"นี่! นายฉันถามนายจริงๆเถอะนะ ทำไมฉันถามเรื่องนี้ทุกครั้งนายก็เอาเเต่เลี่ยงที่จะตอบอะ ทำไมอะมันตอบยากขนาดนั้นเลยเหรอ"
พอผมพูดประโยคนี้จบ คนที่เดินนำหน้าอยู่ตรงหน้าผมถึงกับหยุดเดินในทันที ไม่รู้เพราะเหตุผลอะไรทำไมคำถามนี้มันถึงได้ดูมีอิทธิพลกับเขาขนาดนี้ได้
"โจลี่นายไม่จำเป็นต้องรู้หรอก รู้เอาไว้เเค่ว่าฉันเข้าหานายเพราะอยากเป็นเพื่อนกับนาย ไม่ใช่เพราะสงสารที่นายไม่มีเพื่อนก็พอ"
สิ้นประโยคเขาก็เดินต่อไปท่ามกลางสายฝนทิ้งเอาไว้เเค่เพียงความสงสัยที่มันยังคงติดอยู่ในใจของผม
เเต่พอผมได้ยิ้นเขาพูดว่าเขาเข้าหาผมด้วยความจริงใจ ไม่ใช่ความสงสารที่มีให้ ผมได้ยิ้นเเค่นี้ก็ดีใจเเล้วครับ
ไม่รู้ว่าผมนั้นเเนะนำตัวเองช้สเกินไปรึป่าว ผมชื่อสกาย บางคนก็เรียกผมว่าโอกาส เจ้าชายเเห่งความโชคดี ผมเป็นคนที่ไม่ได้ซีเรียสกับเรื่องนี้สักเท่าไร เพราะฉะนั้นใครจะเรียกอะไรเเล้วเเต่ถนัดเลยครับ
ถ้าถามว่าทำไมมีคนเรียกผมเเบบนี้ก็คงเป็นเพราะรูปร่างหน้าตา นิสัย การเรียน เเล้วก็ฐานะทางบ้านละมั่งครับ ไม่ใช่ว่าผมอวยตัวเองนะครับ เเต่ใครๆก็บอกผมเเบบนี้
อีกอย่างนึงคนส่วนใหญ่ที่อยู่ใกล้ผมเขาชอบบอกว่าเมื่ออยู่ใกล้ผมเเล้วเขารู้สึกสบายใจมากๆเลย เเถมยังมีเรื่องดีๆเกิดขึ้นในตัวเขามากมายอีกด้วย
มันเลยทำให้ผมอยากที่จะค่อยช่วยเหลือคนอื่นหรือค่อยรับฟังเเละช่วยเเก้ปัญหาพวกเขา เมื่อเวลาที่เขาลำบาก
จนผมได้มาเจอคนๆนึงนั้นก็คือ โจลี่ เขาเป็นคนที่เเปลก็มากๆคนนึงเลยละครับ ผมไม่เค้าใจว่าทำไมเค้าถึงได้ยึดติดกับรักครั้งเเรกของเค้าขนาดนั้นกัน เพราะอะไรทำไมเขาถึงได้รักมากขนาดนั้น เเล้วทำไมเค้าที่เคยสดใส ร่าเริง กับเศร้าหมองเพราะมันได้ขนาดนั้น
ถ้าถามว่า'ทำไมผมถึงเข้าไปยุ่งเกี่ยวกับเขาจังนะ' สิ่งที่ผมพูดไปเมื่อกี่นั้นก็คือหนึ่งในเหตุผลครับ ความจริงเเล้วผมไม่ใช่พวกชอบยุ่งเรื่องของชาวบ้านขนาดนั้น เเต่ผมก็ไม่รู้ว่าเพราะอะไรที่ทำให้ผมสนใจในตัวเขาขนาดนี้เหมือนกันครับ
วันนี้ก็เป็นอีกวันนึงที่ผมมารอโจลี่ที่ใต้อาคารเรียนเหมือนทุกวัน ปกติเค้าจะชอบเเกล้งทำเป็นไม่สนใจผมตลอด เเต่ครั้งนี้กลับเปลี่ยนเเปลงไปไม่เหมืนกันกับครั้งก่อนๆ
"นายมารอฉันนานมั้ย"
เเละครั้งนี้เป็นครั้งเเรกที่เขาชวนผมคุยพร้อมกับสิ่งยิ้มที่ดูสดใสนั้นให้ผม ในที่สุดเขาก็ยอมเปิดใจมห้ผมได้เค้าไปในชีวิตของเค้าเเล้วสอนะครับ
"ไม่เลย เหมือนวันอื่นๆที่ฉันมารอเธอนั้นเหลาะ"
ผมตอบกลับก่อนที่จะยิ้มให้ริยยิ้มสวยๆที่ยิ้มส่งมาให้ผมด้วยเช่นเดียวกันก่อนที่เราจะเดินขึ้นห้องห้องเรียนไป
เค้าไม่เคยยิ้มอีกเลยตั้งเเต่เเฟนเค้าเสียชีวิตไป พอผมได้มาเห็นเค้ายิ้มเเบบนี้เค้าก็ดูน่ารักดีนะครับ เค้าควรจะยิ้มเยอะๆไม่ควรมีน้ำตาออกมาจากตาเค้าเลยจริงๆนะครับ
"เอ๊ะ! ดูโน้นสิคนขรึมประจำห้องของเรามากับเจ้าชายของพวกเราอีกเเล้วล่ะ"
มันจะเป็นเสียใครไปไม่ได้นอกจาก สโนว์ เเละเพื่อนๆเขา พวกนี้ชอบเเกล้งโจลี่เป็นชีวิตจิตใจ ชอบพูดจาเสียๆให้คนอื่นมีความรู้สึกเเย่ เเต่ตัวเองนั้นเหลาะที่เป็นอย่างที่ตัวเองพูดออกมา
"นายนี่เป็นคนที่หน้าไม่อายเลยจริงๆนะโจลี่ ฉันน่ะนะไม่เข้าใจเลยจริงๆว่าทำไมนายชอบทำตัวเเสเเสร้งเรียกร้องความสนใจจากคนอื่นด้วยก็ไม่รู้"
"ฉันป่าวได้ทำเเบบนั้นเลยนะ"
เพี๊ยะ!
เสียงของมือคนที่อยู่ตรงหน้ากระทบเข้ากับเเก้มของผมจนเกินเสียงดัง ทุกคนที่อยู่บริเวณนี้ได้ยิ้นกันไปทั่วเเละต่างมองมายังเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นนี้
ความจริงเเล้วพวกเขามักจะทำเเบบนี้อยู่เเล้ว เเต่วันนี้เเตกต่างไปจากวันอื่นวันนี้พวกเค้าทำร้ายร่างกายของผมจริงๆ ไม่อยากจะเชื่อเลยว่าเค้าจะทำเเบบนี้จริงๆ ทั้งๆที่รู้อยู่เเล้วว่ามันจะต้องเกิดขึ้นเเน่นอน
"นายทำอะไรกับโจลี่ สโนว์ปล่อยเค้าเดี่ยวนี่เลยนะ ก่อนที่เรื่องนี่จะถึงหูผอ."
"เห้อออออ...สกายเมื่อไรนายจะตาสว่างสักที่เนี่ย ฉันพยายามทำให้นายหายตาบอดอยู่นะ"
"อะไรกันฉันไม่ได้ตาบอดสักหน่อยอีกอย่างโจลี่เค้าไม่ได้ทำอะไรผิดฉันไม่จำเป็นที่จะต้องเกลียดเขาเลย"
ผมพูดจบก่อนที่จะพาโจลี่ออกมาข้างนอก ผมรับรู้ได้ว่าเค้าเริ่มที่จะไม่โอเคมากๆกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นนี้เเต่ถ้าเกิดส่าผมทำได้มากกว่านี้คงจะดี
"นายไม่ได้เป็นอะไรมากใช่มั้ยโจลี่"
"ใช่ฉันไม่ได้เป็นอะไรเลย"
"ถ้ามีใครมาทำกับเธอเเบบนี้อีกบอกฉันได้เลยนะ ฉันจะปกฉันจะปกป้องเธอเอง"
"ของคุณนะ นายเป็นความโชคดีของฉันเลยจริงๆ ถ้าไม่มีนายเหตุการณ์เมื่อกี่คงไม่จบเเค่นี้เเน่ ขอบคุณนะ"