และแล้ววันนี้ก็มาถึง วันที่คณะทูตจากแคว้นจ้าว เดินทางมาที่แคว้นอัน ซึ่งเป็นพันธมิตรที่ดีต่อกันมานับหลาย 10 ปีแล้ว งานของนางในวันนี้ก็คือช่วยหวงกุ้ยเฟยจัดงานเลี้ยงต้อนรับคณะทูตจากแคว้นจ้าว
ตอนนี้ก็ปลายยามเว่ยเล้ว หลังจากทำงานในวังหลวงเสร็จก็พูดคุยกับเสด็จน้าพักใหญ่ แล้วก็กลับจวนทันที
จวนสกุลหยาง
พอมาถึงจวนนางก็เร่งเดินทางมาที่โถงของเรือนเมฆเมฆาทันที เพราะวันนี้นางต้องทำธุระแทนสามี ที่ต้องพูดคุยกับแม่สื่อ ที่จะต้องไปกล่าวทาบทามบุตรีเสนาบดีกรมพิธีการ มาเป็นฮูหยินรองของสามี
" ขออภัยเจ้า ทำให้ท่านแม่สื่อรอนานแล้ว ข้าเสียมารยาทแล้ว "
" มิเป็นไร ๆ ฮูหยินน้อยอย่าได้กล่าวเช่นนี้เจ้าค่ะ ช้าสงสารก็แต่ฮูหยินน้อยเนี้ยแหละเจ้าค่ะ ท่านแน่ใจแล้วหรือเจ้าค่ะ "
" อยู่เรือนเดิมข้าฟังท่านพ่อท่านแม่ จะออกเรือนฟังแม่สื่อ พอแต่งออกมาแล้วข้าก็ต้องฟังสามี และครอบครัว ข้าที่เป็นฮูหยินเอก จะใจแคบเช่นนั้นได้อย่างไรกันเจ้าค่ะ ท่านว่าข้าพูดถูกหรือไม่เล่าเจ้าค่ะ "
" เฮ้อ ท่านช่างใจกว้างดังมหาสมุทรจริงๆ เอาล่ะ มาคุยเรื่องสำคัญกันเถอะ คืออย่างนี้..... " หลังจากคุยกันเรียบร้อยแล้ว ก็ส่งท่านแม่สื่อกลับไป แม่สามีก็เดินมาพอดี
" ลูกคาราวะท่านแม่เจ้าค่ะ "
" ตามสบายเถิด แม่มีเรื่องจะคุยกับเจ้าหมิงเออร์ " พอเห็นสีหน้าไม่ดีก็บอกสสาวใช้ออกไปให้หมด
" พวกเจ้าออกไปก่อน "
" เจ้าค่ะฮูหยินน้อย " หลังจากที่ทุกคนออกไปแล้วก็หันมาพูดทันที
" ท่านแม่กังวลเรื่องการแต่งงานของท่านพี่หรือเจ้าค่ะ " แม่สามีพยักหน้าทันที ก็เพราะว่าพี่หญิงของนางตั้งครรภ์แล้ว จึงต้องแต่งนางมาเป้นฮูหยินรอง มิใช่อนุ เพราะถ้าไม่เห็นแกเด็กแม่สามีนางอยากให้เป็นอนุภรรยามากกว่า
" อย่ากังวลไปเลยเจ้าค่ะท่านแม่ มีข้าอยู่...
" นางพูดให้แม่สามีหายกังวล แต่กลับเป็นนางซะเองที่คิดมาก เพราะหลังจากนี้เขาต้องแต่งอนุ มาอีกเป็นแน่ แค่คิดนางก็ปวดหัวจะแย่อยู่แล้ว เรือนหลังคงต้องวุ่นวายเป็นแน่
" อย่าคิดมากนะเจ้าค..... " ยังไม่ท่านพูดจบนางก็เป็นลมไปซะก่อน เพราะช่วงนี้นางพักผ่อนน้อย ทั้งยังนอนไม่หลับอีก
" หมิงเออร์ !!! ใครก็ได้ตามหมอที ใครอยู่ข้างนอกบ้าง !! " ทันทีที่ได้ยินเสียงของฮูหยินใหญ่ อาซิง ก็วิ่งเข้ามาตรวจ ฮูหยินน้อยทันที นางเป็นหมอประจำพระองค์ของท่านหญิงตั้งแต่อยู่แคว้นจ้าวแล้ว
" ฮูหยินใหญ่มิต้องตกใจไปเจ้าค่ะ ฮูหยินน้อยนางเพียงอ่อนเพลียเล็กน้อยเท่านั้น เพียงแค่ท่านยาต้มสักเทียบและพักผ่อนสักหน่อยก็ดีขึ้นแล้วเจ้าค่ะ " อาซิง รีบอธิบายทันทีที่ตรวจเสร็จ
" เจ้ามีนามว่าอย่างไรงั้นรึ ข้ามิเคยรู้และมิเคยเจอเจ้ามาก่อน เหตุใดจึงมีวิชาแพทย์ " ฮูหยินใหญ่สอบถามทันที
" ข้าน้อยมีนามว่า อาซิงเจ้าค่ะฮูหยินใหญ่ ข้าน้อยเป็นหมอประจำตัวฮูหยินน้อยเจ้าค่ะ เพราะเช่นนั้นทุกอย่างที่นางดื่ม หรืออาหารทุกอย่างต้องถูกตรวจสอบก่อนนำตั้งแต่ทุกอย่างเจ้าค่ะ เพราะชีวิตของฮูหยินน้อยนั่นสำคัญยิ่ง ถ้าหากนายหญิงเป็นอะไรขึ้นมา หัวข้าอาจจะหลุดจากบ่าได้ เอาล่ะ ข้าน้อยขอตัวก่อน ขอฮูหยินใหญ่โปรดเก็บเรื่องนี้เปีนความลับด้วย ได้หรือไม่เจ้าค่ะ "
" ได้ ดูแลนางให้ดี ฝากเจ้าด้วย "
" เจ้าค่ะ "
ผ่านไปเกือบ 3-4 ก้านธูปนางก็ตื่น หลังจากนางเป็นลมหมดสติไป ทางองครักษ์อย่างฉางซิงก็ไปรายงานแกหวงกุ้ยเฟยทันทีถึงสาเหตุที่คุณหนูนางมาไม่ได้ในคืนนี้ หวงกุ้ยเฟย ก็เข้าใจทันทีและสั่งให้ดูแลหลานสาวพระนางให้ดีที่สุด
" นี่ยามใดแล้ว ข้าเป็นอันใดไปอาซิง "
" ฮูหยินเป็นลมไปเจ้าค่ะ ตอนในยามซวีแล้วเจ้าค่ะ ฮูหยินมิต้องเป็นกังวลเจ้าค่ะ ฉางซิงไปรายงานแกหวงกุ้ยเฟยแล้วเจ้าค่ะ "
" อืม ขอบใจพวกเจ้ามาก "
" เอ่อ.... ฮูหยินเจ้าค่ะ ตอนที่ท่านเป็นลมหมดสติไปฮูหยินใหญ่อยู่กับท่าน ฮูหยินใหญ่นางถามว่าข้ารู้การแพทย์ได้เช่นไร และนามว่ากะไรเจ้าค่ะ " พอนึกขึ้นได้อาซิง ก็รีบเอ่ยกับฮูหยินทันที
" แล้วเจ้าตอบท่านแม่ว่าอย่างไรเล่า ? " ฮูหยินน้อยดื่มยาเสร็จก็เอ่ยถามทันที
" ข้าน้อยตอบว่า ข้าน้อยเป็นหมอประจำตัวท่าน แล้วก็บอกว่าทุกอย่างที่ฮูหยินน้อย กิน หรือดื่มทุกอย่างต้องตรวจสอบก่อนถึงจะนำมาให้ดื่ม หรือกินได้ มิเช่นนั้นหัวคงได้หลุดจากบ่าเป็นแน่ ฮูหยินบ่าวพลั้งปาก ขอฮูหยินโปรดลงโทษบ่าวด้วย " อาซิงพอรู้ความผิดก็สารภาพเรื่องที่พูดกับฮูหยินใหญ่ทันที
" ช่างเถอะ ถือว่าเจ้ายังไหวตัวทันไม่พูดไปมากกว่านี้ แต่ตอนนี้ท่านแม่ต้องสงสัยตัวข้าเป็นแน่ คราวหน้าก็ระแวดระวังให้มากก็เป็นพอ " นางพูดออกมากับอาซิงทันทีให้ระมัดระวังมากกว่าเดิม
" ต่อไปนี้เรือนหลังคงวุ่นวายเป็นแน่ เตรียมการรับมือให้ดี อีก 3 วันนางจะมาอยู่ที่นี่ในฐานะฮูหยินรอง พวกเจ้าทุกคนจงจำคำข้าไว้ อย่ามีเรื่อง เข้าใจหรือไม่ "
" เจ้าค่ะ พวกบ่าวทราบแล้ว ฮูหยินโปรดวางใจ พวกข้าจะไม่ทำให้ฮูหยินผิดหวังเจ้าค่ะ "
" ดี พวกเจ้ากลับไปพักเสีย ให้ฉางซิว ฉางซิง อยู่เฝ้าหน้าประตูเป็นพอ " พอพูดจบทั้ง 4 ก็ออกไป และ 2 คนที่เป็นเงาที่ทำหน้าที่ตรงนี้ตอนกลางคืนก็เฝ้าหน้าประตู
3 วันผ่านไป
และแล้ววันนี้ก็มาถึงวันที่ต้องตอนรับฮูหยินรองเข้าจวนในฐานะสะใภ้เอก นางก็ได้ตระเตรียมห้องหอให้กับฮูหยินรองที่เรือนข้างตามคำสั่งสามี แม้ท่านแม่จะห้ามก็ตาม สุดท้ายเรือนเมฆตะวัน ก็ตกเป็นของฮูหยินรอง อย่างหลี่ซิงเยว่
พิธีทุกอย่างผ่านพ้นไปด้วยดี ตอนนี้ก็เย็นแล้ว บัดนี้ในเรือนข้าง มีหญิงสาวที่สวมชุดมงคลสีแดงสดนั่งรอเจ้าบ่าวป้ายแดงที่เป็นสามีหมาดๆที่ตอนรับแขกเหรื่อด้านนอกอยู่
รอไม่นานผู้ที่ขึ้นชื่อว่าสามีก็ได้เดินมายังห้องหอในค่ำคืนนี้ และทำทุกอย่างตามพิธีการ
เรือนเมฆตะวัน
" เยว่เออร์ พี่มาแล้ว เจ้ารอนานหรือไม่ ? " พอมาถึงก็เอ่ยถามภรรยาตนเองทันที
" เยว่เออร์รอไม่นานเจ้าค่ะท่านพี่ นานกว่านี้ข้าก็รอมาแล้ว รอแค่นี้มือถือว่านานหรอกเจ้าค่ะ " นางเอื้อนเอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงปนเศร้าเล็กน้อย
" โถ่ น้องหญิงใยพูดเช่นนั้นเล่า น้อยใจข้าเช่นนั้นหรือนี่ เจ้ากำลังตั้งครรภ์อยู่นะ อย่าคิดมากประเดี๋ยวจะกระทบกระเทือนต่อลูกของเราเล่า เจ้าคงจะหิวแล้วสินะ มาเถอะพี่จะพาเจ้าไปทานอาหาร " พอได้ยินน้ำเสียงติดน้อยใจของภรรยาก็ชวนกันมากินข้าว
" ขอบคุณท่านพี่เจ้าค่ะ "
ตัดไปที่เรือนเมฆเมฆา
" พวกเจ้าเก็บไปเถอะข้าอิ่มแล้ว "
" ฮูหยิน ช่วงนี้ท่านทานน้อยเกินไปแล้วนะเจ้า.... " พอเห็นฮูหยินตัวเองพูดแบบนี้อาจิ๋วก็พูดขัดขึ้นทันที แต่ยังไม่ทันพูดจบฮูหยินก็พูดห้ามซะก่อน
" พวกเจ้าไม่ต้องบ่นแล้ว เก็บไปเสีย เห็นแล้วข้าจะอาเจียน ยกออกไปเถอะ อ๋อ.. อาซิง เจ้าอยู่ก่อน " พอพูดแบบนี้ทั้ง 3 คนก็ยกอาหารออกไปทันที
" ฮูหยินมีสิ่งใดจะสั่งหรือเจ้าค่ะ " พออยู่กันสองคนอาซิงก็เอ่ยขึ้นทันที
" พรุ่งนี้นำโสมบำรุง ต้มแล้วนำไปส่งเรือนเมฆตะวันทีนะ" พอเห็นฮูหยินพูดแบบนี้อาซิงก็เอ่ยขึ้นทันที
" ฮูหยินมิได้นะเจ้าค่ะ ท่านจะทำเช่นนี้ไปทำไมกันเจ้าค่ะ โสมนั้นกว่าท่านจะหาซื้อมาได้ มิใช่เรื่องง่ายเลยนะเจ้าค่ะ อีกอย่างโสมนี้ท่านก็ต้องดื่มมันนะเจ้าค่ะ " อาซิงรีบแย้งทันที ถ้าหากพวกท่านชายรู้มีหวังนางได้โดนลงโทษเป็นแน่
" ทำตามที่เราสั่ง มิเช่นนั้นเราจะส่งเจ้ากลับแคว้นจ้าวไปเสีย " นางก็ไม่ยอมเช่นกัน พูดขู่เสียงเรียบ พอได้ยินเสียงนี้นั่นก็ทำให้อาซิงรู้ทันทีจวิ้นจู่ของนางกำลังจะโมโหนางแล้ว
" เจ้าค่ะฮูหยิน บ่าวจะทำตามคำสั่งของฮูหยินอย่าส่งบ่าวกลับไปเลยนะเจ้าค่ะ "
" เจ้าออกไปเถอะ " พอได้ยินเช่นนี้ก็ไล่ให้อาซิงออกไปทันที เพราะนางต้องการอยู่เพียงลำพัง
เช้าวันรุ่งขึ้น ยามรุ่งอรุณวันใหม่ นางก็ยังนอนดึกตื่นเช้าเช่นนี้ทุกวัน ผิดจากอีกคนที่ตอนนี้ยังไม่ลุกออกจากเตียงนอน ทั้งที่ตนเองพึ่งแต่งเข้ามาแท้ๆ สาวใช้ในจวนต่างชื่นชมฮูหยินน้อยหยางมากโข เพราะพวกเขาตื่นมายามใดไม่ว่าวันไหน ก็เห็นนางทำอาหารทุกอย่างอยู่ในครัวทุกเช้า นอกจากนั้นยังใจดีทำเผื่อพวกสาวใช้ด้วย ทุกคนในจวนจึงรักและเคารพนาง อย่างเช่นวันนี้ก็เช่นกัน
" ฮูหยิน ท่านไปพักเถอะเจ้าค่ะ พวกบ่าวทำเอง ท่านนอนดึกตื่นเช้าทุกวัน คงเหนื่อยแย่เลย มาเถอะนั่งพักสักหน่อยนะเจ้าค่ะ " พอได้ยินเช่นนั้นนางก็ส่งยิ้มหวานให้สาวใช้ในเรือนครัวทันที
" ถ้าอย่างนั้นก็ต้องรบกวนพวกเจ้าแล้ว ข้าขอตัวกลับไปอาบน้ำผลัดเปลี่ยนอาภรณ์ก่อน เคี้ยวอย่าหยุดเล่า ประเดี๋ยวจะไหม้เอาได้ " ก่อนจะไปออกไป นางก็ไม่ลืมกำซับอีกครั้ง
" เจ้าค่ะฮูหยิน "
โถงเรือนเมฆบุปผา
" หมิงเออร์ คาราวะท่านแม่ ท่านพ่อ พี่ใหญ่ เจ้าค่ะ " วันนี้ทุกคนอยู่พร้อมหน้าพร้อมตากัน พี่ใหญ่กลับจากไปติดต่อซื้อขายของต่างเมืองแล้ว และยังมีน้องสาวของฮูหยินเอกอีก
" หมิงเออร์ เจ้ามาแล้ว มานั่งข้างแม่เร็วเข้า "
" น้องสาวคาราวะพี่สะใภ้รองเจ้าค่ะ พี่สะใภ้รองงดงามสมคำล่ำลือจริงด้วย สมดั่งคำเรียกที่ว่า งดงามล่มเมือง งดงามราวเทพธิดาบนสวรรค์ " หยางเฟยหงส์ รีบยอบกายคาราวะพี่สะใภ้ทันที
" น้องสาวกล่าวชมเกินไปแล้ว เจ้าเองก็งดงามมิน้อยเลย ใยข้าไม่เคยพบเจ้าเลยเล่า " มันเป็นเรื่องจริงตั้งแต่ที่นางมาที่นี่ไม่เคยเห็นพี่ใหญ่และน้องสามเลย
" ข้าไปต่างเมืองกับพี่ใหญ่เจ้าค่ะ ข้ายังเสียดายที่มาไม่ทันวันมงคลของพี่สะใภ้อยู่เลย พี่สะใภ้ข้าได้ยินท่านทำขนมอร่อยมากใช่หรือไม่ ท่านสอนข้าได้หรือไม่เจ้าค่ะ "
" ย่อมได้อยู่แล้ว เริ่มวันนี้เลยดีหรือไม่เล่า "
" เจ้าค่ะ ขอบคุณพี่สะใภ้รองเจ้าค่ะ "
" ข้าเห็นพวกเจ้าเข้ากันได้ดีเช่นนี้ข้าก็ดีใจ คนแก่เช่นพวกข้าก็หมดห่วงแล้วล่ะ "
1 เค่อผ่านไป
" ท่านแม่ลูกกับเยว่เออร์ มาคาราวะน้ำชาท่านขอรับ "
" คนนี้คือ... ใครหรือเจ้าค่ะพี่รอง ? " พอเห็นคนใหม่เดินมาพร้อมพี่รองของนางก็เอ่ยถามทันที ส่วนผู้ที่ถูกถามก็ไม่กล้าตอบน้องสาวเพราะรู้จักนางดี นางไม่ชอบหลี่ซิงเยว่
" ฮูหยินรองของพี่รองเจ้า " เป็นท่านพ่อที่ตอบแทนเพราะเห็นลูกชายเงียบปาก
" หึ !! " พอได้ยินแบบนั้นก็ทำสีหน้าไม่พอใจทันที
" ท่านแม่เชิญดื่มน้ำชาเจ้าค่ะ / ขอรับ " หยางฮูหยินรับน้ำชาแล้วดื่มแม้จะไม่เต็มใจก็เถอะ เช่นเดียวกับผู้เป็นพ่อ
" ท่านพ่อเชิญดื่มน้ำชาเจ้าค่ะ / ขอรับ " รับแบบไม่เต็มใจเช่นหยางฮูหยิน แม้ใบหน้าจะยิ้มแย้มก็เถอะ ซิงเยว่กำลังจะลุกขึ้น ก็มีเสียงเด็กคนหนึ่งเอ่ยพูดขึ้นว่า
" ท่านลืมไปแล้วหรืออย่างไร ว่าต้องคำนับน้ำชาฮูหยินเอกด้วย ช่างไร้การอบรมสั่งสอนเสียจริง เรื่องเพียงเท่านี้ก็ไม่รู้เลยหรืออย่างไร " พูดจบพี่รอง ก็มองน้องสาวด้วยสายตาแข็งทันที ส่วนพ่อแม่พี่ใหญ่แอบยิ้มกับคำพูดจองน้องสาวและลูกสาวทันที
" พี่สะใภ้เจ้ากำลังตั้งครรภ์ไหนเลยจะคุกเข่านานได้เล่า เจ้ามีเหตุผลเสียบ้างน้องหญิง "
" ท่านพี่ช่างเถิด นางยังเล็กมากนัก " จากนั้นสาวใช้ของซิงเยว่ก็นำน้ำชาของตนไปให้กับเจ้านายทันที ซึ่งในน้ำชาผสมยาพิษที่เข็มก็ตรวจไม่พบอยู่ แต่มีอยู่ในปริมาณที่น้อย ไม่ถึงกับเสียชีวิต แต่ร่างกายจะอ่อนเพลียหากดื่มนานวัน
" ฮูหยินเชิญดื่มน้ำชาเจ้าค่ะ " นางลอบยิ้ม ทันทีที่เห็นฮูหยินผู้น้องกำลังจะดื่มน้ำชาแก้วนั้น แต่นางก็หยุดซะก่อนและเรียกสาวใช้ข้างกายทันที
" อาซิง เข้ามานี่ที " เอ่ยเรียกเพียงไม่นานสาวใช้ก็เข้ามา
" นำไปตรวจ ! และไปยกน้ำชาที่ข้าดื่มทุกวันเข้ามาให้นางทำใหม่ "
" เจ้าค่ะฮูหยิน "
" เหตุใดถึงต้องทำถึงเพียงนี้ เยว่าเออร์ ลุกขึ้นก่อนเถิด "
" หึ เมื่อมิได้ทำอะไรผิดใยต้องร้อนตัวเล่าท่านพี่ หรือว่าในน้ำชามีสิ่งใดงั้นหรือเจ้าค่ะ เช่นนั้นอาซิง ตรวจตรงนี้ ให้ทุกคนเห็นด้วย " สั่งการทันที แต่พอตรวจแล้วก็ไม่พบสิ่งผิดปกติ จึงยิ้มออกมา หากจะตรวจจริงๆ ก็พบ เพียงแต่นาง ไม่อยากให้เรื่องบานปลายไปมากกว่านี้
" เช่นข้าจะดื่มแก้วนี้ก็แล้วกัน จะได้มิเสียน้ำใจเจ้า ลุกขึ้นเถอะ " หลังจากนั้นนางก็ดื่มชาเพียงเล็กน้อย แม้จะรู้ว่ามีพิษ แต่นางก็ยังดื่ม เพื่อให้อีกฝ่ายสบายใจ
" ขออภัยด้วย ข้าคงเข้าใจผิดไปเอง ข้ามีเหตุที่ต้องทำเช่นนี้ เกรงว่าหากข้าเป็นอะไรไปในจวนแห่งนี้ พวกท่านคงยากที่จะเลี่ยงการถูกลงโทษ.....มิได้ " นางพูดเพียงเท่านี้ ท่านพ่อท่านแม่พี่ใหญ่ของนางคงเข้าใจ รวมถึงเจ้าตัวป่วนที่นั่งอยู่กับนางด้วย หลังจากที่ทานอาหารเสร็จก็พูดคุยกันเล็กน้อยแล้วก็แยกย้ายกันดังเช่นทุกวัน