“พ..พี่หน้าโหด!” ทำไมเขาถึงเดินมาทางเธอ แล้วมาจ้องเธอทำไมกันล่ะ หรือที่เรียกป้าเมื่อกี้ คือเธองั้นเหรอ ไอ้!!!
“นี่... เธออีกแล้วเหรอ มาล้มหัวกระแทกรถฉันพัง จะมีปัญญาชดใช้ป่ะ” ร่างสูงเท้าเอวมองคนตัวเล็กสเปคใครไม่รู้ แต่ที่รู้ๆ เธอมันไม่ใช่สเปคเขา แต่งตัวอะไรของเธอวะ โคตรเชยยยย
“พี่คะ คือเพื่อนขวัญเค้า..” ขวัญพิชชาอ้าปากพูดยังไม่ทันจบ เอมมาลิลท์ก็รีบแทรกขึ้นมา
“รถพี่? นี่รถพี่เหรอ?” เอมมาลิลท์ชี้ไปที่รถคันโปรด แต่ถ้าเป็นของเขาจริงๆ เธอจะไม่โปรดปรานมันแล้ว เพราะไม่ชอบขี้หน้าเจ้าของมันน่ะสิ
“เออดิ ไปถ่ายกับคันอื่นเลยไป” เขาก้าวไปชิดตัวเธอแล้วพูดเสียงเบา ไม่อยากให้ผู้คนที่มองมาได้ยิน เดี๋ยวจะว่าเขาได้ ว่าหวงรถทั้งที่ตั้งใจเอามาโชว์ในงาน
“ถ้ารู้ว่าเป็นรถพี่ หนูก็ไม่อยากถ่ายกับมันหรอกน่า” คนตัวเล็กระดับเพียงอกเขา เงยหน้าขึ้นบอก
“เรียกใครว่ามันวะ” ดวงตาคู่คมจ้องเธออย่างไม่พอใจ
“ก็รถเก่า รถกระป๋องนี่ไงล่ะ” ชี้ไปที่รถของเขา
“รถฉันชื่อ แดงโซดา เรียกใหม่!” ร่างสูงเท้าเอวแล้วสั่งเธอ รถคลาสสิคทุกคันที่เขามีไว้ครอบครองคือสมบัติตกทอดจากรุ่นทวด รุ่นปู่ แล้วยัยหลอดไฟนี่กล้าดีมาเรียกแดงโซดาว่ารถกระป๋องได้ไงกัน
“ไอ้กระป๋อง ไอ้แก่” คนตัวเล็กพ่นคำดูถูกออกไปพร้อมรอยยิ้มหยัน ทั้งที่ในใจก็ตุ้มๆ ต่อมๆ กลัวสายตาพี่หน้าโหดอยู่เหมือนกัน
“เธอแม่ง.. เกิดมาเพื่อกวนตีนฉันเหรอวะเฮ้ย!”
“พี่เบาๆ หน่อย ขวัญขอโทษแทนเพื่อนละกันนะ //ลิลท์ไปถ่ายคันอื่นกันเถอะ” ขวัญพิชชารีบลากแขนเพื่อนจอมป่วนให้เดินออกจากจุดนั้น ก่อนที่พี่สุดหล่อเขาจะเอาเรื่อง
“เฮ้ย! อย่าพึ่งไปดิ มาเรียกชื่อรถฉันให้ดีๆ ก่อนดิวะ” พอตะโกนเสียงดังเสร็จ ร่างสูงก็พลันเห็นสายตาชาวประชาที่มองมา มนต์เสกจึงรีบเดินถอยหลบเข้าไปในลิฟท์ เพื่อไปหาเพื่อนสนิทที่รอเขาอยู่ที่ร้านอาหารญี่ปุ่นบนชั้นสี่
เขาเดินหน้าบึ้งเข้าไปนั่งที่โต๊ะ ซึ่งเพื่อนได้สั่งอาหารไว้รออยู่แล้ว แต่เขาตั้งใจจะมากินข้าวหน้าปลาไหลแล้วทำไมไอ้เฮียชาร์ลมันสั่งแต่ของที่มันชอบวะ สายตาคมมองอาหารหลายจานบนโต๊ะแล้วก็ยิ่งอารมณ์บูดเข้าไปใหญ่
“เป็นห่าอะไรอีกครับท่าน ทำหน้ายังกะปวดขี้” ชายหนุ่มตัวเล็กพยักหน้าถามเพื่อนที่นั่งฝั่งตรงกันข้าม
“โมโหเด็ก” มือใหญ่กำแน่นจนเส้นเลือดปูดเมื่อนึกถึงยัยเด็กที่เจอกันทีไรก็มีแต่เรื่อง
“มึงมีเด็กแล้วเหรอวะ ใครวะ เรียนคณะไหน หรือคืนดีกับบีบีแล้ว” เฮียชาร์ลถามถึงแฟนเก่าของมนต์เสกที่ชื่อบีบี เธอเป็นดาวคณะเศรษฐศาสตร์ ที่ยังคงตื้อขอคืนดีกับมนต์เสกอยู่จนถึงทุกวันนี้ แม้จะเลิกกันไปเป็นปีๆ แล้วก็ตาม
“คืนดีพ่อง!” คนอย่างมนต์เสกไม่มีวันที่จะกลับไปกินของที่ทิ้งลงถังขยะไปแล้วหรอก
“เอ้า.. ก็มึงบอกโมโหเด็ก เด็กน้อยเหรอ”
“เด็กกวนตีน เจอทีไรกวนตีนกูทุกที”
“แล้วมึงปล่อยมันได้ไงวะ ไม่ต่อยหน้าแม่ง”
“ถ้าไม่ใช่ผู้หญิงกูต่อยปากแตกไปแล้ว”
“อ้าว.. ไอ้เสก ผู้หญิงเหรอวะ งั้นก็ปล่อยน้องเค้าไปเถอะ แต่ถ้าสวยก็อย่าปล่อยนะ กูขอ กูจะจัดการเอง” เฮียชาร์ลพูดขำๆ แล้วหัวเราะโชว์ฟันทองฝังเพชรที่เขี้ยวซ้าย แต่ไอ้เสกมันไม่ขำด้วย หัวคิ้วมันยังขมวดไม่คลายเลย
“สวยแต่ปากเสีย เจออีกทีกูจะตบด้วยปากเลยคอยดูดิ” ไม่ได้พิศวาสนะ แต่ไอ้เสกก็แค่หมั่นไส้
“เค้าด่ามึงเหรอ ก็.. สมควรนะ” ผู้ชายตัวเล็กหัวเราะในลำคออย่างรู้ทัน ถ้าไอ้เสกไม่ไปกวนตีนผู้หญิงก่อน มันจะโดนด่าได้ไง
“ไม่ได้ด่ากู แต่ด่าแดงโซดาว่าไอ้กระป๋อง ไอ้แก่ แม่ง.. เจ็บใจฉิบ!!”
“น้องเค้าก็เหมือนจะด่ามึงอยู่นะ เออ เดี๋ยวไอ้เปอร์กับเอวาจะแวะมารับกู กูจะกลับกับมันก่อนนะ”
“เอ้า! กูพึ่งจะมานั่งแดกเอง มึงจะกลับละ”
“กูมีนัดทำรายงานครับ ไว้คืนนี้เจอกันที่ผับแล้วกัน” ชายตัวเล็กไม่วางเงินไว้ แถมยังหยิบข้าวปั้นหน้าปลาดิบยัดใส่ปากอีกหนึ่งชิ้นก่อนจะลุกจากโต๊ะแล้วเดินออกร้านไปอย่างอารมณ์ดี
มนต์เสกนั่งกินข้าวหน้าปลาไหลที่พนักงานพึ่งจะนำมาวางบนโต๊ะ พลันได้ยินเสียงคุ้นหูที่ใกล้เข้ามาทุกที แล้วเธอก็มานั่งอยู่โต๊ะด้านหลังเขานี่เอง สงสัยเห็นแค่แผ่นหลังเขา ก็เลยจำโจทย์ไม่ได้ล่ะสิท่า หรือจริงๆ แล้วตั้งใจจะมากวนตีนเขาอีก
“รูปสวยๆ ทั้งนั้นเลยอ่า” เอ็มมาลิลท์เปิดกล้องเลื่อนดูรูปถ่ายด้วยใบหน้าตื่นเต้นกับรถแต่ละคันที่เธอถ่ายคู่ด้วย
“แล้วข้อเท้าหายเจ็บรึยัง”
“หายแล้ว คุณขวัญสั่งเลยนะ ลิลท์เลี้ยงเอง เพื่อเป็นการขอบคุณรูปสวยๆ ที่คุณขวัญถ่ายให้ เพื่อนลิลท์น่ารักที่ซู้ดดดเลย คริคริ” ในขณะที่เธอยิ้มร่า กลับไม่รู้ว่าร่างสูงที่นั่งหันหลังชนกันโดยมีเบาะกั้นนั้นกำลังเบ้ปากให้เสียงหัวเราะของเธอ
“มีลูกค้าวีไอพี มาที่ร้านน่ะ ลิลท์กินไปก่อนนะ เดี๋ยวขวัญมา” ขวัญพิชชาอ่านแชทจากหน้าจอโทรศัพท์แล้วเก็บมันใส่กระเป๋า เพื่อนคุณนายขนิษฐษา แม่ของเธอเป็นพวกคุณหญิงคุณนายเมียนายพล ขวัญพิชชาจึงต้องรีบไปต้อนรับลูกค้ากระเป๋าหนักด้วยตัวเองตามคำสั่งของแม่เธอ
“ได้ๆ คุณขวัญรีบไปเถอะเดี๋ยวลูกค้ารอนาน” เธอโบกมือให้ขวัญพิชชาแล้วก็สั่งอาหารกับพนักงานที่เดินเข้ามาพอดี
“ข้าวหน้าปลาไหล มิโซะซุป ชาเขียวเย็นค่ะ”
เด็กบ้า แดกเหมือนกูอีก!! มีใครบางคนแอบคิดในใจ
พนักงานรับออเดอร์แล้วเดินจากไป เธอก็หยิบกล้องขึ้นมาดูรูปต่อ คิ้วบางขมวดเข้าหากันอย่างรำคาญใจเมื่อได้ยินเสียงโทรศัพท์สั่น ครืด.. ครืด.. มาจากทางโต๊ะด้านหลัง
Rrrrrrrrrr… Rrrrrrrrrr
“ครับ” เขากดรับเบอร์ไม่คุ้น แต่คิดว่าอาจจะเป็นเบอร์ลูกค้าของพ่อที่ชอบโทรผิดมาที่เบอร์เขา เพราะเบอร์เขากับเบอร์พ่อนั้นต่างกันแค่เลขตัวท้ายตัวเดียว
(บีบี: บีบีอยากทานข้าวหน้าปลาไหลจังเลย เข้าไปนั่งทานด้วยได้มั้ย) แฟนเก่าส่งเสียงหวานอย่างออดอ้อน
“นี่เอาเบอร์ใครโทรมาวะ จะต้องให้บล็อกอีกกี่เบอร์ ฮึ!! แล้วเธอไม่ได้ชอบแดกปลาไหลเว้ย แต่เธอเกลียดปลาไหล” เขาหลุดเสียงดังอย่างลืมตัวว่าอยู่ในร้านอาหาร บีบีแอบตามเขามาอีกแล้ว เธอคงจำได้ ว่าเขาเอาแดงโซดามาประกวดที่ห้างนี้ทุกปี
เขาเบื่อจะหลบหน้าเธอเต็มทนจึงกดวางสายไปแล้วกระแทกโทรศัพท์ลงกับโต๊ะ ชายหนุ่มรีบจ้วงข้าวหน้าปลาไหลเข้าปาก ตามด้วยซดซุปมิโซะ เอาสิวะ! ถ้าบีบีกล้ามานั่งด้วย เขาก็จะสั่งข้าวหน้าปลาไหลให้เธอกินสักสามถ้วย แก้เผ็ดที่ชอบตามกันดีนัก
เอ็มมาลิลท์นั่งตัวแข็งทื่อในตอนที่พนักงานเอาอาหารมาเสิร์ฟ เธอจำเสียงเขาได้ ถ้ารู้ว่าเป็นเขาที่นั่งหันหลังชนกับเธอ เธอจะไม่เหยียบเข้ามาในร้านนี้เลย
ให้ตายเถอะ! เธอกินไม่ลงแล้วเพราะถ้าเขาเห็นหน้าเธอเขาต้องเข้ามาหาเรื่องเธอแน่ๆ ก็เธอด่าไอ้แดงโซดาของเขาไว้นี่ แล้วดูพูดกับแฟนเขาสิ ผู้ชายอะไรหยาบคายที่สุด
เอ็มมาลิลท์นำกล้องเก็บในกระเป๋าสะพายแล้วหยิบบิลลุกจากโต๊ะเพื่อไปเช็คบิลที่โต๊ะแคชเชียร์ โดยมีร่างสูงที่นั่งอีกโต๊ะเดินตามหลังเธอมาติดๆ หวังว่าคงจะไม่เป็นเขาหรอกนะ
เธอจ่ายเงินเสร็จก็ไม่แม้แต่จะหันมองคนด้านหลัง คงไม่ใช่เขาจริงๆ นั่นแหละ เพราะถ้าเป็นเขาก็คงจะหาเรื่องเธอไปแล้ว
เธอเดินใช้สายตากวาดมองหาร้านอาหารญี่ปุ่นในชั้นนั้น กะว่ายังไงวันนี้ก็จะต้องกินข้าวหน้าปลาไหลให้ได้เลย แต่ก็บังเอิญปวดฉี่เอาซะก่อน ขาเรียวเล็กจึงเดินเลี้ยวไปทางห้องน้ำ
“เสก! เสกคะ! รอบีบีด้วย”
เสียงผู้หญิงคนหนึ่งตะโกนเรียกชื่อผู้ชายอยู่ทางด้านหลัง น้ำเสียงเธอดูน่าสงสารจนเอมมาลิลท์ต้องหันกลับไปมอง แล้วเธอก็ต้องร้องกรี๊ดเพราะเกือบจะชนเข้ากับร่างสูงใหญ่ของไอ้พี่หน้าโหด
“ว..ว้าย!!” เอมมาลิลท์รีบยกมือป้องตัวเอง แต่แล้วตัวเธอกลับถลาเข้าไปหาเขา เพราะรองเท้าส้นตึกเจ้ากรรมมันดันพลิกจนทำเธอทรงตัวไม่อยู่
เขาเองก็คงตกใจที่เห็นเธอจะล้มลงจึงรีบรวบตัวเธอไว้ ที่แผงอกจึงถูกใบหน้าจิ้มลิ้มทิ่มแทงเข้าอย่างจัง
“เธอ!!” กำลังจะถามว่าเธอเจ็บไหมที่หน้าทิ่มกับแผงอกเขา แต่เสียงของแฟนเก่าก็ทำเขาแสบแก้วหูจนต้องหันกลับไปมอง
“เสก!!” บีบีรีบเดินเข้ามามองภาพบาดตา เห็นแฟนเก่าที่เธอยังตัดใจจากเขาไม่ได้ กำลังยืนกอดกับสาวสวยที่ดูแล้วน่าจะอายุน้อยกว่าเธอ มองแล้วก็อยากจะตบหล่อนให้หน้าแหก
“พี่.. ป..ปล่อย” เอมมาลิลท์ตกใจที่เขากอดเธอทั้งยังมองเธอตาไม่กะพริบ ไม่ได้อึ้งในความสวยของเธออย่างแน่นอน แต่แววตาแบบนี้มันเหมือนเขากำลังคิดอะไรอยู่ แล้วแฟนเขาจะเข้าใจผิดจนตบเธอมั้ยนะ มือบางรีบดันตัวเขาออกแต่เขากลับกอดเธอแน่นกว่าเดิม นี่เขาคิดจะทำอะไรกันแน่
“ปล่อยทำไมเล่า ไม่ต้องอายหรอกน่า แล้วจะมาเข้าห้องน้ำทำไมไม่บอก รู้มั้ยว่าพี่เป็นห่วง พี่ห่วงหนูมากนะครับ” เมื่อครู่ตอนรอคิวเช็คบิล แค่เห็นหลังเธอเขาก็จำได้แล้ว และก็ตั้งใจว่าจะแอบตามมาแกล้งเธอ แต่เธอดันเดินเลี้ยวมาทางห้องน้ำ เขาก็กะจะไม่ตามต่อแล้ว แต่บีบีดันวิ่งตามเขามาพอดี
วันนี้ยัยหลอดไฟได้ชดใช้ให้เขาแล้วล่ะ