บรรยากาศในเมืองหลวงแคว้นจ้าวบัดนี้ครึกครื้นยิ่งนัก หลังจากภัยภิบัติจบลงตอนนี้ก็ผ่านมาหลายเดือนบัดนี้ก็มาถึงเทศกาลซุนเจี๋ย หรือก็คือเทศกาลปีใหม่นั่นเอง วันนี้เป็นวันสุดท้ายของปี ในเมืองหลวงแคว้นจ้าวก็มีผู้คนมากหน้าหลายตา เดินเที่ยวชมเทศกาลงานในครั้งนี้มากมายนัก และวันนี้หนึ่งในคนมากมายก็มีอยู่คนหนึ่งที่กำลังออดอ้อนพ่อบุญธรรมขอออกไปเที่ยวเล่นนอกวังหลวง
" เสด็จพ่อบุญธรรมเพคะให้ลูกไปเที่ยวเล่นนอกวังหลวงเถอะนะเพคะ นะเพคะเสด็จพ่อบุญธรรม " ตอนนี้นางกำลังนั่งเขย่าแขนของคนที่ตนเรียกว่าพ่อบุญธรรม ซึ่งตลอดเวลาที่ผ่านมานางนั้นโดนลมเย็นมากไปจนหมดสติไปเกือบอาทิตย์อยู่ครั้งหนึ่ง จึงถูกสั่งพ่อบุญธรรมห้ามออกจากตำหนัก จนวันนี้ครบกำหนดที่ถูกกักบริเวณแล้วเลยมานั่งออดอ้อนอยู่แบบนี้
" ได้ๆ พ่อจะตามใจเจ้า แต่... ให้เกาเฉิงไปกับเจ้าด้วยก็แล้วกัน เขาจะได้ดูแลเจ้าได้ " เกาเฉิง ก็คือองครักษ์จากหน่วยองครักษ์จันทราม่วงประจำราชวงศ์ และมีหน้าที่ดูแลเชื้อพระวงศ์และราชนิกูลของราชวงศ์จ้าว
" ไม่เอา... ลูกมีพี่ฉางซิ่ว กับพี่ฉางซิว ก็พอแล้วเพคะ พี่เกาเฉิงไปด้วยเกรงว่า.... " นางยังพูดไม่ทันจบเสียงแม่บุญธรรมของนางก็เอ่ยสมทบกับเสด็จพ่อบุญธรรมของนางทันที
" แม่เห็นด้วยกับพ่อเจ้า หลินเออร์ เจ้าอย่าลืมว่าเจ้าคือองค์หญิงแห่งแคว้นเพียงพระองค์เดียวหากเจ้าเป็นอันใดขึ้นมาพ่อกับแม่จะอยู่อย่างไรเจ้าเคยคิดหรือไม่เล่า หลินเออร์เด็กดีทำตามที่พ่อเจ้าบอกเถอะลูกรัก " เป็นครั้งแรกที่เสด็จแม่บุญธรรมดุนางแม้จะเป็นการดุ แต่ก็ยังแสดงถึงความอ่อนโยนกับนางเสมอ
" ก็ได้เพคะ ลูกยอมพวกท่านแล้ว ขอพระทัยเสด็จพ่อ เสด็จแม่เพคะ ลูกรักพวกท่านมากๆ เลย " พูดจบก็เดินไปกอดคนนั้นที คนนี้ที เพราะต้องห่างไกลพ่อแม่ที่แท้จริง ทั้งสองจึงเป็นดั่งพ่อแม่ของนางในขณะนี้
" เสด็จพ่อลูกไปกับน้องหญิงได้หรือไม่พะย่ะค่ะ " เป็นพี่รองที่เอ่ยขึ้น จากนั้นก็พูดขึ้นทีล่ะคน จนตอนนี้ก็ตามกันไปทั้งหมด ส่วนทั้งสองพระองค์ก็ไม่เสด็จตามไปด้วย จากนั้นนางก็กลับตำหนักเปลี่ยนชุดเป็นผ้าฝ้ายธรรมดาและแต่งตัวเฉกเช่นบุรุษ ให้เข้ากับแก๊งค์พี่น้องทั้งหลายที่มีแต่บุรุษทั้งนั้น ถ้าพี่หญิงสี่นางยังอยู่ก็คงดีไม่น้อย
หน้าตำหนักเหวินฮวา
" ข้ามาแล้ว ไปกันเถอะ เหตุใดพวกท่านมองหน้าข้าเช่นนั้นเจ้าค่ะ " ถ้าอยู่ด้วยกันแค่พี่น้องจะพูดคุยกันธรรมดา ไม่ใช่คำราชาศัพท์
" ไยเจ้าแต่งตัวเฉกเช่นบุรุษเยี่ยงนี้เล่าน้องหญิง ? " จากนั้นทุกคนก็พูดเสริมว่า ใช่ๆ กันหมด
" ก็ดูพวกท่านสิเจ้าค่ะ มีแต่บุรุษเยี่ยงนี้ ฉางซิว ฉางซิง ก็แต่งตัวเฉกเช่นบุรุษ พี่เกาเฉิงอีกคน ข้าก็แต่งตัวให้กลมกลืนกับพวกท่านสิเจ้าค่ะ เหมือนคุณชายน้อยตระกูลอี้หรือไม่เจ้าค่ะ เอ่ยขอรับ " พอนางพูดแบบนี้ทุกคนก็หัวเราะออกมา จากนั้นก็เดินไปขึ้นรถม้าเพื่อออกจากวังหลวงมุ่งหน้าสู่ตลาดที่เป็นจุดศูนย์รวม
ตลาด......
" องค์หญิงท่านทรงระวังนะเพคะ ประเดี๋ยวจะตกรถม้าเอาได้ " เป็นอาซิง ที่ติดตามองค์หญิงนางมาเพียงคนเดียว ที่เหลือถูกสั่งห้าม
" อาซิง ตอนนี้เราคือคุณชายน้อยหลิน หาใช่องค์หญิง อย่าพูดแบบนี้อีกเข้าใจหรือไม่ " อี้หลินเอ่ยเตือนอีกฝ่ายอย่างเสียงเบา
" เจ้าค่ะคุณชาย อาซิงเข้าใจแล้วเจ้าค่ะ " อาซิงตอบเสียงหนักแน่นทันที องค์หญิงของนางนั้นเป็นคนที่ไม่ถือตัว เป็นกันเองกับทุกคนในตำหนัก เป็นที่กล่าวขานของนางกำนัลในวังหลวง
" คนเยอะระวังด้วยเล่า เดี๋ยวก็หลงกันอย่าวิ่งน้อง 5 น้อง 6 " เสียงสุนทรี ขององค์รัชทายาทเอ่ยขึ้นเตือนน้องเล็กทั้งสอง
" ขอรับท่านพี่อี้หลาน " ทั้งสองตกคำรับปากแล้วก็หยุดวิ่งทันที เดินไปเดินมาคนก็เริ่มมองเยอะขึ้นเรื่อยๆ เพราะองค์ชายทุกพระองค์นับว่าหน้าตาดีไม่ติเลยสักคน หล่อเหลา สเปคสาวๆทั้งเมืองหลวงเลยก็ว่าได้
" ท่านพี่ข้าไปรอที่โรงเตี้ยมนะขอรับ คนเริ่มเยอะแล้วข้ารู้สึกเหนื่อยๆ อีกแล้ว " เดินไปได้ไม่นานอี้หลินก็บอกองค์รัชทายาทที่อยู่ใกล้ที่สุด เพราะอาการนางกำลังจะกำเริบอีกแล้ว
" ได้ เช่นนั้นให้พี่รองไปกับเจ้าด้วย ดีหรือไม่ " เพราะเขาต้องดูแลน้องๆ คนอื่น มีแต่เจ้ารองที่ไว้วางใจได้ที่สุดในตอนนี้ จึงเอ่ยขึ้น นางไม่ตอบแต่พยักหน้าแทน จากนั้นก็แยกย้ายกันไปคนล่ะทาง นาง พี่รอง อาซิง และผู้ติดตามทั้ง 3 ไปอีกทาง ส่วนที่เหลือเมื่อเดินเที่ยวเสร็จก็บอกให้กลับวังหลวงไปก่อน เพราะนางต้องใช้เวลาสักพัก ถึงจะกลับไปที่นั่นได้ พอมาถึงโรงเตี๊ยมก็บอกเสี่ยวเออร์ ขอห้องพักที่ดีที่สุดของที่นี่ และห้องพิเศษ 1 ห้อง จากนั้นเขาก็พาไปที่ชั้น 3 ของร้านที่เป็นส่วนของที่พัก และสั่งห้ามใครขึ้นมารบกวน โดยมีองครักษ์ทั้งสามคนคอยเฝ้าหน้าห้อง
ในห้อง
"อะ..... อาซิง เริ่มเลยเราจะไม่ไหวแล้ว " นางบอกอาซิง ด้วยน้ำเสียงเบา และตะกุกตะกัก
" องค์หญิง ทรงอดทนไว้นะเพคะ ครั้งนี้อาจจะหนักกว่าครั้งก่อน องค์หญิง.... " อาซิงที่เดินออกมาจากหลังฉากกั้นในห้องอาบน้ำมาก็เห็นเลือดกองใหญ่อยู่ที่พื้น และองค์หญิงนอนอยู่บนพื้นห้อง เพราะนางเดินไปเตรียมน้ำอาบที่ผสมยาแก้พิษเอาไว้ให้องค์หญิง เพื่อที่จะได้ขับพิษออกดั่งเช่นทุกครั้ง
" องค์หญิง !! องค์หญิงเพคะ ฉางซิ่ว ฉางซิว พี่เกาเฉิง !! ใครก็ได้เข้ามาในห้องที " พอได้ยินเสียงเอะอะโวยวายทั้งสามก็กรูเข้ามาในห้องทันที ยังไม่ทันได้ถามอะไรมาก อาซิง ก็เรียกองครักษ์เงาประจำพระองค์ออกมาให้ไปแจ้งข่าวในวังหลวงทันทีว่าองค์หญิง หมดสติไปอีกแล้ว
" จางเหล่ย จางเหว่ย ไปแจ้งในวังหลวงว่าเราจะพาองค์หญิงกลับไปภายใน 10 นาที อย่าบอกว่าหมดสติไป เดี๋ยวทั้งสองพระองค์จะตกพระทัยอีก ไปได้แล้ว " พอสั่งเสร็จก็หันมาหาอีก 3 คน
" ฉางซิ่ว เจ้าไปแจ้งแก่คุณชายรอง ว่าเราจะกลับวังหลวงด่วนที่สุด กลับไปช้ากว่านี้องค์หญิงอาจจะมีอันตรายถึงชีวิตได้ " พอพูดจบ ฉางซิ่วก็ไปทันที
" เหตุใดองค์หญิงถึงเป็นเยี่ยงนี้อาซิง เจ้าดูแลพระองค์อย่างไร " เป็นเกาเฉิงที่ทำเสียงดุ เพราะเขามีหน้าที่ปกป้องและดูแลองค์หญิงด้วยชีวิต หากองค์เหนือหัวทรงทราบเขาคงไม่มีหัวพอจะให้ตัดได้แน่
" ช่างเถอะ รีบพาองค์หญิงกลับวังหลวงก่อนเถอะ " เกาเฉิงอุ้มองค์หญิงลงไปเพื่อขึ้นรถม้าทันที เพราะองค์ชายเตรียมไว้ให้แล้วหลังจากรู้ข่าว
ห้วงความฝันขององค์หญิงจ้าวอี้หลิน
' ที่นี่ที่ใดกันเหตุใดจึงมืดปานนี้ เสด็จพ่อ เสด็จแม่ พี่ชาย ทุกคนอยู่ที่ใด หลินเออร์กลัว ช่วยหลินเออร์ที ' บรรยากาศดูวังเวงและมืดไปหมดไม่ว่าจะเดินไปที่ใดก็มืดสนิท แต่อยู่ๆ ก็มีแสงสีขาวคลายกลุ่มควันหมอก ที่สาดส่องใส่ตาจนต้องยกมือบังเอาไว้ พอเพ่งมองไปข้างหน้านางก็เห็นท่านแม่แท้ๆ ของนาง ที่ยืนยิ้มแย้มให้นางอยู่ พอนางเดินไปใกล้แม่นางก็เอ่ยขึ้นกับนางว่า
' หมิงเออร์ ไม่สิแม่ต้องเรียกเจ้าว่าหลินเออร์ ถึงจะถูก ใช่หรือไม่ลูกรัก แต่ไม่ว่าจะเป็นหมิงเออร์ หรือ หลินเออร์ แต่เจ้าก็คือเด็กน้อยตัวเล็กๆ ในสายตาของแม่ แม่รักเจ้ามาก แต่ที่แม่ต้องจากไป เพราะแม่มิมีสิ่งใดให้ห่วงอีกแล้ว เจ้ามีเสด็จพ่อ เสด็จแม่ บุญธรรมที่คอยดูแลเอาใจใส่เจ้า แม่ก็ดีใจแล้ว หลินเออร์ เจ้าดูแลตนเองให้ดี แม่ไม่สามารถดูแลเจ้าได้อีกต่อไปแล้ว จากนี้เจ้าจะต้องเป็นเด็กดี เชื่อฟังเสด็จพ่อเสด็จแม่บุญธรรมของเจ้าให้มากเข้าใจหรือไม่เด็กดีของแม่ ' เป็นการร่ายยาวที่นางรู้สึกเศร้าเหลือเกิน ท่านแม่ ท่านพูดอันใดกัน นี่คือความคิดของนาง
เพราะนางอยู่ที่จวนหลี่ครึ่งปีแบบทรมานเหลือเกินคำบรรยาย สามีที่เคยรักและใส่ใจกลับใจร้าย ด่าทอ ลงไม้ลงมือ และสุดท้ายคือรวมหัวกันกับฮูหยินรอง วางยาพิษนางอีก เพราะเขาถูกฮูหยินรองเป่าหู จนเสียคน ทั้งที่เขารับรู้ว่านางเป็นใครแต่ก็ยังทำ โดยไม่เกรงกลัวสิ่งใด
' ท่านแม่ลูกอกตัญญูต่อท่าน ลูกทำให้ท่านต้องลำบากไปอยู่ที่นั่นโดยมิมีพวกเราสามพี่น้อง ท่านแม่ท่านสบายดีใช่หรือไม่เจ้าค่ะ ข้างก็รักท่านเจ้าค่ะ ท่านแม่มิต้องห่วง หลินเออร์ ดูแลตัวเองได้แล้ว ไว้หายดีเมื่อใดหลินเออร์ จะกลับไปเยี่ยมท่านดีหรือไม่ ' นางพูดทั้งที่ยังโอบกอดมารดาผู้ให้กำเนิดนาง
' แม่จะต้องไปแล้ว เจ้ากลับไปเถิดนะ ทุกคนรอเจ้ากลับไปอยู่ ' หลังจากพูดจบแม่ของนางก็ค่อยๆ มะลายหายไป
' ท่านแม่ ท่านแม่!!! ' นางเอ่ยเรียกมารดาทั้งน้ำตา
ปัจจุบัน
ตำหนักเหวินฮวา
พอกลับมาถึงตำหนักทุกคนที่ข่าวก็มาอยู่ที่ตำหนักกันหมด
" หลินเออร์ เป็นเช่นไรบ้างหมอหลวง ลูกสาวข้าเป็นเช่นไรบ้าง " เสียงสรุนทรี ขององค์ฮ่องเต้เอ่ยถามหมอหลวงด้วยความร้อนใจ จนหมอหลวงทั้ง 5 คนปาดเหงื่อแล้วปาดเหงื่ออีก
" หากองค์หญิงทรงผ่านคืนนี้ไปมิได้ ก็หมดหนทางแล้วพะย่ะค่ะ พวกกระหม่อมไร้ความสามารถ ของฝ่าบาททรงลงโทษด้วยเถิดพะย่ะค่ะ " พอพูดจบก็หมอบคำนับ องค์เหนือหัวทันทีด้วยความกลัวว่า หากองค์หญิงพระองค์นี้ทรงเป็นอันใดไป หัวคงไม่ได้อยู่บนบ่าแน่นอน
ส่วนทางด้าน นางกำนัล ข้ารับใช้ที่รับใช้องค์หญิงต่างพากันร้องไห้กันหมด เพราะตรวจชีพจรตอนกลับมาถึง มันอ่อนมากจนยื้อต่อไม่ไหว ทั้งตำหนักตอนนี้มีแต่เสียงร่ำไห้
" หลินเออร์ ฮื่อ หลินเฮอร์เจ้ากลับมาหาแม่ กลับมาหาพ่อเจ้าเถอะ ฮือ ":ฮองเฮาพูดทั้งน้ำตา แม้นางจะไม่ใช่ลูกแท้ๆ แต่ก็นางก็รักลูกสาวคนนี้มาก พอพี่ชายทั้งสองที่อยู่ค่ายทหารได้ข่าว ก็รีบร้อนรุดออกมาทันที เพราะพี่ชายใหญ่ของนางมียาถอนพิษที่องค์ซื่อจื่อ สั่งทำพิเศษให้กับนาง หลังจากรู้จากตัวพี่ชายใหญ่ว่านางถูกพิษสาเนิ่นนานแล้ว เขาจึงตามหาหมอเทวดาปรุงยาชนิดนี้ขึ้น พอมาถึงก็ตรงไปหาน้องสาวทันที
" พระนาง กระหม่อมขออนุญาตนะพะย่ะค่ะ " เขาเอ่ยปากขออนุญาตจากเสด็จป้าฮองเฮาทันที พอเห็นพระนางพยักหน้า ก็จับตัวน้องสาวขึ้นพิงตัวของตนทันทีจากนั้นก็จัดการป้อนยาเม็ดนั่นไปทันทีเช่นกัน กินไปไม่นานก็กระอักเลือดออกมาเป็นสีดำ ซึ่งก็หมายถึงมีพิษ ทุกการกระทำอยู่ในสายตาทุกคน จากนั้นองค์ฮ่องเต้ก็สั่งให้หมอหลวงไปตรวจทันที
" เป็นอย่างไรบ้างหมอหลวง " เสียงฮ่องเต้ถามขึ้นทันที
" ดี ดียิ่งนักพะย่ะค่ะ ชีพจรขององค์หญิงกลับมาเป็นปกติแล้วพะย่ะค่ะฝ่าบาท คราวนี้พิษในร่างกายขององค์หญิงกำจัดหมดสิ้นแล้วพะย่ะค่ะฝ่าบาท ขอแสดงความยินดีกับพระองค์ด้วย ท่านชาย ข้าขอเรียนถามท่านได้หรือไม่พะย่ะค่ะ " จากนั้นหมอหลวงก็หันไปถามท่านชายใหญ่ทันที
" เชิญท่านหมอถามมาเถิดขอรับ " เพราะเขารู้ว่าหมอหลวงต้องถามเรื่องยานั่นแน่ เขาจึงขอสูตรยาตัวนี้ กับองค์ซื่อจื่อแต่กลับบอกไม่ได้เพราะมันเป็นความลับระหว่างเขากับหมอเทวดาคนนั้น เพราะยามีเพียง 10 เม็ดเท่านั้น ซึ่งตอนนี้ในมือเขามีเพียง 5 เม็ด และอีก 5 เม็ดอยู่ที่เขา
" ยานี้ท่านได้มาจากที่ใด " หมอหลวงถามอย่างสุภาพน้อบน้อม เพราะเขาก็ถือเป็นเชื้อพระวงศ์และราชนิกูลคนหนึ่ง
" ข้าได้มาจากองค์ซื่อจื่อแคว้นอันเมื่อ 5 วันก่อน เพราะเขามาเยี่ยมข้า จึงนำยานี้มาให้ข้าด้วย เพราะพระองค์รู้ว่านางโดนพิษ " เขาตอบกลับทันที
" เรียนถามท่านชาย นามของท่านหมอผู้นั้นใช่ จางเหวินเหวิน ใช่หรือไม่ " หนึ่งใน 5 หม่อมหลวงพูดขึ้นทันที
" ขอรับ ท่านรู้ได้เช่นไร " ไม่บอกสูตรยา แต่รู้แค่นามของผู้ปรุงยา
" เขาคืออาจารย์ที่สั่งสอนข้าเองพะย่ะค่ะ แต่ยาสูตรนี้มีเพียงเขาที่ทำมันสำเร็จ " เขาอธิบาย เพราะพยายามเรียนยาสูตรนี้มาตลอดที่อยู่กับอาจารย์ แต่เขาก็ไม่เคยทำมันสำเร็จเลยสักครั้ง เพียงไม่นานนางก็ละเมอออกมาโดยการเรียกหาท่านแม่ผู้ให้กำเนิดตนเองทันที
" ท่านแม่ ท่านแม่อย่าทิ้งลูกไป ท่านแม่กลับมา ท่านแม่ !!! " พอเห็นน้องสาวของตนละเมอหาท่านแม่ ผู้เป็นแม่บุญธรรมก็เลยเข้ามาปลอมใจนาง
" หลินเออร์ เจ้าฟื้นแล้ว ช่างดียิ่งนัก ดียิ่งนัก " ฮองเฮาพูดทั้งน้ำตา จนนางที่พอฟื้นขึ้นมาก็เห็นคนอยู่เต็มห้องไปหมด แต่พอเห็นหน้าพี่ชายแท้ๆ ทั้งสองก็น้ำตาไหลออกมา
" ท่านพี่ ท่านแม่ !! ฮึก ฮื่อ !! " พูดทั้งน้ำตาพอพี่ชายทั้งสองเห็นแบบนั้นก็เข้ามากอดและปลอบโยนน้องสาว และเอ่ยถามในประโยคถัดมาว่าเกิดสิ่งใดขึ้นถึงได้เรียกหาแต่ท่านแม่
" เหตุใดพอพูดถึงท่านแม่แล้วไยเจ้าต้องร้องไห้เล่าน้องพี่ " พี่ชายใหญ่เอ่ยถามน้องสาวในขณะที่จับมือน้องสาวไปด้วย
" ทะ...ท่านพี่ใหญ่ ท่านแม่ ฮึก ฮือ ท่านแม่ บะ...บอกว่า ฮึก ฮือ " นางเอาแต่ร้องไห้ไม่หยุดจนคนเป็นพี่ชายฟังไม่เข้าใจจนเผลอทำเสียงดุใส่น้องสาว
" บอกว่าสิ่งใด เจ้าหยุดร้องไห้ประเดี๋ยวนี้ ถ้าเจ้ายังเอาแต่ร้องไห้เช่นนี้ พี่ฟังมิรู้เรื่อง เข้าใจหรือไม่ !!! " พอเห็นพี่ชายพุดแบบนั้นก็ร้องหนักกว่าเดิม จนรัชทายาทเอ่ยเตือนญาติผู้น้อง
" เจ้าพูดกับนางดีๆ สิอาเว่ย ดูสิเจ้าดุนางเช่นนี้นางกลัวเจ้าไปหมดแล้วนั่น " พอเห็นรัชทายาทพูดก็ทำเสียงอ่อนและเอ่ยขอโทษน้องสาว
" หลินเออร์ พี่ขอโทษ พี่มิได้ตั้งใจว่าเจ้า ท่านแม่พูดว่า อันใด ไยเจ้าจึงร้องไห้แบบนี้บอกพี่ได้หรือไม่ หืม " พูดด้วยน้ำเสียงอ่อนโยนพร้อมทั้งกอดปลอบและลูบหัวน้องสาวเบาๆ พอเห็นน้องสาวหยุดร้องไห้แล้ว ก็พอใจและนางก็ตอบออกมาว่า
" ท่านแม่พูดว่า ' แม่จะต้องไปแล้ว เจ้ากลับไปเถิดนะ ทุกคนรอเจ้ากลับไปอยู่ ' ท่านพี่ใหญ่ท่านแม่จะไปที่ใด ไยท่านแม่ ถึงพูดอย่างกับจะจากไปเช่นนี้ ท่านพี่ใหญ่ข้าอยากกลับไปแคว้นอัน ข้าอยากกลับไปหาท่านแม่ " พอคิดถึงท่านแม่ทีไร นางก็ร้องไห้โวยวายขึ้นมาอีกที จนทุกคนพลอยสงสารนางไปด้วย เพราะทุกคนรู้ว่านางเจ็บปวดเพียงใด
" ฮึก ฮือ !!! " ร้องไห้ฟูมฟาย พ่อบุญธรรมเห็นลูกสาวคนนี้ เป็นเช่นนี้จึงบอกหมอหลวงสั่งยาสงบจิตใจให้บุตรสาวดื่มทันที หากนางยังเป็นเช่นนี้ไปเรื่อยๆ สักวันนางต้องไปอาละวาดที่จวนหลี่แน่ๆ บุตรสาวของเขาดื้อรั้นแค่ไหนเขารู้ดี รอไม่นานยาต้มก็มาถึง ฮองเฮาเป็นผู้รับหน้าที่ป้อนยาบุตรสาว เพราะพี่ชายต้องรีบไปปรึกษากับองค์รัชทายาท และองค์ฮ่องเต้ว่าจะเอายังไงกับเรื่องนี้
" หลินเออร์ ดื่มยาก่อนดีหรือไม่ จะได้หายเร็วๆ จะได้กลับไปหาท่านแม่เร็วๆ ดีหรือไม่ " ฮองเฮาพูดขึ้นแบบนี้ นางก็ยอมดื่มยาแต่โดยดี เพราะนางอยากกลับไปรับท่านแม่มาอยู่ที่นี่ด้วยกัน มิใช่พอพวกนางมาที่นี่ ท่านแม่ก็ไปที่นั่น นางรู้ดีว่าตอนนี้ท่านพ่อหมดรักท่านแม่แล้วเป็นแน่ นาวต้องขอให้เสด็จน้าออกราชโองการหย่าให้เสด็จแม่นางให้ได้
" หลินเออร์เด็กดี เจ้ายังมีแม่อีกคนนะลูก แม่รักและพร้อมช่วยเหลือทุกการตัดสินใจของเจ้า ขอเพียงแต่สิ่งนั้นไม่ผิดกฎหมาย แม่พร้อมสนับสนุนเจ้า จำไว้ ใครจะเป็นอย่างไรก็ช่าง แต่ตอนนี้เจ้าคือบุตรสาวของแม่ เจ้าคือองค์หญิงแคว้นจ้าว หาใช่คุณหนูสกุลหลี่ เจ้ามีฐานะที่สูงส่ง มีเกียรติและศักดิ์ศรี มีสายเลือดราชวงศ์และราชนิกูล เข้าใจใช่หรือไม่ " พอเห็นแม่บุญธรรมพูดแบบนี้นางก็กอดแม่บุญธรรมแน่นเลย พอกอดได้ไม่ได้นางก็หลับไป เพราะฤทธิ์ยาสงบจิตใจ องค์ฮองเฮานั่งมองหน้าบุตรีสักพักก็เดินออกไป และสั่งให้นางกำนัลเฝ้าบุตรสาวให้ดี