บทที่ 1 สู่ยุคกาลบุหลัน

1514 Words
แค่ก.. แค่ก.. มาสกระอักน้ำออกมา เปลือกตาค่อยๆ เปิดขึ้น ภายใต้การมองเห็นที่พร่ามัว ปรากฏเงาของชายหนุ่มปริศนา แม้จะมองเห็นใบหน้าของเขาไม่ชัด แต่พอจะเห็นรูปปากเรียวเผยยิ้มออกมา ‘ไม่รู้ด้วยเหตุผลอะไรถึงได้รู้สึกคุ้นเคย’ “โล่งอกไปทีน้องสาว โชคดีที่ช่วยไว้ได้ทัน” เสียงเข้มแฝงความอบอุ่นดังแทรกขึ้นมา ในขณะที่มาสกำลังพยายามรวบรวมแรงเพื่อที่จะกล่าวขอบคุณ เสียงเอะอะก็ดังใกล้เข้ามา ชายหนุ่มปริศนาลุกขึ้นและเดินออกไปอย่างรวดเร็ว “ว้ายยย นั่นคุณหนู คุณหนูอยู่ตรงนั้น เร็วๆ คุณหนูตกน้ำ!” มาสเห็นภาพคนหลายคนกำลังวิ่งวุ่นวาย มีคนมาดึงวัตถุบางอย่างออกไปจากอ้อมกอดของมาส ลักษณะคล้ายกับกรอบรูป พลันเปลือกตาบางก็ปิดลง ก่อนสลบไปในที่สุด ไม่นานหลังจากนั้นมาสตื่นขึ้นมาบนเตียงหลังใหญ่ สายตากวาดสำรวจรอบห้อง คิ้วขมวดชนเข้าหากันด้วยความงุนงง “ที่นี่ที่ไหนกัน” สีของห้องคุมโทนเป็นสีเบจ การตกแต่งออกไปทางโมเดิร์นคลาสสิค แม้จะดูเรียบแต่ก็หรูหราในขณะเดียวกัน ประกอบกับแสงไฟนุ่มนวลทำให้รู้สึกผ่อนคลาย ในขณะที่มาสกำลังสับสน พลันปรากฏร่างของหญิงชราคนหนึ่งเดินเข้ามาด้วยท่าทางดูดีใจที่ได้เห็นมาสฟื้นขึ้นมาในที่สุด หญิงชรารีบเดินเข้ามานั่งลงบนเตียงใกล้กับมาส ยื่นมือเหี่ยวย่นลูบไล้ไรผมของมาสอย่างอ่อนโยน “คุณหนู นมดีใจจังค่ะที่คุณหนูไม่เป็นอะไร” “คุณหนู? นม? ที่นี่ที่ไหน มาสขอโทษนะคะ แต่ว่าคุณยายเป็นใครกันคะ” “โธ่ คุณทิวาอย่าล้อคนแก่เล่นแบบนี้นะคะ” “ทิวา?” “ใช่ค่ะ คุณหนูทิวาของนม” หญิงชราพูดด้วยเสียงอบอุ่น พลางลูบไล้แก้มบางของมาสแผ่วเบา “มาสชื่อ มาสค่ะ ไม่ได้ชื่อทิวา” “ไม่เอาน่า นมไม่เล่นแล้ว” มาสมองใบหน้าหญิงชราที่ดูไม่มีพิษภัย ก่อนค่อยๆ ประคองตัวเองลุกขึ้น เดินสำรวจทั่วบริเวณห้องขนาดใหญ่ หยุดยืนมองออกไปนอกหน้าต่าง มาสตะลึงกับภาพที่เห็น สถานที่แห่งนี้ใหญ่ราวกับวัง ด้านล่างมีคนแต่งตัวเหมือนกันในเสื้อเชิ้ตสีขาวและกางเกงดำ คาดว่าคงเป็นคนงานที่นี่ กำลังพากันเดินขวักไขว่ไปมาช่างดูวุ่นวาย “ที่นี่โรงพยาบาลหรอคะ คนถึงได้เยอะขนาดนี้” “ที่นี่คือบ้านของคุณหนูไงคะ” “บ้าน?” มาสรีบเดินไปที่กระจกบางใหญ่ก่อนมองภาพสะท้อนตัวเองในกระจก สองมือยกขึ้นสัมผัสใบหน้า โดยเฉพาะแก้มบางที่บัดนี้ไม่ร่องรอยของปานแดงที่แก้มอีกแล้ว ใบหน้าที่ไร้ปานแดง ช่างเป็นใบหน้าที่สวยเหนือจินตนาการที่มาสเคยเห็นคิดเอาไว้มาก “มาสหลับไปกี่วันกัน หลับไปนานจนหมอผ่าตัดลบรอยปานไปด้วยเลยหรอ” มาสบ่นพึมพำ “ลบรอยปาน? คุณหนูพูดถึงอะไร นมไม่เข้าใจ” “รอยปานบนหน้าของมาสไงคะ นี่ ตรงนี้” นิ้วเรียวชี้ลงบนแก้มตัวเองทันที “คุณยายรู้ไหมคะ เมื่อก่อนมาสมีปานบนแก้มตรงนี้ มาสถูกเพื่อนล้อตลอดเลยว่า เป็นขวานฟ้าหน้าดำ” พลางส่งยิ้ม “คุณหนูไม่เคยมีปานบนแก้ม” “มีสิคะ” “ไม่มีหรอกค่ะ นมเลี้ยงคุณหนูมาเองกับมือ อีกอย่างการลบรอยปานที่คุณหนูพูดถึง เขตแดนเราทำไม่ได้หรอกค่ะ คุณหนูต้องไปที่แดนเหนือ แต่จะมีใครกล้าไปแดนเหนือบ้าง คุ้มนิลบุหลันมีอำนาจเทียมจันทร์” หญิงชราพูด พลางส่ายหัวไปมา “แดนเหนือ? คุ้มนิลบุหลัน? ที่นี่ที่ไหนคะ?” มาสเริ่มงุนงง เมื่อหญิงชราตรงหน้าพูดสิ่งที่เข้าใจยากมากขึ้นไปทุกที “ที่นี่แดนใต้ เราอยู่ในบ้านของคุณหนู ตระกูลสุรีย์วรรณไงคะ” “ตระกูลสุรีย์วรรณ?” มาสยกมือขึ้นเกาหัว พลางคิดในใจ ‘สุรีย์วรรณอะไรวะ ฉันตกน้ำแล้วก็ฟื้นขึ้นมาอยู่ในบ้านหลังใหญ่’ “ทะลุมิติ! ย้อนอดีต? ไม่สิ ที่นี่ดูไม่ต่างไปจากยุคปัจจุบันเลย หนำซ้ำภาษาก็ปกติด้วย” มาสบ่นพึมพำ ก่อนหันไปถามหญิงชรา “งั้นปีนี้ พ.ศ. อะไรคะ” “พ.ศ. คืออะไรคะ?” “แบบว่า หมายถึงที่นี่ปีไหนแล้วคะ” “ยุคกาลบุหลันค่ะ ไม่มีการนับปีจนกว่าจะสิ้นยุคค่ะคุณหนู” “หรือว่านี่คือโลกหลังความตาย งั้นคุณยายก็เป็นยมทูตที่มารับตัวมาสหรอคะ” มาสตื่นตะหนกทันที “โธ่ แม่คุณ เลิกแกล้งนมแล้วค่ะ อีกอย่างคุณหนูชื่อทิวาค่ะ เมื่อไรจะหยุดเรียกแทนตัวเองว่ามาสสักทีคนดีของนม” “เอ่อ คือ มาส เอ่อ.. ทะทิวามาอยู่ที่นี่ได้อย่างไงคะ” มาสเริ่มตื่นกลัว พยายามคุมสติให้ใหลไปตามน้ำ “คุณหนูตกน้ำ พวกคนงานพากันไปช่วยกลับมา เพื่อรูปใบเดียว คุณหนูยอมกระโดดน้ำลงไปเอาทั้งที่ว่ายน้ำไม่เป็นเลยหรอ มันสำคัญมากหรอคะ นมไม่เข้าใจจริงๆ” “รูป? ใช่รูปที่กรอบแกะสลักลวดลาย ภายในเป็นรูปวาดดวงจันทร์ดวงใหญ่เหนือเรือนไม้ไหมคะ” “ใช่ค่ะ” มาสรีบเดินกลับมานั่งลงบนเตียงข้างหญิงชรา ส่งสายตาอ้อน พร้อมด้วยเสียงออดอ้อนหวาดหยด “ถ้างั้นทิวาขอดูรูปหน่อยได้ไหมคะ เอ่อ คือ นมยังเก็บไว้หรือเปล่า” หญิงชราพยักหน้ารับ ก่อนลุกเดินออกไปด้านนอกห้อง หายเงียบไปสักพักใหญ่ มาสรออย่างใจจดใจจ่อ อีกเพียงชั่วครู่ก่อนที่หญิงชราจะกลับมาพร้อมกับรูปวาด มาสรีบรับมามองอย่างพิจารณา สายตาเลื่อนขยับเห็นตัวอักษรที่มุมล่างด้านขวา “กาลบุหลัน ที่มุมของรูปเขียนไว้ว่ากาลบุหลันจริงๆ ถ้านี่คือยุคกาลบุหลัน หรือว่ามาสถูกดึงเข้ามาในโลกของรูปวาดหรอ... บ้าหน่า เพ้อเจ้อ!” มือน้อยยกขึ้นตบหัวตัวเอง ความสับสนปะทุมากขึ้น ไม่ทันที่มาสจะได้คิดทบทวนหาคำตอบเกี่ยวกับปริศนาของรูปวาดและตัวอักษรกาลบุหลันที่บังเอิญเขียนไว้ในรูปภาพมีชื่อเดียวกับยุคที่หญิงชราเอ่ยถึง หญิงชราก็ยื่นแหวนโบราณทองแดงออกมาตรงหน้าของมาส “คุณหนูกำมันไว้แน่น แหวนนี่เป็นของคุณหนูหรอคะ นมไม่เคยเห็นเลย” มาสรีบรับแหวนโบราณมาดูสลับกับรูป ความคิดสับสนวุ่นวาย ที่นี่คือความฝัน หรือแค่โลกหลังความตายกันแน่ ในขณะที่เกิดความสับสนอย่างมากในใจ พลันเสียงหวานคุ้นหูก็ดังขึ้นมา ทำให้หัวใจมาสเต้นสั่นระรัว “ทิวาลูก” มาสรีบหันกลับไปมอง ก่อนยิ้มกว้าง ลุกขึ้นวิ่งพร้อมกระโดดเข้ากอดเจ้าของเสียงแน่นในทันที “แม่ แม่จริงๆ ด้วย” น้ำตาไหลพราก “ร้องไห้ทำไมลูกคนนี้” วิภากอดตอบลูกสาว พลางยกมือลูบศีรษะน้อยแผ่วเบา คล้ายกับการปลอบประโลม “ถ้างั้นมาสก็ตายแล้วจริงๆ ถึงได้มาเจอแม่ แม่รอมาสนานไหมคะ” มาสเงยหน้ามองใบหน้าของแม่ที่ไม่ได้เห็นมานานถึงสามปี น้ำตาไหลอาบแก้มปะปนกับรอยยิ้ม วิภายิ้มตอบ ก่อนยกมือขึ้นมาที่แก้มบางของลูกสาว สองนิ้วบีบลงแผ่วเบาที่แก้มบาง จนมาสร้องเสียงหลงเพราะความรู้สึกเจ็บ “โอ๊ย จะเจ็บ” “ตายอะไรกัน ถ้าตายแล้วจะเจ็บไหมจ๊ะ” “เจ็บจริงๆ ด้วย” มาสสับสนขึ้นอย่างหนัก เงยมองใบหน้าของผู้เป็นแม่อีกครั้ง สำรวจอย่างพิจารณาก็มั่นใจหนักแน่นว่าเป็นแม่ของตัวเองไม่ผิดแน่ แต่ช่างเถอะ! ไม่อยากรู้อีกต่อไปว่าที่นี่คือที่ไหน โลกในรูปวาด หรือโลกหลังความตาย แค่โลกนี้ยังมีแม่อยู่ที่นี่มันก็เพียงพอแล้ว “วันนี้ลูกสาวแม่ ทำไมถึงเรียกตัวเองว่ามาสจ๊ะ” “เอ่อออ สงสัยสมองกระทบกระเทือนจากตกน้ำมั๊งคะ” “ตอนนี้ดีขึ้นแล้วใช่ไหม เรียกแทนตัวเองว่าทิวาเหมือนเดิมเถอะลูก เรียกแทนตัวเองแบบนั้นแม่ไม่คุ้นชินเลย” “โอเคค่ะ ทิวาหิวจังเลย แม่ทำอาหารให้หน่อยสิคะ อยากกินไข่เจียวทรงเครื่อง” “เดี๋ยวแม่ลงไปทำให้ ให้นมพาไปอาบน้ำก่อนไป” มาสปล่อยผู้เป็นแม่ มองตามแผ่นหลังอบอุ่นจนสุดทาง ก่อนหันกลับมาเข้าโผกอดหญิงชรา ภายใต้ยุคกาลบุหลัน ที่ไม่สามารถหาคำตอบให้กระจ่างได้ แต่ตอนนี้สิ่งที่ได้รับกลับมาเหมือนโชคใหญ่ยิ่งกว่า โลกแห่งนี้ยังคงมีแม่อยู่เคียงข้างและแถมหญิงชราที่แสนใจดีมาอีกคน ต่อไปนี้มาสจะใช้ชื่อว่า ทิวา จะมีเพียงแค่ทิวาเท่านั้น ไม่มีมาสอีกต่อไป
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD