“ลิลท์ออกไปร้านเสื้อขวัญพิชชาน่ะค่ะ”
“ไปทำไม”
“ไปเลือกชุดที่ร้านKhunKwan ใส่ไปงานเลี้ยงวันศุกร์นี้ไงคะ” งานเลี้ยงเกษียณรุ่นพี่ท่านอธิการองศา พ่อเป็นคนชวนเธอเองแท้ๆ ทำไมกลับลืมซะได้
“ก็ไหนลิลท์บอกกับน้าปานว่าไม่ไปไง”
“น้าปานบอกพ่ออย่างนั้นเหรอคะ” เอมมาลิลท์ถอนใจเบาๆ
“อืมใช่ แล้วตกลงจะไปหรือเปล่าล่ะ”
“ลิลท์ไม่ไปดีกว่าค่ะ แต่เช้าวันเสาร์ลิลท์ต้องเอาชุดไปคืนขวัญพิชชาที่ร้านนะคะ”
“อืม.. รีบไปรีบกลับล่ะ”
“ค่ะพ่อ”
บทสนทนาระหว่างพ่อลูกดำเนินไปอย่างราบเรียบเช่นนี้ทุกครั้ง อธิการองศาพ่อของเธอนั้นมีบุคลิกค่อนข้างนิ่งขรึม และเธอจำได้ว่าพ่อเป็นแบบนี้ตั้งแต่วันที่แม่ของเธอเสียชีวิตไปเมื่อสิบกว่าปีก่อน ทั้งที่ก่อนหน้านั้นพ่อก็ยังเคยเล่น เคยหัวเราะกับเธอเหมือนอย่างพ่อลูกบ้านอื่น
เมื่อกลับถึงบ้าน เอมมาลิลท์ทานมื้อเย็นเสร็จแล้วก็ขึ้นบันไดไปบนชั้นสอง เปิดประตูเข้ามาในห้องนอน แล้วโยนถุงชุดสวยที่อุตส่าห์เลือกตั้งนานสองนานไว้บนโซฟา ร่างบางทิ้งตัวลงนั่งพร้อมกับถอนหายใจอย่างเบื่อหน่าย
ไม่อยากคิดเลยว่าหากลูกจันทร์ ลูกสาวของน้าปานจบจากโรงเรียนประจำแล้วกลับมาอยู่ร่วมกันในบ้านหลังนี้ เธอจะกลายเป็นหมาหัวเน่าสักแค่ไหน
แต่จะว่าไป พ่อก็ยังคงรักและเป็นห่วงเธออยู่ ถึงได้ถามถึงเรื่องโจรวิ่งราวสร้อยเมื่อกลางวัน และพอคิดมาถึงตรงนี้ ภาพไอ้พี่หน้าโหดก็ผุดขึ้นมาในม่านตาของเธอ
“ผู้ชายอะไร หยาบ ถ่อย คงคิดว่าตัวเองเท่ล่ะมั้ง ชิ!” หญิงสาวเบะปาก แต่ยังคงนึกไปถึงเหตุการณ์เมื่อตอนกลางวัน
หากวัดจากการแต่งตัวแล้ว ไม่ว่าจะเป็นรองเท้า นาฬิกา กระเป๋าสะพาย ก็ดูเหมือนพี่เขาเป็นคนมีฐานะดี แต่ท่าทางนักเลงกับคำพูดคำจานี่สิ ผู้หญิงคนไหนได้ไปเป็นแฟนคงจะถูกซ้อมเช้าซ้อมเย็น ได้กินลำแข้งเป็นอาหารหลัก ซวยไปตลอดชาติแน่
ใบหน้าสวยสะบัดเบาๆ เพื่อไล่ภาพพี่หน้าโหดออกไป มองเวลาจากนาฬิกาบนผนัง ตอนนี้ก็สามทุ่มแล้ว เธอจะต้องรีบอาบน้ำเข้านอนตามเวลาไม่เกินสี่ทุ่ม
ใช้เวลาครึ่งชั่วโมงในการอาบน้ำ ร่างบางก็อยู่ในชุดนอนกระโปรงสีขาวแขนยาว ดูคีพลุคคุณหนูสุดๆ ซึ่งถามว่าเธอชอบไหม? เธอตอบแบบไม่ต้องคิดว่า ไม่! สีขาว สีสุภาพเธอใส่จนเบื่อแล้ว เธออยากใส่ชุดนอนสีดำ สีแดงบ้าง อยากใส่เสื้อผ้าตามเทรนแฟชั่น อยากเป็นสาวเปรี้ยว แต่สุดท้ายก็ได้แค่คิด เพราะผู้กำหนดชีวิตไม่อนุญาต
และก่อนจะเข้านอนในคืนนี้ เธอก็ขออัพเดทชีวิตเศร้าๆ ของนางซินลงไอจีซะหน่อย ซึ่งในไอจีเธอได้บล็อกน้าปานกับลูกจันทร์และพ่อเป็นที่เรียบร้อย เพื่อเหลือพื้นที่ส่วนตัวจริงๆ ให้กับตัวเอง แม้จะแค่ในโซเชียลก็ยังดีกว่าไม่มีเลย
MaLill: อดใส่ชุดสวยๆ จากร้านKhunKhwan แต่ก็ยังโชคดีที่เราหน้าสวย งื้อ...(อิโมจิร้องไห้)
เพื่อนๆ และหนุ่มๆ ที่ติดตามไอจีMaLill พอเห็นโพสก็เข้ามากดหัวใจให้รัวๆ แล้วคุณเพื่อนสนิทเพียงคนเดียวของเธอก็รีบโทรเข้ามาทันที
Rrrrrrrrr… Rrrrrrrrrr
“รีบโทรมาเลยเหรอ อยากรู้อ่ะดิ”
(ขวัญพิชชา: เล่ามาค่ะ ว่าเกิดอะไรขึ้น หรือเสื้อจากร้านขวัญมันสวยหรูไม่พอใช่มั้ย) ขวัญพิชชาแกล้งทำน้ำเสียงประชด
“เปล่า.. น้าปานน่ะสิ เค้าบอกกับพ่อว่าลิลท์จะไม่ไปงานเลี้ยงน่ะ ลิลท์ก็เลยไม่ไปไง”
(ขวัญพิชชา: แล้วลิลท์ยอมเหรอ)
“ก็ยอมดิ เพราะลิลท์ก็ไม่ได้อยากไปอยู่แล้ว อีกอย่างวันเสาร์เรามีนัดกันด้วย ถ้าวันศุกร์ลิลท์กลับดึกแล้ววันเสาร์ตื่นสายล่ะ”
(ขวัญพิชชา: งานประกวดรถคลาสสิค! ขวัญลืมไปแล้วน่ะเนี่ย)
งานประกวดรถคลาสสิคจะจัดขึ้นที่ชั้นล่างของห้างสรรพสินค้า ซึ่งร้านเสื้อของขวัญพิชชาเช่าพื้นที่อยู่ในนั้นแต่เป็นชั้นสอง เธอรู้ว่าเอมมา
ลิลท์ชอบรถคลาสสิคก็เลยลองชวนเพื่อนให้แวะมาดูงานประกวด ไม่นึกว่าเพื่อนจะอยากมาจริงๆ
“ห้ามลืมค่ะ วันเสาร์สิบเอ็ดโมงคุณขวัญต้องมีเวลาว่างให้เพื่อนนะคะ แค่นี้แหละ ง่วงแล้ว” เอมมาลิลท์กดตัดสายแล้วก็เด้งตัวขึ้นจากเตียงมาเปิดลิ้นชักโต๊ะเขียนหนังสือ ค้นหากล้องเพื่อที่จะไปถ่ายภาพรถสวยๆ ในวันเสาร์ที่จะถึงนี้
………
ห้างสรรพสินค้า
ร้านKhunKhwan
“ชุดเธอจะพร้อมไปไหนคะ” ขวัญพิชชามองเพื่อนสาวตัวขาวจั๊วที่สวมชุดเดรสสีน้ำตาลแนววินเทจยุค60 คู่รองเท้าส้นตึกหนังสีน้ำตาล พร้อมกับสะพายกล้องสีดำไว้ที่คอ ส่วนทรงผมเพื่อนเธอนั้นปล่อยยาวลอนตามธรรมชาติ ลุคนี้เอมมาลิลท์ชนะเลิศ ขวัญพิชชาที่แต่งตัวด้วยเดรสของทางร้านนั้นถึงกับราศีดรอปลงไปเลย
“จะมาเป็นนางแบบรถคลาสสิค ก็ต้องจัดเต็มสิคะ” หญิงสาวยุค60 แกล้งตอบกลับเพื่อนไปแบบเริศๆ เชิดๆ ก่อนที่ทั้งสองสาวจะลงลิฟท์มาที่ชั้นล่าง
ตรงพื้นที่ลานกว้างสำหรับจัดงานนั้นเต็มไปด้วยรถยนต์และรถมอเตอร์ไซด์คลาสสิค ซึ่งจะแยกส่วนกันซ้ายขวา เอมมาลิลท์รีบจับมือขวัญพิชชาให้มาช่วยเป็นตากล้องถ่ายภาพเธอคู่กับรถ Mini Austin1974 สีแดงสด ซึ่งเป็นรุ่นที่เธอชอบมาก
“คุณขวัญถ่ายลิลท์สวยๆ นะ”
“อย่าเข้าไปใกล้รถมากนักสิลิลท์ เดี๋ยวได้สะดุดล้มหรอก” รอบตัวรถจะมีเสาคิวไลน์กั้นเชือกเตี้ยๆ เอาไว้ ขวัญพิชชากลัวว่าเอ็มมาลิลท์อาจจะสะดุดเอาได้ แล้วก็เป็นอย่างที่คิดไว้จริงๆ เพื่อนเธอซุ่มซ่ามแค่ไหนเธอคาดเดาไว้ไม่ผิดเลย
“ว้าย!” ร่างบางล้มนั่งจุมปุ๊กกับพื้นเพราะรองเท้าส้นตึกไปเกี่ยวเข้ากับพรม เอมมาลิลท์รีบยกมือมาปิดกระโปรงเอาไว้กันโป๊ ทุกคนที่กำลังถ่ายรูปอยู่บริเวณนั้นต่างก็มองมาที่เธอ และก็มีสายตาของใครบางคนจ้องมองมาอย่างเอาเรื่องโดยที่เธอยังไม่รู้ตัว
“ลิลท์ ลุกไหวป่ะ” ขวัญพิชชาเดินเข้าไปยื่นมือจับแขนเพื่อน พยุงตัวเอ็มมาลิลท์ให้ยืนทรงตัวจนได้
“ฮือ.. ไอ้รองเท้าเนี่ย ทำเรื่องจนได้ เจ็บข้อเท้าชะมัดเลย” เธอก้มมองข้อเท้าที่ปวดแปลบเล็กน้อย แต่ยังดีที่ไม่เป็นอะไรมาก
“ทำอะไรก็ระวังหน่อยดิป้า!...”
เสียงแหบห้าวดังมาจากทางด้านหลังเธอ มันฟังดูคุ้นมากจนต้องหันไปมองว่าเจ้าของเสียงกำลังว่าให้ป้าคนไหนอยู่
“พ..พี่หน้าโหด!” ทำไมเขาถึงเดินมาทางเธอ แล้วมาจ้องเธอทำไมกันล่ะ หรือที่เรียกป้าเมื่อกี้ คือเธองั้นเหรอ ไอ้!!!