ตอนที่5 จูบหนูทำไม

1570 Words
วันนี้ยัยหลอดไฟได้ชดใช้ให้เขาแล้วล่ะ “ครับ???” บีบีถึงกับตะลึงที่ได้ยินคำนี้จากปากมนต์เสก ตอนที่คบกันเขาไม่เคยพูดคำเพราะๆ กับเธอเลย ไม่เคยด่าทอแต่ก็ไม่เคยมีคำหวานๆ และก็ไม่เคยนอกใจ และที่เขาดีที่สุดเลยก็คือเปย์เก่ง เยเก่ง แต่เธอเองที่หลายใจแอบไปคุยกับหนุ่มวิศวะต่างสถานบัน จนมนต์เสกจับได้แล้วเขาก็ทิ้งเธออย่างไม่ใยดี และไม่แสดงอาการเจ็บปวดใจใดใดให้ได้เห็นเลย “เออ ลืมแนะนำ นี่แฟนเสก ชื่อน้อง..” เขามองหน้ายัยตัวเล็กแล้วก็คิดชื่อเธอไม่ออก ก็เคยได้ยินเพื่อนเธอเรียกอยู่นะ แต่ตอนนี้ดันนึกไม่ออกซะงั้น “หนู? แฟนพี่เหรอ พูดบ้าไรเนี่ย” เธอคงต้องโดนแฟนไอ้พี่หน้าโหดตบจริงๆ ล่ะวันนี้ ดูหล่อนมองเธอสิ สายตาน่ากลัวสุดๆ เลย “อย่างอนพี่ได้มั้ยครับหนู หายโกรธพี่ได้แล้ว” เขาแอบหยิกแผ่นหลังบาง ส่งสัญญานว่าให้ช่วยโกหกหน่อย แต่เธอเหมือนจะไม่อยากให้ความร่วมมือเอาเสียเลย “พี่ปล่อยหนูนะ ไม่งั้นหนูเรียก รปภ. นะ ปล่อยสิ!” เอมมาลิลท์พยายามดิ้นตัวอย่างที่สุด เรื่องอะไรเธอจะต้องมารับบทเป็นแฟนคนที่เธอเกลียดขี้หน้าด้วยล่ะ “นี่! เธอไม่ได้เป็นแฟนมนต์เสกใช่มั้ย” บีบีกอดอกถามอย่างรู้ทัน มนต์เสกพยายามหนีเธอมาโดยตลอด แต่ที่เธอรู้ เขาเองก็ไม่ได้คบใครเลยตั้งแต่เลิกกับเธอ แต่ก็ไม่เข้าใจว่าทำไมถึงไม่ยอมให้อภัยเธอสักที “ค่ะ หนูไม่รู้จักเค้า ปล่อยหนูเลย เหม็นบุหรี่” ก็พึ่งจะรู้จักชื่อก็วันนี้แหละ คนอะไรชื่อมนต์เสก ชื่อโคตรเชย สูบบุหรี่จนกลิ่นติดเสื้อแบบนี้แล้วยังกล้ามากอดเธออีก “ไม่รู้จักบ้าไรล่ะ เมื่อคืนเรายังนอนเอากันอยู่เลย หนูเลิกงอนดิ๊ เดี๋ยวพี่จะพาไปขับรถเล่นแล้วให้เงินชอปอีกสองแสน เลิกงอนนะครับ” ข้อนิ้วสากๆ ไล้ที่ปลายคางคนตัวเล็กอย่างเอ็นดู เขาแสดงไม่เก่ง สีหน้าและแววตาแข็งทื่อคงไม่ทำให้บีบีจับได้หรอกนะ เพราะคนอย่างมนต์เสกตั้งแต่คบผู้หญิงมา ก็ยังไม่เคยง้อใครเลย “พี่เป็นบ้าเหรอ มาตู่ว่าหนูเป็นแฟนน่ะ” เธอดันอกเขาให้ออกห่างอย่างหงุดหงิดและรำคาญ คนขี้ตู่นี่แสดงไม่เก่งเอาเสียเลย แฟนเขาคงจะเชื่อหรอก พอบีบีเห็นแบบนั้นก็ยิ้มกริ่มที่มนต์เสกแสดงได้ไม่เนียนเอาเสียเลย เขาเคยง้อเธอแบบนี้ซะที่ไหนกัน บีบียิ้มบางๆ อย่างรู้ทันแล้วพูดอย่างใจเย็น “เสกคะ เลิกแกล้งน้องเค้าเถอะค่ะ น้องเค้ากลัวแล้วเห็นมั้ย” “ฉันไม่ได้แกล้ง น้องเค้าเป็นเมียฉันจริงๆ เว้ย ไม่เชื่อใช่ป่ะ ไม่เชื่อก็ดูซะ” มือหนาจับกรอบหน้าของหญิงสาวในอ้อมกอดให้เงยหน้าขึ้นรับจูบอย่างไม่อายต่อสายตาผู้คนที่เดินผ่านไปมาตรงบริเวณทางเข้าห้องน้ำ แต่เขาเพียงแค่แตะริมฝีปากเธอเท่านั้น ไม่ได้ดูดดื่มแลกลิ้นแต่อย่างใด “อื้อ~~” มือบางกำแน่น ตีที่อกเขาดังปึก! ปึก! เอ็มมาลิลท์ดิ้นตัวแต่วงแขนแกร่งที่รวบเอวเธอไว้นั้นมันแน่นเสียยิ่งกว่าอะไร มือที่ล็อคใบหน้าเธอไว้ก็ไม่ต่างกันเลย เธอมึนหัวตายลายไปหมดแล้ว นี่มันเกิดอะไรขึ้นกับชีวิตเธอ ไอ้พี่หน้าโหดแกล้งเธอแรงไปแล้ว “พอ! พอแล้วเสก! ไม่ต้องทำขนาดนี้ เพราะยังไง บีบีก็จะไม่เลิกรักเสก” บีบีสะบัดหน้ากระแทกรองเท้าส้นสูงเดินจากไปด้วยความโมโห มนต์เสกจึงยอมถอนจูบจากคนตัวเล็กที่ยังคงดิ้นตัวอยู่ เธอรีบผลักเขาออกห่างในทันทีที่ได้เป็นอิสระ “ไอ้บ้า มาจูบหนูทำไม” ใจเธอสั่นระรัว รีบยกหลังมือเช็ดปากจนเจ็บ ฉี่แทบจะราดอยู่แล้ว แต่ไอ้พี่หน้าโหดกลับมาหัวเราะใส่หน้าเธอเสียอย่างนั้น “ค่าถ่ายรูป” เขาตอบอย่างอารมณ์ดีพร้อมกับหัวเราะขบขันในลำคอ “อะไรนะ? ค่าถ่ายรูป” ไอ้พี่บ้านี่น่าตบชะมัด ถ้าตัวเท่ากันละก็นะ เธอจะตบให้คว่ำเลย “เออดิ ค่าถ่ายรูปกับแดงโซดาไง แต่ยังไงก็ขอบใจนะที่ช่วยไล่ยัยนั่นไปได้น่ะ” เขายักคิ้วแล้วหันหลังให้เธอ เดินยิ้มอารมณ์ดีจากไปอย่างหน้าตาเฉย ทิ้งให้เธอยืนหน้าชาอายผู้คน จนได้สติจึงรีบวิ่งหลบเข้าไปในห้องน้ำ เอมมาลิลท์หยิบกระจกทรงกลมจากกระเป๋ามาส่องดูปากตัวเองที่บวมเจ่อเล็กน้อย ซึ่งมันเกิดจากการที่เธอขัดขืนเขานั่นแหละ อันที่จริงเขาก็ไม่ได้บดจูบเธอรุนแรงขนาดนั้นหรอก เขาคงจะแค่อยากจูบโชว์แฟนเก่าให้หล่อนตัดใจเท่านั้นเอง แต่ยังไงก็ไม่ควรมาทำกับเธอแบบนี้สิ คอยดูเถอะ ถ้าเจอกันอีกทีเธอจะเอาคืนให้สาสมเลย เรื่องที่เกิดขึ้นวันนี้ เธอไม่ได้เล่าให้ขวัญพิชชาฟัง เพราะอายเกินกว่าจะกล้าพูดออกไปว่าเธอได้เสียจูบแรกให้ไอ้พี่หน้าโหดไปแล้ว ......... มหาวิทยาลัยH “ลิลท์ ตอนพักกลางวันไปมหาลัยK กับขวัญมั้ย” “มหาลัยK คุณขวัญจะไปหาใคร อย่าบอกนะว่าจะไปหาแฟน?” เธอแกล้งแซวขวัญพิชชา “เชอะ! มีก็ดีสิคะคุณเพื่อน” ในชีวิตของลูกสาวนายทหารยศใหญ่นั้นวันๆ มีแต่เรื่องเงินกับเรื่องงานเท่านั้นแหละ ขวัญพิชชาก็ต้องอยู่ในโอวาสของพ่อแม่ไม่ต่างจากเอมมาลิลท์นักหรอก “แล้วจะไปหาใคร” “เอาชุดไปให้รุ่นพี่ที่คณะบริหารน่ะ สนใจไปส่องหนุ่มๆ ป่ะล่ะ” “มาพูดแบบนี้ ลิลท์ก็ปฏิเสธไม่ได้อ่ะดิ” มหาวิทยาลัยK สองสาวเดินมาถึงหน้าตึกบริหารซึ่งอยู่ด้านหน้าทางเข้าคณะวิศวกรรมศาสตร์ “ที่นี่หนุ่มๆ เยอะจัง” เอมมาลิลท์พูดขึ้น สายตามองไปยังหนุ่มๆ คณะวิศวะที่เดินผ่านไปมา และแน่นอนว่าพวกเขาก็มองมาทางเธออย่างให้ความสนใจ เอมมาลิลท์กระดากอายรีบหลบสายตาหลายคู่แล้วหันมาคุยกับขวัญพิชชา “พี่เอิงเค้ารออยู่ชั้นสามน่ะ” “คุณขวัญไปเถอะ ลิลท์จะนั่งรอในคาเฟ่แล้วกัน” “โอเค ขอเวลายี่สิบนาทีนะ” ขวัญพิชชาเดินเข้าไปในตัวตึกบริหาร ส่วนเอ็มมาลิลท์เดินเข้าไปในร้านคาเฟ่ใต้ตึก สั่งชาพีชกับเค้กส้มมานั่งกิน สายตามองผ่านกระจกใสออกไปที่ตึกคณะวิศวะเป็นระยะๆ กระทั่งได้เห็นคนหน้าคุ้น “นั่นมัน” ไอ้พี่หน้าโหดเดินคู่มากับแฟน ถ้าจะคืนดีกันเร็วขนาดนี้แล้ววันนั้นเขาจะมาจูบเธอทำไม เอ็มมาลิลท์ค่อนขอดในใจเพราะเสียจูบแรกให้เขาโดยไม่เต็มใจ แล้วสองคนนั้นก็เดินมาใกล้ร้านคาเฟ่เข้ามาทุกที เธอจึงได้เห็นใบหน้าเครียดขรึมของฝ่ายชายได้อย่างชัดเจน เดินหนีแฟนหรอกเหรอ ยังไม่คืนดีกันสินะ ทำตัวเป็นพระเอกอินเดียเลยเชียว เดิน วิ่ง ตามกันอยู่ได้ ก็ไม่ได้จะหล่อขนาดนั้นป่ะ ก็แค่.. หุ่นดี มาดเซอร์แต่ใส่แบรนด์เนม จมูกโด่ง ตาคม ริมฝีปาก?? ปากเสีย ปากร้าย เป็นผู้ชายที่ไม่น่าคบ ยัยบ้านั่นก็เดินตามง้ออยู่ได้ เมื่อเห็นว่าสองคนนั้นเดินมาใกล้พอที่จะเห็นว่าเธอนั่งอยู่ในร้าน เอ็มมาลิลท์จึงหมุนตัวหันหลังให้ รอให้เขาสองคนเดินผ่านไป เธอจึงได้หันหน้ากลับมามองแผ่นหลังกว้าง เขากำลังไปขึ้นคร่อมที่รถเวสป้าสีฟ้ารุ่นเก่า ผู้ชายคนนี้คงเป็นนักสะสมรถโบราณ เขามีความชอบเหมือนเธอ แต่เธอไม่มีสิทธิ์ได้สะสมหรือทำตามใจตัวเองเหมือนอย่างเขา เพราะทุกการกระทำของเธอต้องอยู่ในสายตาของพ่อเท่านั้น ไอ้พี่หน้าโหดมีเรื่องให้เธออิจฉาข้อนี้ข้อเดียว นอกนั้นเขาก็แทบจะไม่มีดีในสายตาเธอ “ลิลท์ รอนานมั้ย” ขวัญพิชชาเดินเข้ามายืนข้างๆ มองไปตามสายตาของเพื่อนที่เหมือนเอมมาลิลท์จะมองใครบางคนอยู่ “ม..ไม่นานหรอก” “แล้วนั่งมองใครอยู่ ได้ผู้ชายป่ะล่ะ” “ได้นั่งดูหนังอินเดียน่ะสิ” เธอตอบกลับยิ้มๆ ให้กับขวัญพิชชาที่ทำสีหน้าไม่เข้าใจ “เรารีบกลับกันเถอะ” ขวัญพิชชาเอ่ยขึ้น พวกเธอต้องรีบกลับเพราะมีสอบเก็บคะแนนคาบบ่าย แล้วอีกสองอาทิตย์ก็จะเป็นการสอบปลายภาค ต่อจากนั้นก็จะปิดเทอม และเพื่อหลีกเลี่ยงการทะเลาะกับแม่เลี้ยง เอ็มมาลิลท์จึงตั้งใจว่าเธออาจจะต้องลงเรียนซัมเมอร์
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD