะที่กำลังก้าวเท้าไปที่ประตูกระจก เท้าเล็กก็พลันต้องหยุดชะงัก เมื่อเห็นว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจสองนายกำลังวิ่งเข้ามาเคลียร์สถานการณ์ “น้อง เข้ามาในร้านก่อนเถอะ” เสียงเจ้าของร้านเรียกเธอ ส่วนขวัญพิชชาที่เห็นว่าตำรวจมาแล้ว จึงค่อยๆ โผล่หัวจากเคาน์เตอร์น้ำแล้วเรียกเพื่อนอีกครั้ง “ลิลท์ อันตรายนะ ถ้าไอ้นักเลงวิศวะนั่นมีปืนล่ะ รีบมาหลบก่อน” “ไม่ๆ ไอ้เลวนั่นมันไม่มีปืน ไม่มีอาวุธ” เธอยังคงยืนมองสถานการณ์ผ่านกระจกใสอย่างใกล้ชิด แล้วก็เลื่อนเปิดประตูออกนิดหน่อยเพื่อฟัง การสนทนาระหว่างเจ้าหน้าที่ตำรวจกับคนร้ายที่ตอนนี้มันก็ยังยืนใช้เท้าเหยียบร่างของคุณลุงผอมโซอยู่อย่างนั้น สีหน้าของมันเหมือนจะสะใจและทะนงตัวเองสุดๆ จนเธอถึงกับเหยียดปากเกลียดชัง ถ้าไม่ติดว่ามันตัวโตและหน้าโหด เธอก็อยากจะเปิดประตูไปด่ามันอยู่หรอก “ขอบคุณมากนะหนุ่ม ที่ช่วยจับคนร้ายน่ะ” คุณตำรวจยิ้มให้กับพลเมืองดี “ครับจ่า ผม มนต์เสก หลานเสี่ยเชียนไง จ่าจำไม่ได้เหรอ” เสี่ยเชียน คือพ่อของไอ้ชาร์ลเพื่อนสนิทของเขา มีเรื่องมีราวขึ้นโรงพักกี่ครั้งก็ได้เสี่ยเชียนนี่แหละที่คอยเคลียร์ให้ตลอด พ่อกับแม่ที่อยู่ต่างจังหวัดจึงไม่รู้ว่าลูกชายหัวแก้วหัวแหวนที่เข้ามาเรียนที่กรุงเทพฯ นั้น มันยังคงติดนิสัยเกเรไม่เปลี่ยนไปจากเมื่อก่อน
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD