“ความสวยมีพอประมาณ แต่ความมั่นหน้าทะยานสู่อวกาศแล้วค่ะ”
“สวยเลือกได้ ไม่เกินจริง”
“นินทาอะไรกู” ฉันพูดขึ้นทันทีที่นั่งลงข้างๆเวลา คำกล่าวหานั้นไม่เกินจริง พวกนางสองคนมองฉันตั้งแต่เดินเข้ามาพร้อมกับทำปากขมุบขมิบ
“ไม่ได้นินทา ตั้งใจมาก” ของขวัญสาวสวยรักสนุกขี้อ่อยประจำกลุ่มพูดขึ้น อ้อ ที่สำคัญนางบ้าผู้ชายโดยเฉพาะคนหล่อๆ
“เมื่อกี้แกปฏิเสธพี่ซันของดีสถาปัตได้ไงอะพราว” เวลาเพื่อนสาวอีกคนพูดขึ้นพร้อมกับขมวดคิ้วด้วยความสงสัย
“ทำไมอะ” ฉันเลิกคิ้วขึ้น “ไม่ชอบก็แค่พูดตรงๆ ไม่รู้จะให้ความหวังเขาทำไม” หลังจากพูดจบก็ไหวไหล่ไปให้เพื่อนตัวเองหนึ่งกรุบ
“อะ จ้า ได้จ้า แม่สาวพราวเสน่ห์” ของขวัญพูดขึ้นพร้อมกับเบะปากส่งมาให้ฉันด้วยความหมั่นไส้ “ผู้มีนามว่าพราวตะวัน สาวน้อยน่ารักแห่งเมืองน่าน บ้านอยู่บนดอย ครอบครัวเปิดโฮมสเตย์ วิวหลักล้านราคาหลักร้อย เมื่อปีหนึ่งเธอได้เป็นดาวคณะที่ฮอตที่สุดและฮอตมาจนถึงตอนนี้”
“พูดขนาดนี้ ไม่รายงานทั้งตระกูลกูเลยละฮะ!”
“ว่าแต่โปรโมทหนักขนาดนี้ มีส่วนลดค่าที่พักให้ปะ” ของขวัญยื่นมือมาตรงหน้าฉันพร้อมกับส่งยิ้มทะเล้นมาให้
แปะ! “No ค่ะ” ฉันตีลงมือของขวัญด้วยความหมั่นไส้ ขอเพิ่มเติมจากเพื่อนสาวหน่อยแล้วกัน หลังจากที่พ่อแม่รู้ว่าสอบติดกรุงเทพพวกท่านก็คัดค้านยกใหญ่ แต่สู้ฉันไม่ไหวจึงยอมให้มาใช้ชีวิตอยู่ที่นี้คนเดียว
พวกท่านทั้งสองซื้อคอนโดใกล้ๆมหา’ลัยให้หนึ่งห้อง แรกๆพ่อกับแม่อยู่กับฉันหนึ่งเดือนเต็ม หลังจากนั้นก็ปล่อยให้ฉันเผชิญโลกกว้างตัวคนเดียว อ้อ ลืมบอกไปพวกเราเรียนคณะอักษรศาสตร์และตอนนี้ก็อยู่ปี 2 แล้ว
“ก่อนที่เราจะไปทำรายงาน ขอแดกข้าวก่อนๆได้ปะ”
“เวลา พูดไม่เพราะเลยอะ” ของขวัญจีบปากจีบคอพูดขึ้น
“แหม่…ของขวัญจ๋า คุณมึงพูดเพราะตายแหละ”
“หยุดทั้งคู่นั้นแหละ จะกินไหมข้าวอะ” ฉันพูดขึ้นพร้อมกับเอามือท้าวสะเอว “ถ้าไม่กินจะได้เริ่มทำงานเลย”
“กิน” เวลาพูดจบก็มุ่ยหน้าให้ของขวัญ จากนั้นก็ลุกขึ้นเดินออกไป
“เอ้า! พราวไปดิ ยัยเวเดินไปนู้นแล้ว” ฉันพยักหน้าส่งไปให้ของขวัญและเดินออกไปพร้อมกับเธอ
โรงอาหารคณะอักษร
“กินอะไรดีอะ” เวลาพูดขึ้นพร้อมกับมองไปรอบๆอย่างคิดหนัก
“ฉัน…”
“ข้าวหมูแดง” ในขณะที่ฉันกำลังจะอ้าปากพูดออกไปของขวัญก็พูดแทรกขึ้น “กินตั้งแต่ปีหนึ่งไม่เบื่อไง”
“ไม่” หลังจากที่ตอบของขวัญเสร็จก็เดินตรงไปยังร้านข้าวหมูแดงทันที และเมื่อมาถึงป้าเพ็ญก็พูดขึ้นด้วยรอยยิ้มใจดี
“หนูพราว” หลังจากที่ป้าเพ็ญเรียกชื่อฉัน เวลาผ่านไปห้านาทีก็กลับมาพร้อมกับข้าวหมูแดง “นี้จ๊ะ” ฉันยื่นมือไปรับอย่างไม่รีรอพร้อมกับเงินใบสีฟ้าหนึ่งใบ จากนั้นก็เดินกลับมาที่โต๊ะตัวเอง
หลังจากที่เราสามคนกินข้าวเสร็จเรียบร้อยก็นั่งเม้ามอยตามปะสาผู้หญิง ทันใดนั้นก็มีช่อดอกกุหลาบช่อใหญ่ยื่นมาตรงหน้า เราสามคนมองเจ้าของดอกไม้เป็นตาเดียว
“นี่สำหรับน้องพราวครับ” พี่วินศิลปกรรมปีสี่ “คบกับพี่นะครับ”
ฉันมองหน้าเพื่อนตัวดีพร้อมกับส่งสายตาอ้อนวอนเพื่อขอความช่วยเหลือ
“พี่วินค่ะ พราวมันมีแฟนแล้วค่ะ” ของขวัญพูดขึ้น “ดอกไม้นี้เดี๋ยวขวัญรับไว้เองค่ะ” และยื่นมือไปดึงช่อดอกไม้ที่อยู่ในมือพี่วิน
“อะ…เออ งั้นไม่เป็นไรครับ พี่ขอตัวก่อนนะครับ” พูดจบพี่วินก็รีบสาวเท้าออกไปพร้อมกับช่อดอกไม้นั่น
“อะ…อ้าว!!”
“ฮา ฮา ฮา ขวัญผู้ชายกลัวมึงวะ ฮา ฮา” เวลาหัวเราะลั่นพร้อมกับกุมท้องจนตัวง้อ ส่วนฉันได้แต่กลั้นขำอยู่อย่างนั้น
“ชิ อีพี่วิน ตาต่ำชะมัด” ของขวัญเชิดหน้าขึ้น “พวกแกสองคนหยุดขำฉันเดี๋ยวนี้เลยนะ” จากนั้นมุ่ยหน้าส่งมาให้ฉันกับเวลา
หอสมุดมหาวิทยาลัย
หลังจากที่ง้อของขวัญเสร็จ พวกเราก็หอบสังขารมาทำงานที่หอสมุดมหา’ลัย พร้อมกับเข้าสู่โหมดจริงจัง ฉันหยิบโน๊ตบุ๊คของตัวเองมาเปิดหาข้อมูลต่างๆและเซฟงานทั้งหมดลงเครื่อง
“พราว งานของเราข้อมูลครบยัง”
“ยังขาดอีกนิดหน่อย” ฉันตอบเวลาในขณะที่สายตาไล่ดูเนื้อหาในโน๊ตบุ๊ค
“งั้นจะเอาอะไร บอกมาเดี๋ยวของขวัญจัดการให้”
ฉันยื่นรายชื่อหนังสือให้ของขวัญ หลังจากนั้นไม่นานเธอก็เดินกลับมาพร้อมหนังสือกองโต ผ่านไปหนึ่งชั่วโมงทุกอย่างก็เสร็จเรียบร้อย
“เสร็จสักที เหนื่อยเป็นบ้า” เสียงของขวัญพูดขึ้นพร้อมกับบิดตัวไปมา