" จวิ้นจู่ เอ้ย .. คุณหนูขอรับเรียบร้อยแล้วขอรับ " พอไปทำงานของตนเสร็จเรียบร้อยก็กลับมารายการคุณหนูของตน
" อืม ขอบใจเจ้ามากนะ " พูดจบก็ยิ้มตาหยีป๋าให้องครักษ์ของตน ทั้งสองอายุมากกว่านาง 6-7 หนาว และดูแลนางมาอย่างนี้ตั้งแต่ 4 หนาว จนตอนนี้อายุ 15-16 หนาว
" หามิได้ขอรับ คุณหนูเป็นผู้มีพระคุณต่อข้า ไหนเลยข้าน้อยจะรับคำขอบคุณจากคุณหนูได้เล่าขอรับ " คุณหนูของเขาเห็นถึงผู้สูงศักดิ์ของแคว้นจ้าว ไหนเลยพวกเขาจะรับคำขอบคุณนี้ได้เล่า คุณหนูคนนี้ของพวกเขาหาใช่คุณหนูที่เอาแต่ใจ ขี้เหวี่ยงขี้วีนเหมือนคุณหนูบ้านอื่นเป็นกัน
" ดูพวกเจ้าแต่ละคนสิ นิสัยเหมือนกันมิมีผิด เราคร้านจะพูดกับพวกเจ้าแล้ว " พอได้ยินองครักษ์พูดแบบนี้คุณหนูนางก็บ่นให้พวกเขาว่าคร้านจะพูดกับเขา แต่ไหนเลยคุณหนูของพวกเขาจะทำได้เล่า ไม่มีใครรู้ดีไปกว่าคนที่ดูแลคุณหนูมาตั้งแต่เล็กอย่างพวกเขาอีกแล้ว
อีกฟ้ากของตลาดเมืองหลวง
ในตลาดเมืองหลวงแห่งนี้ในเวลานี้ไม่มีใครไม่พูดถึงเรื่องของคุณหนูสามตระกลูหลี่ หรือคุณหนูเล็กหลี่หมิงหมิง บุตรคันเล็กท่านเสนาบดีกรมพิธีการหลี่ ที่ถูกคุณชายรอง หยางเฟยเทียน มาที่ตระกูลเพื่อพูดคุยเรื่องถอนหมั้นแต่... อีกฝ่ายกลับไม่ยินยอมหลีกทางให้กับ คนที่รักกัน บ้างก็ว่าไม่เห็นใจพี่สาวที่มีวาสนารักกับคุณชายผู้นี้ บ้างก็ว่าคุณหนูเล็กคนนี้ใจจืดใจดำ ไม่เห็นแก่พี่น้อง แต่ทุกคนกลับไม่รู้ความจริงว่าเรื่องราวมันเป็นอย่างไร แต่ทุกคนกลับตัดสินไปแล้วว่าคนผิดคือคุณหนูเล็ก แต่คุณหนูผู้นี้นั่นไหนเลยจะสนใจเรื่องพันธุ์นี้ เธอเป็นใคร พวกเขาเป็นใคร นางเป็นยังไง ไหนเลยจะมีใครรู้ดีไปกว่าตัวนางเองกันเล่า
โรงน้ำชาอวิ๋นหลง
" นี่เจ้ารู้หรือไม่คุณหนูหลี่ผู้นั้นช่างใจจืดใจดำเสียจริง ขัดขวางเส้นวาสนาคุณหนูใหญ่ กับคุณชายรองหยาง " คนที่พูดเป็นใครไปมิได้นอกเสียจากศัตรูตัวฉกาจของคุณหนูเล็กหลี่ อย่างคุณหนูรองตระกูลเว่ย หรือก็คือเว่ยเย่วซิน ที่เป็นสหายของคุณหนูใหญ่สกุลหลี่ เธอเกิดจากฮูหยินรองของท่านรองเสนาบดีกรมโยธา
" นั้นน่ะสิ ช่างใจอำมหิตเสียจริง ไม่สงสารพี่สาวหรืออย่างไร ข้าล่ะสงสารคุณหนูใหญ่เสียจริง " คราวนี้เป็นคุณหนูสามเฉินอี้อี้
" พวกเจ้าพูดถูก อย่าให้ข้าเจอนะ จะพูดให้ไม่อยากก้าวขาออกจากเรือนเลยคอยดู "
" ช่างเถิด ข้ากับท่านพี่เฟยเทียนไร้วาสนาต่อกันแล้ว พวกเจ้าก็อย่าพูดถึงมันอีกเลยนะ " หลี่... ตีหน้าเศร้าเล่าความเท็จ ทำหน้าเหมือนเสียอกเสียใจ ทั้งที่ในใจไม่เคยรู้สึกอย่างที่พูดเลย
" เมื่อไหร่เจ้าจะเลิกใจอ่อนเช่นนี้สักทีเยว่เออ เจ้าจะไม่โกรธนางเลยรึอย่างไรกัน " เสิ่นอวี้ถิง คุณใหญ่ที่เกิดจากฮูหยินเอก กับท่านคหบดีเสิ่น
" นั่นสิเยว่เออ ช่างใจเมตตาเสียจริง "
หน้าโรงน้ำชาอวิ๋นหลง
" คุณหนูท่านแน่ใจหรือเจ้าค่ะว่าจะเข้าไปจริงๆ กลับจวนกันดีหรือไม่ " อาจินเอ่ยขึ้น
" ไม่ ถ้าเรากลับไปก็เท่ากับว่าเรายอมรับมันว่าเป็นเรื่องจริงน่ะซิ " นางย่อมมีเหตุผลที่ต้องยืนหยัดแบบนี้
"คุณหนูเชิญขอรับเชิญ รับอะไรดีขอรับ " เสี่ยวเออร์ของร้านออกมาตอนรับด้วยใบหน้ามีรอยยิ้ม
" ชา 1 กา ขนมหวาน 3-4 อย่าง ก็พอเจ้าค่ะ " นางหันไปพูดกับเสี่ยวเออร์ ด้วยเสียงหวานและรอยยิ้ม
" ขอรับ เชิญคุณเดินตามข้ามาขอรับ " กำลังจะเดินไปชั้นสองก็มีเสียงหนึ่งพูดขึ้นว่า
" โอ๊ะ นี่มันคุณหนูสามหลี่ มิใช่หรือ เหตุใดถึงกล้าก้าวออกจากเรือนในเวลาเช่นนี้ได้ เป็นข้าข้าไมากล้าออกมาหรอกนะ " เสียงพูดขึ้นจากหนึ่งในคุณหนูทั้ง 5 คนที่นั่งอยู่ในโต๊ะก่อนหน้านี้
" นั่นสิ เป็นข้า ข้าก็ไม่กล้าออกมาหรอก " พูดจบก็หัวเราะเสียงดัง
' หึ ดูท่าถ้าข้าไม่เสวนาด้วยก็คงจะเป็นการไร้มารยาทเสียแล้วล่ะ '
' คุณหนูท่านนี้ช่างหาเรื่องใส่ตัวเสียจริง ' สาวรับใช้คนสนิทของคุณหนูคนที่ถูกกล่าวหาคิดในใจ
" ขออภัย คุณหนูท่านนี้ท่านรู้จักข้าดีเสียเหลือเกินนะเจ้าค่ะ ท่านเห็นกับตาตัวเองอย่างนั้นหรือเจ้าค่ะ ถึงได้พูดจา..... " จากนั้นนางก็ใช้สาตาดูถูกมองตั้งแต่หัวจรดเท้า
" ไร้ มา ร ยาท เช่นนี้ อย่างกับขาดการอบรมสั่งสอนจากผู้เป็นบิดามารดาเสียอย่างนั่น อ๋อ !! หรือจะให้ข้าส่งคนไปสอนท่านที่เรือนดีหรือไม่เจ้าค่ะ " นางเน้นคำว่าไร้มารยาทและพูดต่อด้วยน้ำเสียงที่แข็งทื่อพร้อมด้วยสายตาที่เย็นชาราวกับน้ำแข็ง ที่ใครเห็นก็ต้องหวั่นกลัว นางไม่ใช่สตรีที่อ่อนแอไร้ทางสู้ ใครร้ายมานางก็ร้ายกลับ ใครดีกับนาง นางก็ดีกลับ
" จะ.... เจ้า !! "
" โอ้ว !! เป็นอะไรไปอย่างนั้นหรือเจ้าค่ะ พูดไม่ออกเชียวหรือเจ้าค่ะ ไม่ต้องกลัวพูดออกมาเถอะข้ารอฟังท่านอยู่นะเจ้าค่ะ " นอกจากน้ำเสียงที่แข็งทื่อและสายตาที่เย็นชา นางยังยียวนกวนประสาทไปอีกด้วย
" ก่อนที่ท่านจะพูดกล่าวหาให้ใครเสียหาย ท่านควรสืบข่าวความจริงด้วยนะเจ้าค่ะ ข้าจะบอกท่านเอาไว้อย่างหนึ่งนะเจ้าค่ะ ข้ากับคุณชายรองฟาง ดราสองคนมีพันธะหมั้นหมายกันตั้งข้า 10 ขวบ ถ้านับดูแล้วตอนนี้ก็..... " นางทำท่าทางนับนิ้วมือไปด้วย และมองหน้าไปด้วย และเอ๋ยขึ้นว่า
" ตอนนี้ก็ 5 ปีพอดีเจ้าค่ะ ท่านจะบอกว่าข้ามาทีหลังแล้วแย่งคนรักของใครมิได้นะเจ้าค่ะ เพราะข้ามาก่อน และท่านลุง ท่านป้า ก็ยอมรับในตัวข้า หาใช่คนอื่นไม่ " พูดถึงประโยคสุดท้ายนางก็ชำเลืองมองไปยังพี่สาวที่แสนดีต่อหน้าคนอื่นข้างนอก แต่กลับแย่งทุกอย่างที่เป็นของนางตั้งแต่เล็กจนโต
" ไปกันเถอะอาจิน อาจิ๋ว " พูดจบก็ชวนสองสาวขึ้นไปชั้น 2 ที่เป็นห้องส่วนตัวทันที ซึ่งวันนี้นางนัดกับพี่ชายทั้งสองของนาง นั่นก็คือพี่ใหญ่ และพี่รอง ที่กลับมาเพราะรู้ข่าวว่าทางนั้นจะมาถอนหมั้นน้องสาวสุดที่รักที่เป็นดั่งแก้วตาดวงใจของพวกเขา
ชั้น 2 ห้อง จิ๋วอี้หลง
ห้องประจำของสามพี่น้อง ที่เวลามีเรื่องอะไรก็นัดกันมาที่นี่ ไม่คุยที่จวน เพราะไม่ปลอดภัย
" ท่านพี่ คิดถึงพวกท่านที่สุดเลย ท่านพี่รองเล่าเจ้าค่ะ " พอมาถึงก็เจอแต่พี่ใหญ่ของนางที่ตอนนี้ทำหน้ายักษ์วัดแจ้งใส่นาง
" อยู่นี่ ใครบ่นคิดถึงพี่รองกัน " เสียงมาก่อนตัวหาใช่ใครที่ไหนนอกเสียจากพี่รองสุดหล่อของนาง ' สุดท้ายพี่รองก็มาได้สักที นึกว่าจะโดนพี่ใหญ่สอบสวนซะแล้ว '
" ข้าเองเจ้าค่ะ พี่รองรับมาช่วยน้องเลยนะเจ้าค่ะ พี่ใหญ่ทำหน้าดุเหมือนยักษ์ใส่น้องอีกแล้ว " ได้ทีนางก็ฟ้องพี่รองของนางทันที เพราะตัวช่วย นอกจากพี่สาม กับพี่หญิงรอง ก็มีพี่รองของนาง
" ไม่ต้องมาทำหน้าอ้อนเจ้ารองเลยนะ สารภาพมา ไอ้หน้า.... มันมาทำอะไรที่จวนเมื่อช่วงสาย บอกพี่มาให้หมด ห้ามโกหก ถ้าโกหกรู้ใช่ไหมจะโดนอะไร ? " เนี้ยขู่น้องอีกแล้ว นี่แหละชีวิตประจำวันพี่ใหญ่
" พูดแล้วๆ ก็..... " จากนั้นก็เล่าทุกอย่างให้ฟังไม่ขาดแม้แต่คำเดียว
ปัง !! เสียงจอกชากระทบโต๊ะดังปังไม่ใช่ใครที่ไหนทำหรอก ก็พี่ใหญ่ของนางนั่นแหละ
" มันคิดว่ามันเป็นใคร ถึงได้ทำเรื่องหยามเกียรติน้องเช่นนี้ อย่าให้พี่เจอมันนะ พี่สัญญาเลยว่ามิมันก็พี่ต้องตายกันไปข้างหนึ่ง กล้าดีอย่างไรมาทำแบบนี้กับน้องสาวคนเดียวของพวกเรา ถอนหมั้นไปซะ !!! พี่ไม่อนุญาตให้น้องแต่งงานกับมันแล้ว เข้าใจหรือไม่น้องหญิง " โกรธเป็นฟืนเป็นไฟขึ้นมาเลยทีเดียวเชียว จนนางได้แต่นั่งตัวลีบไปแล้วในขณะนี้ เพราะไม่เคยเห็นพี่ใหญ่โกรธขนาดนี้
" มะ...ไม่ ไม่นะพี่ใหญ่ พี่รองช่วยน้องด้วย พี่รอง !! " พอนางพูดแบบนี้พี่ใหญ่ของนางก็ส่งสายตาดุมาทันที จนต้องออดอ้อนพี่รองของนางให้ช่วย
" ท่านพี่เห็นแกความสุขของน้องเล็กเถอะนะ เห็นแกท่านลุง ท่านป้าก็ได้ ดีหรือไม่ขอรับ ยังไงซะท่านลุง ท่านป้า ก็รักและเอ็นดูน้องหญิงมาตลอด "
" ได้ !! ครั้งนี้ครั้งสุดท้าย ถ้ามันทำให้น้องเล็กเสียน้ำตาแม้แต่หยดเดียว มันจะได้รู้ว่าอยู่ไม่สู้ตายเป็นอย่างไร เข้าใจหรือไม่น้องเล็ก "
" เจ้าค่ะ น้องรักพี่ใหญ่กับพี่รองที่สุดเลย ขอบคุณเจ้าค่ะ พี่ใหญ่ พี่รอง " พูดจบเธอก็ลุกไปกอดพี่ชายทั้งสองทันที
" เจ้าตัวแสบ อย่าทำให้เสด็จแม่ต้องเป็นห่วงเข้าใจหรือไม่ เสด็จแม่ส่งจดหมายมาบอกแล้วว่าจะมางานมงคลของเจ้า " พอพี่ใหญ่พูดแบบนี้นางฉีกยิ้มกว้างขึ้นมาทันที
" ดีจริง ดีจริงๆ ในที่สุดเสด็จแม่ก็กลับมาหาน้องสักที เสด็จยายมาด้วยหรือไม่เจ้าค่ะ น้องคิดถึงเสด็จยาย "
" เสด็จยายอายุมากแล้วเดินทางไกลไม่ได้ ไว้หลังแต่งงานเจ้า ค่อยไปเยี่ยมเสด็จยายดีหรือไม่ ? " พี่รองพูดขึ้นมาทันที
" ได้เจ้าค่ะ แต่...... น้องกลัวว่า..... "
" ไม่ต้องกลัว พี่จะไปรับเจ้าด้วยตนเอง ดีหรือไม่ ? " พี่ใหญ่ของนางก็ยังเป็นคนที่รักและเข้าใจนางเป็นที่สุด พี่รองของนางเองก็ด้วย
" พี่ใหญ่ พี่รอง ท่านจะกลับวันไหนหรือเจ้าค่ะ แล้วจะกลับมาอีกทีเมื่อไหร่เจ้าค่ะ ข้าไม่อยากให้พวกท่านไปเลยเจ้าค่ะ " พูดไปทำหน้าเศร้าสลดไป เพราะไม่ใครดีกับนางเลยสักคนเดียว นอกจากท่านพ่อ และท่านพี่ของนาง
" อีกไม่นาน รอพี่กลับมา พี่ต้องกลับมาหาเจ้า ใครรังแกเจ้าก็ส่งจดหมายไปแล้วพี่จะรีบมา เข้าใจหรือ..... " ยังไม่ทันพูดจบข้างนอกก็มีเสียงเอะอะเสียงดังเกิดขึ้นที่หน้าห้อง
ด้านนอก
" คุณชายเข้าไม่ได้นะเจ้าค่ะ คุณยังไม่ได้อนุญาตเลย คุณชายอย่าทำให้บ่าวลำบากใจเลยเจ้าค่ะ "
" ทำจะเข้าไปมิได้ หรือนางแอบนัดพบใคร โดยที่ข้าที่เป็นคู่หมายยังอยู่.... "
" เชิญคุณชายขอรับ " จางซิว องครักษ์ของพี่ใหญ่ ออกมาตามคำสั่งของเจ้านาย
ด้านใน
พอเข้ามาแล้วก็เห็นนางนั่งอยู่กับพี่รองของนาง แต่อีกคนหนึ่งเขาไม่เคยเจอมาก่อน เพราะพี่ใหญ่ของนางปกติจะสวมหน้ากากครึ่งหน้า ไม่เปิดเผยตัวตนเช่นวันนี้ พี่รองของนางเขาเคยเจอแล้ว แต่มันก็นานมากแล้วเช่นกัน
" ดีนักนะหลี่หมิงหมิง ดีจริงๆ ช่างดีเสียเหลือเกิน เจ้าทำแบบนี้ได้เยี่ยงไร แอบนัดพบชายอื่นที่ไม่ใช่คู่หมาย เจ้ารู้ความผิดหรือไม่หลี่หมิงหมิง " ตั้งแต่เดินเข้ามาเขาก็ยังไม่หยุดพูดจาใส่ร้ายป้ายสีเธอเลยแม้แต่น้อย
" เจ้ากล่าวหาเราเกินไปหรือไม่หยางเฟยเทียน ทีท่านแอบนัดพบพี่หญิงของข้า แอบมีอะไรกัน ข้าที่เป็นคู่หมายยังมิพูดสิ่งใดออกมา แล้วเจ้าเล่า เห็นแค่นี้กลับกล่าวหาข้า ว่าแอบนัดพบชู้ แอบนัดพบชายอื่น เจ้าเคยคิดถึงความรู้สึกข้าบ้างหรือไม่ หยางเฟยเทียน !!! " นางพูดออกมาด้วยความอัดอั้นตันใจตลอด 5 ปีที่ผ่านมา 3 ปีแรก เขาก็ดีกับนางที่เป็นคู่หมายทุกอย่าง พอหลังจากนั้น 1 ปี ก็เปลี่ยนไปราวกับคนละคน
" ข้าหาได้ทำสิ่งที่เจ้ากล่าวไม่ เจ้ามีหลักฐานหรือไม่ ? หลี่หมิงหมิง เจ้ามันสำส่อน กินไม่เลือก น่าขยะแขยงที่สุด " คำพูดแต่ล่ะคำที่พูดมันทำให้พี่ใหญ่ของนางอยากจะฆ่าคู่หมั้นคู่หมายของน้องสาวตัวเองเสียจริง ถ้าไม่ติดว่าถูกน้องสาวห้ามไว้ไม่ให้เปิดเผยตัวตน เข้าคงพูดไปแล้วว่าเป็นใคร
เฟี๊ยะ !! เสียงตบเข้าที่หน้าอย่างจัง ความอดทนของนางมีขีดจำกัด เพราะนางทนฟังคำพูดดูถูกเหยียดหยามแบบนี้ต่อไปไม่ไหวแล้ว ถึงได้ระบายโทสะออกมา
" ข้าขอถามท่าน การที่ข้านัดพบพี่ชายตนเองมันผิดนักหรือไร มีกฏหมายบ้านเมืองข้อใดบ้าง ที่ห้ามพี่ชายและน้องสาวพบกัน เขาคือพี่รองของข้า และนั้นก็คือคุณชายหมิงเว่ย เพื่อนของพี่รอง ซึ่งข้าสนิทกันมาแต่เด็ก เขาเป็นเหมือนพี่ชายของข้าอีกคน แล้วเจ้าเล่า .....อย่าให้ข้าพูดเลยดีกว่า ข้ากลัวเจ้าจะรับมันไม่ไหว กลับไปซะ ข้าไม่อยากเจอหน้าเจ้า อ๋อ... งานแต่งงานของเรา จัดขึ้นต้นเดือนหน้า ท่านป้าคงบอกเจ้าแล้วกระมัง เชิญกลับไปซะ จางซิวส่งแขก " พูดจบก็หันหลังและสั่งจางซิวทันที
" ขอรับคุณหนู คุณชายเชิญขอรับ " รับคำคุณหนูเล็ก แล้วหันไปพูดกับผู้ชายคนนั้นทันที หลังจากเขาเดินออกไปแล้ว เธอก็ร้องไห้โฮออกมาทันที จนพี่ใหญ่ได้แต่ยืนขบกรามแน่นและพี่รองทำหน้าที่ปลอบใจน้องสาวตัวแสบ
" ฮึก ฮือ !! " นางร้องไห้จนตัวสั่นคลอน
" ไม่ต้องร้องแล้ว ไม่ต้องร้องน้า "
" หยุดร้องประเดี๋ยวนี้หมิงเออร์ อย่าเสียน้ำตาให้กับผู้ชายพันธุ์นี้ ชีวิตเจ้ามีค่า มีเกียรติ ที่สูงส่ง จะยอมให้มันมาทำลายเช่นนี้ได้เยี่ยงไร ขอให้วันนี้เจ้าร้องไห้ให้กับมันเป็นครั้งสุดท้าย เข้าใจหรือไม่ "
" ฮึก ขะ....เข้าใจเจ้าค่ะ ฮึก "
" เช่นนั้นพวกพี่ไปเจ้าที่จวนดีหรือไม่ ? "
" อือ ดีเจ้าค่ะ ขอบคุณพี่ใหญ่ ขอบคุณพี่รอง "
" เช่นนั้นก็ไปกันเถอะ "
จวนสกุลหลี่
" พวกพี่ส่งเจ้าได้ถึงเท่านี้ ประเดี๋ยวจะต้องไปเข้าเฝ้าฝ่าบาท "
" เจ้าค่ะ ระวังตัวด้วยนะเจ้าค่ะ อย่าลืมไปเยี่ยมเสด็จน้าฮวาลี่เล่า "
" เจ้าอยากให้คนอื่นรู้หรือว่าเรามีฐานะใด เจ้าน้องสาวคนนี้ "
" โอ๊ะ น้องลืมเจ้าค่ะ ดูแลสุขภาพด้วยนะเจ้าค่ะ รีบกลับมาเล่า น้องจะรอนะเจ้าค่ะ "
" ได้ รีบเข้าไปเถอะ ตรงนี้แดดเริ่มร้อนแล้ว "
" น้องลาท่านพี่ใหญ่ ท่านพี่รองเจ้าค่ะ "
" ไปเถอะเจอกันเดือนหน้า "
" เจ้าค้า " หลังจากมองน้องสาวเข้าไปในจวนสกุลหลี่ สองศรีพี่น้องก็พากันไปเข้าเฝ้าฝ่าบาททันที