ทั้งคู่สลับการกระหน่ำแทงทิวาจนเสร็จหลายครั้ง ทิวาไม่มีท่าทีโอดครวญ ร่างน้อยสนองพวกเขาจนทั้งคู่ลุ่มหลงจนแทบโงหัวไม่ขึ้น สองลำแข็งขยับเคลื่อนกระแทกในช่องทางรักเสียดสีจนเกิดความเสียวกระสัน ทิวาส่งเสียงครางกระเส่า ก่อนกระตุกถี่ไปพร้อมกับสองลำรักพองตัวฉีดน้ำกามล้นทะลักออกมา
ศศิถอยลำรักออกมาจากช่องทางรักด้านหลังชองทิวา สายตาจ้องมองไปทางหัวเรือ ก่อนเอ่ยขึ้น
“ใกล้เข้าน่านน้ำเกาะเถื่อนแล้ว”
“เร็วจังวะ”
ศศินเดินออกไปเกาะขอบเรือ ก่อนหันมากวาดสายตาสำรวจเรือนร่างของทิวา เขายังอยากทำอีกสักหน่อย แต่ไม่มีเวลาเหลือแล้ว
“มึงจัดการน้องทิวาของมึงให้ดี พอแค่นี้ก่อน ค่อยว่ากัน”
ศศิอุ้มร่างน้อยขึ้นในท่าอุ้มเจ้าสาว มุ่งเดินไปในห้อง จากนั้นวางทิวาลงอย่างอ่อนโยน มือหนาลูบหัวทิวาแผ่วเบา
“น้องทิวาอาบน้ำ แล้วรีบแต่งตัวหน่อยนะครับ”
“มีอะไรหรือเปล่าคะ”
“น้องทิวายังอยากอยู่หรอ”
“ไม่แล้ว เหนื่อยจะตายอยู่แล้ว”
“แต่เมื่อกี้ไม่เห็นท่าทางว่าเหนื่อยเลยนี่ครับ โยกสะโพกตอบรับพวกพี่ไม่หยุด” เขาหัวเราะเล็กน้อย
“ก็มันตอนนั้น ตอนนี้เหนื่อยแล้ว”
“โอเคครับ พี่ล้อเล่นหน่า เดี๋ยวใกล้เข้าเกาะเถื่อนแล้ว พวกพี่จะไปรับของสักหน่อย”
หลังจากนั้นไม่นาน เรือก็จอดเทียบเกาะกลางทะเล ทิวากวาดสายตาสำรวจทั่วบริเวณอย่างรวดเร็วก็เห็นเรือจอดไว้หลายลำ คล้ายกับท่าเรือขนาดย่อม ขณะเดียวกันมีคนออกมาต้อนรับสองโจรแฝดอย่างนอบน้อม
“มาสายไปหน่อยนะครับนายวันนี้” ชายฉกรรจ์คนหนึ่งเอยขึ้นมา
“กูมัวจัดการเรือเมื่อเช้า วันนี้มีอะไรบ้าง”
ชายฉกรรจ์คนนั้นไม่ตอบคำถาม แต่ส่งสายตาน่ากลัวจับจ้องมาทางทิวา อีกทั้งบริวารใกล้ๆ ของชายน่ากลัวคนนั้นก็ทำแบบเดียวกัน
“เมียของพวกกู มึงมีปัญหาอะไร”
“อ่อ ขอโทษครับ ถ้าอย่างงั้นเชิญทางนี้ครับ”
ทิวาเดินเกาะแขนของศศิไว้แน่น ยิ่งเข้าไปลึกในเกาะยิ่งเห็นกลุ่มชายฉกรรจ์ที่ส่งสายตาเป็นมันมาทางทิวา ราวกับจะเข้ามารุมฉีกเนื้อทิวากิน หัวใจทิวาเต้นรัวด้วยความกลัว มองศศิสลับกับแผ่นหลังของศศิน ภาวนาอยู่ในใจว่าพวกเขาจะไม่โยนทิวาให้กลุ่มคนเหล่านั้น
เมื่อเดินเข้าไปลึกในตัวเกาะ พบกับถ้ำขนาดใหญ่ ถูกตกแต่งไว้อย่างดีคล้ายกับห้องโถง มีลังไม้หลายขนาดวางเรียงราย พร้อมกับชายฉกรรจ์อีกจำนวนหนึ่ง
“เปิดให้นายดู” หนึ่งในพวกเขาสั่ง คล้ายกับเป็นผู้นำที่นี่
ลังไม้ถูกเปิดออกทีละกล่อง ภายในนั้นมีทั้งอาวุธ อัญมณี และเครื่องแก้วโบราณมากมาย ทิวากวาดสายตามองจนไปถึงกล่องไม้ขนาดเล็ก เมื่อมันถูกเปิดออกก็พบกับเครื่องประดับจำพวกแหวนและสร้อย ทิวามองดูอย่างสนใจก่อนสังเกตุเห็นสร้อยเงิน มีแหวนทองเหลืองเป็นจี้ห้อยไว้ ลักษณะของมันคล้ายกับแหวนที่ทิวามีไม่มีผิด แหวนทองเหลืองที่อยู่ในกรอบรูปปริศนานั่น
ศศิมองสิ่งของตรงหน้า ก่อนชำเลืองมองทิวาที่สายตาจับจ้องของสิ่งหนึ่งจนเป็นประกายวาว ศศิจึงเดินไปที่ลังไม้ ก่อนหยิบแหวนวงนั้นออกมา ยื่นให้ทิวาดูใกล้ๆ
“น้องทิวาชอบหรอครับ?”
“อื้อ เหมือนแหวนที่ทิวามี”
“ถ้างั้นมันเป็นของน้องทิวาแล้ว”
ศศิเดินอ้อมไปข้างหลังของทิวา มือหนาจับผมทิวาไปด้านข้าง ก่อนสวมสร้อยพร้อมจี้แหวนให้กับร่างน้อย ปากเรียวยิ้มขึ้นเล็กน้อย
“เหมาะกับน้องทิวามากเลยครับ”
“แต่ว่า มันแพงหรือเปล่าคะ”
“มันเป็นของพวกพี่ทั้งหมดอยู่แล้ว แบ่งให้น้องทิวาแค่นี้ไม่เป็นไรหรอกครับ”
ทิวาพยักหน้า ก่อนส่งสายตามองศศินที่ยืนกอดอก หัวคิ้วขมวดชนกัน
“เออ มึงชอบก็เอาไป”
สิ้นเสียงของศศิน ร่างสูงใหญ่ก็ขยับเดินไปที่ลังใบหนึ่ง ศศินหยิบปืนขึ้น เขาสำรวจบอดี้ของปืนช้าๆ ขยับปลายกระบอกชี้ไปบนฟ้า ก่อนเหนี่ยวไก ลูกกระสุนทะลวงออกจนเกิดเสียงดังสั่นสะเทือน
ปัง!
ทิวายกมือขึ้นปิดหู ใบหน้าน้อยแสดงออกถึงความวิตกกังวล
“ใจเย็นครับ ไม่เป็นอะไร”
“เอาทั้งหมดนี่แหละ” ศศิเอ่ยขึ้น
“เออ ตามที่น้องกูว่า”
“งั้นเดี๋ยวผมบอกลูกน้องเตรียมขึ้นเรือให้ครับนาย ว่าแต่นายอยากสนุกสักหน่อยไหม เพิ่งมีเด็กใหม่เข้ามา”
“แล้วเมียกูล่ะ?”
“ให้เมียนายไปอยู่กับโรสก่อนก็ได้ครับ ผมจะให้โรสดูแลอย่างดี”
ศศิเดินไปส่งทิวาที่ห้อง เมื่อประตูเปิดออก ทิวายังคงไม่กล้าขยับตัวเข้าไปด้านใน จนศศิต้องปลอบประโลมอยู่พักใหญ่
“รอพี่ที่นี่ พี่อยู่ห้องด้านล่าง ถ้ามีอะไรก็เปิดหน้าต่างเรียกพี่ได้เลย ไม่ต้องกลัวทิวาเป็นเมียพวกพี่ ไม่มีใครกล้าทำอะไร”
“อื้อ รีบกลับมานะ”
“ครับ”
ขณะที่ทิวายืนตัวแข็งทื่ออยู่หน้าประตู จึงไม่ทันได้สังเกตว่า ในนี้มีคนอื่นอยู่ด้วย จนเสียงของเธอเอ่ยขึ้น
“แปลก ไม่เคยเห็นพวกเขาหวงของเล่นขนาดนี้มาก่อน”
“นั่นใครคะ”
เรือนร่างสวยในชุดนอนตัวบางลุกเดินออกมาจากเตียง ก้าวเท้าเข้ามาประชิดตัวทิวา ตาคู่สวยจับจ้องใบหน้าของทิวาคล้ายกับกำลังสำรวจอย่างละเอียด
“ฉันชื่อโรส เธอชื่ออะไร”
“ทิวา”
“รูปก็งาม นามก็เพราะ กลิ่นตัวก็ช่างหอมเย้ายวน แต่สายตาเป็นประกายแบบนี้ เธอมาจากแดนใต้ใช่ไหม”
“ค่ะ”
“จริงๆ ด้วย แต่แปลกจริงๆ ที่พวกเขาหวงเธอขนาดนี้ ปกติเวลาพวกเขามาที่นี่ พวกเขาก็พาผู้หญิงมาด้วยตลอด แต่ว่า เอามาบำเรอคนพวกนั้นนะ นั่นเป็นเหตุผลที่พวกมันมองเธอจนเธอกลัวออกอาการขนาดนี้ เธอเป็นคนแรกที่พวกเขาพามาที่นี่แล้วหวงขนาดนี้”
“แล้วคุณโรส ทำไมอยู่ที่นี่”
“เรียกฉันว่าพี่โรสก็ได้ อย่าเรียกคุณเลย อายุเธอคงห่างฉันไม่มาก”
“ค่ะ พี่โรส”
“ฉันเป็นเมียผู้นำที่นี่ ผัวฉันชื่อ ชาญ เรียกง่ายๆ ฉันก็เป็นนายหญิงที่นี่นั่นแหละ”
“พี่ไม่กลัวหรอคะ”
“แรกๆ ก็กลัว แต่นานเข้าก็เริ่มชิน แต่ที่นี่น่ากลัวน้อยกว่าแดนใต้นัก ผู้คนในแดนใต้พร่ำบอกแดนเหนือน่ากลัว โดยเฉพาะผู้นำกองโจรฝาแฝดนั่น แต่เห็นอย่างนั้นพวกเขาก็ไม่ได้โหดเหี้ยมขนาดนั้นหรอก”
“หมายความว่าอย่างไงคะ”
“ฉันกับชาญแต่งงานกัน เราเป็นคนแดนใต้ทั้งคู่ ฉันถูกครอบครัวของชาญส่งมาที่แดนเหนือเพื่อแลกกับเงินมหาศาลที่ทางการจะตอบแทนให้ พวกเขาไม่สนด้วยซ้ำว่าฉันกำลังท้อง แต่ชาญก็เสี่ยงตามฉันมาที่แดนเหนือ”
“แล้วทำไมพี่ศศิกับตาศศินบ้านั่น ถึงไม่ทำอะไรพี่โรสหรอคะ”
“หึ ฟังจากเสียง เธอชอบนายน้อย ไม่ชอบนายใหญ่สินะ”
“ก็เขาพูดจาหมาไม่แดกตลอด รุนแรง แล้วก็ป่าเถื่อนด้วย ใครจะไปชอบ”
“มันก็จริงอย่างว่า”
“พี่โรสเล่าต่อได้ไหม ทิวาอยากรู้”
“พวกเขาไม่ทำอะไรฉัน เพราะฉันตั้งท้องและมีผัวตามมาอ้อนวอนขอแลกชีวิตกับฉัน แรกๆ พวกเขาก็ใช้งานเราอย่างหนัก แต่ผัวฉันมันภักดี ยอมเสี่ยงตายช่วยชีวิตนายใหญ่ เขาจึงส่งให้พวกฉันมาที่นี่ คอยคุมเกาะเถื่อน เห็นพวกเราเป็นลูกน้องที่ภักดี”
“ไม่น่าเชื่อ พวกเขาไม่ได้ดูใจดีอย่างนั้น”
“อยู่นานไป เดี๋ยวเธอก็รู้ด้วยตัวเอง ว่าแต่เธอถูกครอบครัวส่งมาเพื่อแลกกับเงินหรอ แล้วทำอย่างไงพวกเขาถึงปฏิบัติกับเธอพิเศษแบบนี้”
“ทิวาไม่รู้ ไม่เข้าใจเหมือนกัน แต่พวกเขาบอกว่า ถ้าพวกเขาเบื่อจะส่งทิวากลับบ้าน ไม่ให้เป็นนางบำเรอกลางเมือง ไม่รู้พูดจริงแค่ไหน”
“จริง เชื่อฉัน พวกเขารักษาคำพูด แต่ว่า อย่ากลับไปแดนใต้เลย ที่นั่นมันไม่ดีอย่างที่เห็นหรอก ถ้าไม่มีที่ไป วันนั้นมาถึงมาอยู่กับฉันก็ได้ ฉันอยู่คนเดียวก็เหงา อยากมีน้องสาว”
“....”
“ไม่เป็นไร ไม่ต้องรีบตัดสินใจ ไว้ถึงวันนั้นก็ค่อยว่ากันอีกที” โรสพูดจบก็ขยับกลับไปนั่งลงบนเตียง