เฉินเจียอีนั่งที่โต๊ะทำงานของเธอ มือเรียวประสานไว้ใต้คาง ขณะจิตใจล่องลอยไปนึกถึงเหตุการณ์เมื่อคืน ผู้ชายคนนั้นถือว่าเป็นสุภาพบุรุษแบบที่เธอไม่เคยพบเจอมาก่อนในชีวิต คืนนั้นเขาเห็นข้อเท้าของเธอบวมเป่ง จึงเสนอให้เธอถอดรองเท้าออกแล้วขี่หลังเขา ขณะที่หัวใจของเธอแนบกับแผ่นหลังแข็งแรง เสียงหัวใจก็ยังคงเต้นแรงไม่หยุดเพราะยังไม่เข้าใจว่าทำไมเขาถึงเป็นข้อยกเว้นที่ทำให้เธอไม่ได้ยินเสียงความคิด
ไม่ว่าจะใช้สมองคิดเท่าไร ก็ไม่มีอะไรมาอธิบายเรื่องที่เกิดขึ้นได้เลย หญิงสาวเปลี่ยนเป็นเอนหลังไปกับพนักเก้าอี้ ใช้มือเรียวข้างหนึ่งนวดขมับเมื่ออาการปวดหัวแล่นขึ้นมาเป็นริ้ว ๆ ทั้งที่เธอไม่เคยเอาเรื่องอื่นมาคิดในเวลางานเลยสักครั้ง
เฉินเจียอีพยายามจะมีสมาธิกับเอกสารที่กองอยู่ตรงหน้า แต่ยิ่งเธอพยายามผลักเขาออกจากหัว ใบหน้าคมของชายหนุ่มก็ยังลอยซ้ำไปซ้ำมา เมื่อพบว่าเธอไม่สามารถตั้งสมาธิกับงานได้ ทางเดียวที่จะหาคำตอบให้กับตัวเองได้ คือต้องพบเขาอีกครั้ง เพื่อค้นหาคำตอบด้วยตัวเอง
เฉินเจียอีตัดสินใจปิดแล็ปท็อปและลุกขึ้นจากโต๊ะทำงาน คว้าเสื้อโค้ตที่วางอยู่พนักเก้าอี้ตั้งใจจะไปร้านที่เธอบังเอิญเจอเขาเมื่อคืน แต่ขณะกำลังจะออกจากห้อง เสียงเคาะประตูหน้าห้องทำงานก็ดังขึ้น
“ท่านประธานคะ ขออนุญาตค่ะ” เฉินเจียอีจำได้ว่านั่นคือเสียงเลขาของเธอเอง จึงนั่งลงอีกครั้งก่อนจะอนุญาต
“เข้ามาค่ะ”
มู่ลี่ เลขาของเธอในชุดคลุมท้องเปิดประตูเข้ามาพร้อมกับท้องอุ้ยอ้าย เธอมีท่าทีลังเลเกรงอกเกรงใจ มือทั้งสองข้างถูกันด้วยความประหม่าขณะพูด
“วันนี้ฉันมีนัดคุยกับทนายความ จึงจะขออนุญาตท่านประธานออกไปก่อนเวลา”
เฉินเจียอีเหลือบมองนาฬิกาติดผนัง อันที่จริงอีกยี่สิบนาทีจะถึงเวลาพักเที่ยง ถ้าเป็นพนักงานบางคนอาจจะแอบออกไปเงียบ ๆ แต่เลขาของเธอเป็นคนเคร่งครัดกับกฎระเบียบและซื่อตรง เพราะแบบนั้นจึงทำงานกับเธอได้นาน
“คุณนัดกับทนายที่ไหนคะ” ปกติเธอเป็นคนไม่ชอบยุ่งเรื่องของคนอื่น แต่เมื่อมองหน้าท้องอุ้ยอ้าย และชะตาชีวิตที่ไม่ต่างจากเธอในอดีตก็อดถามไม่ได้ และเมื่อมู่ลี่บอกร้านที่นัดกับทนายความไว้ ก็พบว่าเป็นทางผ่านของร้านที่เธอตั้งใจจะไปนั่นเอง
“เดี๋ยวฉันไปส่ง” เฉินเจียอีบอกก่อนจะคว้าเสื้อแล้วเดินนำไปก่อน
มู่ลี่มองตามหลังเจ้านายสาว อดน้ำตาคลอมาที่หน่วยตาเพราะความซาบซึ้งไม่ได้ เธอทำงานกับเฉินเจียอีมาหลายปี เจ้านายของเธอคนนี้ไม่ใช่พวกยุ่งเรื่องชาวบ้าน ยิ่งจะยื่นมือไปช่วยเหลือคนอื่นโดยไม่จำเป็นยิ่งไม่เคยทำ แต่วันนี้เจ้านายกลับมีน้ำใจกับเธอ คงเพราะสงสารคนท้องที่มีปัญหาครอบครัว
มู่ลี่ท้องหกเดือนแต่กลับได้รับภาพลับของสามีกับผู้หญิงที่เธอไม่เห็นหน้าส่งมากวนประสาท ตอนแรกเธอก็คิดว่าจะอดทน ทำเป็นไม่ใส่ใจ แต่อีกฝ่ายเริ่มปั่นประสาทเธอมากขึ้น ไม่เพียงแต่ส่งภาพสัมพันธ์สวาทระหว่างทั้งคู่มาทุกวัน ยังโทรเข้าโทรศัพท์บ้านมากวนประสาทเธอ
มู่ลี่รู้สึกว่านั่นมันทำให้เธอเสียสุขภาพจิตเกินไป ถ้าเธอต้องมาทนอยู่ในสภาพนี้ ก็สู้เลิกกันไปดีกว่าแต่สามีของเธอกลับปฏิเสธแล้วหาว่าเธอคิดไปเอง แม้เธอจะนำภาพพวกนั้นให้ดูเขาก็ไม่ยอมรับ
แม้ภาพนั้นจะไม่เห็นหน้าทั้งผู้หญิงและผู้ชาย แต่ทำไมเธอจะจำร่างกายสามีตัวเองไม่ได้ มู่ลี่มั่นใจว่านั่นคือภาพของเขากับใครสักคน และเธอตัดสินใจจะฟ้องหย่าจึงไปปรึกษาทนายความ