บทที่ 7 NC-20+ น้ำท่วมปาก

1735 Words
ทันทีที่ทิวาก้าวลงจากรถก็ตะลึงกับภาพตรงหน้า เมื่อมองเห็นโรงแรมสไตล์ล้านนาริมแม่น้ำ พื้นที่ด้านหน้าตกแต่งด้วยโคมโชว์ไฟสีอ่อนสร้างบรรยากาศผ่อนคลาย หลังคาทรงจั่วสีน้ำตาลเข้มตัดกับผนังสีขาว หากจะเปรียบเทียบเป็นอาณาจักรล้านนาก็ไม่ผิด พื้นที่โดยรอบบ้านเรือนล้วนเป็นสไตล์ล้านนาต่างกับตึกเบียดแน่นในแดนใต้อย่างสิ้นเชิง ขณะที่ทิวากำลังเพลินเพลิดกับบรรยากาศ ผู้เป็นแม่ก็ส่งหน้ากากสีขาวส่งแสงระยับ มีขนนกประดับอยู่ด้านบน เป็นเพียงหน้ากากที่ปกปิดใบหน้าแค่ส่วนของดวงตาให้กับทิวา “สวมมันไว้ ห้ามถอดนะลูก” “งานการกุศลหน้ากากหรอคะ” “ก็ใช่ แต่ความจริงอย่าให้พวกคนในแดนเหนือเห็นหน้าของลูก จำเอาไว้” ทิวารับหน้ากากมาสวมทับบนใบหน้า ก่อนเดินตามหลังแม่ไปติดๆ ด้วยอาการประหม่า บรรยากาศหรูหรา คนเนื่องแน่นมองไปทางไหนก็เห็นแต่ชุดราตรีสวยงาม พร้อมหน้ากากหลากหลายรูปแบบ ในโลกความเป็นจริงที่เธอเป็นมาส ไม่เคยได้เข้าร่วมงานสังคมระดับนี้เลยแม้แต่ครั้งเดียว “รอแม่อยู่ที่นี่ แม่จะไปคุยทางนั้นสักหน่อย ระวังหน่อยนะลูก อย่าไปกับคนแปลกหน้าที่แดนเหนือไม่ใช่ที่ปลอดภัย” วิภากำชับ ก่อนเดินหายไปพร้อมกันกับเกื้อ ทิวานั่งลงบนเก้าอี้หวาย ด้านบนวางด้วยเบาะนุ่ม ก่อนหันไประลอกคลื่นแผ่วเบาของผิวน้ำ “รับอะไรไหมครับคุณผู้หญิง” ชายหนุ่มถือถาดพร้อมไปด้วยแก้วเครื่องดื่มหลากหลายชนิด ยื่นให้กับทิวา “เอ่อ ขอน้ำส้มก็พอค่ะ” ทิวารับมาก่อนจิบเล็กน้อย ในขณะเดียวกัน บรรยากาศงานที่รื่นเริง ก็อึมครึมลงในพริบตา เมื่อปรากฏร่างของชายสูงใหญ่ รูปร่างกำยำ เขาใส่เสื้อคอจีนผ้าลินินสีขาว กางเกงโสร่งสีเบจ ใบหน้าถูกสวมทับด้วยหน้ากากสีดำเรียบหรู เผยดวงตาสีน้ำตาลเข้มเด่นชัด พร้อมด้วยคนติดตามมากกว่าสิบคน ทิวาหันไปมองด้วยความสงสัย ในขณะที่แขกร่วมงานคนอื่นๆ ก้มหน้าและหลีกทางให้เขา โดยไม่มีแม้แต่สักคนจะกล้าสบตา เขาหันกลับมามองทิวา ดวงตาสีน้ำตาลเข้มเย็นยะเยือกจับจ้องมานิ่ง แผ่นหลังนวลร้อนผ่าวขึ้นในทันที ทิวารีบก้มหน้าหลบ พลางคิดในใจ ‘เขาเป็นคนที่ไม่ควรมองหรือเปล่านะ แย่แล้วสิ’ ทิวาเหลือบตามองเขาอีกครั้ง พร้อมกับถอนหายใจอย่างโล่งอก เมื่อชายปริศนาเดินเข้าไปข้างใน “เฮ้ออ นึกว่าจะแย่แล้วสิ” ทิวาบ่นพึมพำ ก่อนมองตามหลังของเขา เพราะรู้สึกคุ้นเคยในแววตาคู่นั้น ติ๊ง! เสียงข้อความเข้าจากผู้เป็นแม่ปรากฏขึ้นมา ทิวาหยิบโทรศัพท์มาเปิดดูด้วยความสงสัย ก่อนพบข้อความ ‘มองเห็นโคมแขวนสีขาวไหมลูก ถ้าเห็น ทิวาเดินตามโคมแขวนสีขาวไปจนสุดทาง จะเจอเรือนไม้กลางน้ำ แม่จะรอที่นั่นจ้ะ’ ทิวาเก็บมือถือลงกระเป๋า มองลึกเข้าไปข้างในไม่เห็นวี่แววของผู้เป็นแม่ จึงเดินตามโคมแขวนสีขาวไปตามข้อความที่ได้รับ ความสว่างจากโคมไฟเริ่มจางลง บรรยากาศโดยรอบเงียบสงัด ได้ยินเพียงเสียงเพลงจากในงานแผ่วเบา ทิวาหันกลับมองก็รู้ตัวว่า เดินออกห่างจากงานมาไกลพอสมควร แสงจันทร์สาดกระทบลงบนพื้น ทิวาหันกลับไปมองก่อนเดินไปตามทางอีกครั้ง เพียงอึดใจก็เห็นเรือนไม้กลางน้ำ รอบล้อมไปด้วยไม้ใหญ่นานาพรรณ จนไม่สามารถมองเห็นด้านในได้ ทิวาเดินใกล้เข้าไปก่อนผลักประตูออก พลางมองไปผนังไม้ที่ไม่ใช่กำแพงทึบ แต่เป็นหน้าต่างไม้ที่ถูกออกแบบมาให้เปิดได้รอบด้าน ระหว่างที่ทิวากำลังพิจารณาดูด้วยความสนใจ ก็ถูกประชิดตัวจากด้านหลังในทันที ไม่ทันทีทิวาจะส่งเสียงร้อง มือใหญ่ก็ปิดลงแน่นที่ปากน้อย “วันนี้หนูทิวาแต่งตัวสวยจังครับ” เสียงคุ้นหูดังขึ้น “คุณลุง อื้อ” ทิวาพูดเสียงอู้อี้ออกมา เกื้อดันทิวาลงบนเตียงขนาดใหญ่กลางห้อง ดึงผ้าที่เตรียมมาปิดปากทิวาไว้แน่น จากนั้นรวบเรียวแขนไว้เหนือหัวของเรือนร่างน้อย ซุกไซ้ใบหน้าใหญ่ลงต้นคอด้านหลัง ก่อนขยับรูดซิบด้านหลังของชุดจนสุด เผยให้เห็นแผ่นหลังงามละเอียด “อ้า หลังหนูทิวาเนียนเหมือนวิไม่ผิดกันเลย” เขาพูดจบก็อ้าปากแลบลิ้นลากเลียแผ่นหลังนวล ในขณะที่ทิวาพยายามออกแรงขัดขืน “ที่นี่ไกลจากงานมาก ไม่มีใครมาหรอก หนูทิวายอมเป็นเมียลุงดีๆ ดีกว่าจะได้ไม่ต้องเหนื่อย” ชายสูงวัยพูดจบก็ดึงชุดทิวาออกจนหมด โยนกองลงกับพื้น พลิกร่างน้อยหงายขึ้นเผยสัดส่วนนวลเนียนจนเต็มตา สองยอดสีชมพูถูกแผ่นปิดจุกสีเนื้อปิดไว้ ในขณะที่เนื้ออกอวบอิ่มเผยต่อสายตาหื่นกามของชายสูงวัย “โอ้ ของดี” ปลายนิ้วลากไล้จากต้นคอ แหวกกลางระหว่างสองเต้าอวบอิ่มจนหยุดอยู่ที่หน้าท้องแบนราบ สายตาหื่นกามเลื่อนขยับจับจ้องจุดสงวนด้านล่างถูกปิดไว้ด้วยกางเกงในลูกไม้ตัวจิ๋ว เกื้อไม่รอช้ารีบรวบแขนทิวามัดไว้แน่น ก่อนโน้มหน้าสูดดมกลิ่นเนื้อสาว ชายสูงวัยรีบปลดกางเกงโชว์ท่อนเอ็นใหญ่ผองแข็ง โน้มหน้าลงสูดดมกลิ่นหอมของทิวาอย่างหื่นกระหาย ทิวาพยายามดิ้นรนภายใต้การผูกมัด น้ำตาเอ่อล้นอาบสองแก้ม พลางส่งสายตาอ้อนวอน แต่ไม่เป็นผล เกื้อรีบคร่อมลงบนเรือนร่างน้อย ถูไถท่อนเอ็นไปมากับผิวบาง “อ้า ดีจัง” ชายสูงวัยก้มหน้าลงซุกสองอกอวบอิ่มในทันที “หอมจัง” พูดจบเขาก็เงยหน้าขึ้น มือใหญ่กระตุกแผ่นปิดจุกที่หน้าอกของทิวา เผยยอดสีชมพูแข็งต่อหน้าชายสูงวัยเป็นครั้งแรก “โอ้ หนูทิวาพยายามขัดขืน แต่ดูมันสิ ไม่เห็นมันจะขัดขืนเลย” สายตาหวาดหยดจับจ้องไปที่ปลายยอด “อื้ออออ” ชายสูงวัยโน้มศีรษะลงซุกหน้าเข้าหาสองอกอวบอิ่ม ก่อนแลบลิ้นเลียบริเวณเนื้อเต้าอย่างใจเย็น โดยยังคงไม่แตะต้องสองยอดสีชมพู ทันใดนั้นชายสูงวัยถูกชายปริศนาร่างกำยำ กระชากคอเสื้อขึ้น ก่อนต่อยเข้าใบหน้าเต็มแรง ผัวะ! ร่างใหญ่ของชายสูงวัย หมุนลอยเคว้งก่อนกลิ้งล้มลงไม่เป็นท่า เกื้อยกมือกุมหน้าตัวเอง ก่อนสบถออกมา “แม่ง เสือกอะไรวะ!” แต่ทันทีที่เกื้อเห็นชายปริศนาภายใต้หน้ากากสีดำ เขาก็ยกมือไหว้ท่วมหัว รีบหยิบกางเกงสวมอย่างลุกลี้ลุกลน ก่อนวิ่งออกไปอย่างรวดเร็ว ทิวามองดูชายปริศนาแววตาส่องประกายแห่งความหวัง ก่อนพบว่าเขาคือชายเจ้าของดวงตาสีน้ำตาลคนนั้น พลันสายตาของเขาก็จับจ้องมาที่เรือนร่างของทิวา มองสำรองเรือนร่างน้อย ปากเรียวยกยิ้มในทันที “มีสองเต้าที่สวยเหมือนกันนี่” เขาโน้มหน้าลงมามองใกล้ๆ จนรู้สึกถึงลมหายใจร้อนลูบไล้สองปลายยอดสีชมพู ทิวาพยายามดิ้นรนอย่างสุดแรง “ใจเย็น น้องสาว” เขาหัวเราะร่วนออกมา ก่อนยื่นมือขยับแก้เชือกปล่อยให้มือน้อยเป็นอิสระ ทิวารีบดึงผ้าปิดปากออกทันที ก่อนก้มลงไปหยิบแผ่นปิดจุกและชุดสวย รีบหันหลังให้ชายแปลกหน้าจัดการตัวเองอย่างรวดเร็ว มือน้อยยกปาดน้ำตา “ขอบคุณค่ะ ขอบคุณจริงๆ” “ไม่ต้องขอบคุณหรอก ถ้าเป็นคนอื่นพี่ก็คงไม่ช่วย” เขาพูดขึ้นอย่างเป็นปริศนา “สถานีตำรวจใกล้ๆ มีไหมคะ” “สถานีตำรวจ?” “ใช่ค่ะ ทิวาจะแจ้งความ” “ที่นี่แดนเหนือ น้องสาวลืมไปแล้วหรือไงว่า ไม่มีตำรวจ มีแต่กองโจร” “งั้นทิวาจะกลับไปแจ้งที่แดนใต้ รบกวนคุณเป็นพยานให้หน่อยได้ไหม” เสียงน้อยสั่นเครือ “อย่าดีกว่า ที่นี่แดนเหนือไม่มีกฎหมาย ทันทีที่น้องสาวแสดงตัวว่าถูกข่มเหงในพื้นที่แห่งนี้ ก็ไม่มีใครกล้าเข้ามายุ่ง ไม่ว่าน้องสาวจะถูกข่มเหงสำเร็จหรือไม่ แต่แดนใต้จะมองว่าน้องสาวเป็นสินค้ามีตำหนิภายใต้พื้นที่ของแดนเหนือ น้องสาวก็ถูกขายให้แดนเหนือทันที ไม่มีสติขนาดลืมกฎที่เขารู้กันทั่วเลยหรอ?” ทิวาเงียบลงในทันที ความสับสนพรั่งพรูเข้ามา นี่มันเรื่องบ้าอะไรกัน ยุคกาลบุหลันบ้านี่มันคืออะไรกันแน่ “งั้นทิวาก็ทำอะไรไม่ได้เลยหรอคะ” “ใช่ ทนเจ็บใจน่าจะดีกว่า ดีกว่าถูกขายทอดเป็นนางบำเรอกลางเมือง เมื่อถึงตอนนั้นต่อให้น้องสาวร่ำรวย แม่มีหน้ามีตาแค่ไหน ก็ช่วยอะไรไม่ได้ ยุคกาลบุหลันก็เป็นเช่นนี้ ดูดวงจันทร์สิ ใหญ่กว่าดวงอาทิตย์ ดังนั้นแสงสว่างสู้ความมืดไม่ได้” “ขอบคุณค่ะที่เตือน ทิวาเผลอลืมไป” ทิวาพูดจบยกมือไหว้เขายกใหญ่ ก่อนรีบเดินกลับเข้าไปงานนั่งลงบนเก้าอี้หวายตัวเดิม สายตามองเข้าไปเห็นแม่นั่งอยู่เคียงคู่ตาแก่หัวงูนั่น ทิวาโกรธจนแทบจะทนไม่ได้ แต่ทว่าเมื่อเห็นรอยยิ้มกับแววตาของแม่เวลาอยู่กับชายแก่หน้าไหว้หลังหลออกคนนั้น แม่ดูมีความสุขมากจนใจทิวาเจ็บปวด ในขณะเดียวกันวิภาจูงมือเกื้อเดินออกมาหาทิวา “ทิวาไปไหนมาลูก แม่ห่วงแทบแย่ ดูคุณเกื้อสิ แค่ทำไม่ถูกใจพวกคนแดนเหนือ ก็ถูกชกจนช้ำเลยเห็นไหม” “ทิวาเดินหาสัญญาณโทรศัพท์ค่ะ” ทิวามองใบหน้าของผู้เป็นแม่ ไม่ชายตามองเกื้อแม้แต่น้อย ก่อนแสร้งยิ้มออกมา “โล่งไปทีที่ลูกไม่เป็นอะไร” สองมือสวยยังคงจับมือใหญ่ไว้แน่น ทิวามองดูอย่างรู้สึกฝืนทน ก่อนหันหน้ามองไปทางอื่นในทันที
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD