สิ่งที่ไม่อยากให้เกิดก็เกิดขึ้นจนได้ พอนางกลับมาถึงจวนหลี่ สิ่งแรกที่นางเห็นก็คือภายในและนอกเรือนตกแต่งด้วยผ้าสีขาวดำ สาวใช้และทุกคนในจวนต่างก็สวมชุดไว้ทุกข์ พอเห็นแบบนี้ก็เหมือนฟ้าผ่าลงกลางอกของนางเลยก็ว่าได้ นางรู้ว่าสิ่งที่รอคอยที่จะได้พบเจอมารดามันไม่ง่ายเลยกว่านางจะเพราะเหตุใดกันสวรรค์ถึงทำแบบนี้กับนาง เหตุใดถึงพรากคนที่นางรักมากที่สุดในชีวิตไปจากนาง ทั้งที่มารดานางสุขภาพแข็งแรงมาตลอด เหตุใดคนในจวนนี้ถึงใจร้าย และจิตใจอำมหิตเช่นนี้ ทำร้ายนางยังมิพอ ยังทำร้ายมารดานางที่เป็นถึงองค์หญิงแคว้นจ้าวอีก ทำสิ่งใดมิเกรงกลัวว่าหัวจะหลุดจากบ่าเลยสักนิด แบบนี้นางไม่ยอมอยู่เฉยเป็นแน่ นางต้องให้ตระกูลหลี่ชดใช้กับสิ่งที่นางสูญเสียไป แม้นางจะต้องแลกด้วยชีวิตนางก็ตามแต่ นางจะต้องให้คนในตระกูลนี้เห็นว่าคิดผิดมาเล่นกับคนเล่นนางและมารดา นางล้วนไม่ทำสิ่งใดโดยมิมีหลักฐาน ก่อนนางจะกลับไปแคว้นจ้าว นางได้ให้เสด็จน้าส่งคนมาจับตาดูคนสกุลนี้เอาไว้โดยให้ปลอมตัวเป็นคนงานชายในจวน เพื่อเก็บหลักฐานทุกอย่าง ' พวกเจ้าทุกคนต้องได้รับผลกรรมที่ตนก่อในสักวัน ' นางคิดในใจพรางกำมือแน่นจนเล็บจิกเข้าเนื้อเลือดซิบ พอพี่ชายเห็นแบบนั้นเขาก็จับมือนางให้นางได้ผ่อนคลาย วันนี้นางมาในฐานะอี้หลิน หาใช่หลี่หมิงหมิง พี่ชายทั้งสองก็เช่นกัน ที่มาในฐานะคุณชายสกุลจ้าว หาใช่คุณชายสกุลหลี่ในกาลก่อน พอลงจากรถม้าแล้ว นางก็เดินเข้าไปด้านในทันที หลังจากพ่อบ้านเห็นหน้าพวกนางก็เดินนำไปที่โถงจัดงานทันที พอมาถึงโถงจัดงาน นางก็เห็นสีหน้าทุกคนที่มัน เสแสร้ง สิ้นดี แม่เล็กที่ดีกับนาง นางดีใจมากที่เขาได้ชีวิตอิสระไม่ต้องเจอชีวิตเช่นท่านแม่นาง และพ่อนางก็รู้เพียงว่าท่านแม่เป็นท่านหญิง หาใช่องค์หญิงผู้สูงศักดิ์แห่งแคว้นที่มีคนรักมากมาย มีผลงานที่ประจักษ์ต่อสายตาชาวเมือง หากคนรู้ว่ามารดานางถูกคนวางยาพิษ คนสกุลนี้คงดับสิ้นและคงไม่มีสกุลหลี่อีกเป็นแน่ โทษฐานที่คิดฆ่าชีวิตเชื้อพระวงศ์แห่งแคว้นจ้าว
โถงจัดงาน
" ท่านแม่ลูกมาช้า ช่างอกตัญญูต่อท่านยิ่งนัก ท่านแม่ท่านมิต้องห่วงลูกแล้ว ลูกมีท่านพ่อและท่านแม่บุญธรรมดูแล และยังมีพี่ใหญ่และพี่รอง และพี่น้องอีกเยอะแยะเลย ท่านหลับให้สบายใจได้ " นางพูดต่อหน้าโรงศพของแม่นาง และประโยคหลังนางมิได้ออกมา ' และลูกสัญญาว่าจะหาคนที่มันทำกับท่านมาลงโทษให้จงได้ ' จากนั้นก็ก้มกราบหน้าโรงศพ และพี่ชายทั้งสองก็เอ่ยเช่นเดียวกับนาง จากนั้นก็เดินไปทางผู้เป็นบิดา
" เสียใจกับใต้เท้าหลี่ด้วยขอรับ / ขอรับ / เจ้าค่ะ " ทั้งสามคนพูดขึ้นพร้อมกัน
" พวกเจ้าคงลืมไปแล้วสินะว่าข้าคือบิดาพวกเจ้า แต่ก็เอาเถอะตามที่พวกเจ้าสบายใจก็แล้วกัน และก็พ่อเตรียมห้องพักให้พวกเจ้า... "
" ขออภัยใต้เท้าเจ้าค่ะ พวกเราได้จัดเตรียมเช่าโรงเตี้ยมไว้แล้วเจ้าค่ะ " นางพูดเอ่ยออกไป แต่หาใช่นางจะพักโรงเตี้ยมอย่างที่พูด พวกเขาจะไปพักที่วังหลวงที่เขตพระราชฐานชั้นนอกวัง เพราะการเสด็จมาครั้งนี้นางมางานเลี้ยงพระราชสมภพขององค์ฮ่องเต้ที่จะจัดขึ้นในอีก 1 เดือนข้างหน้าด้วย เพราะองค์ฮ่องเต้เป็นสหายของท่านพ่อบุญธรรมนาง เพราะก่อนจะเดินทางมา ได้ส่งจดหมายมาแจ้งแก่องค์ฮ่องเต้เรียบร้อยแล้ว พวกเขาถือเป็นพระราชนัดดาของหวงกุ้ยเฟย หรือพระญาติสนิท
" อ๋อข้าลืมบอกท่านไป ข้าจะนำร่างของมารดากลับไปฝั่งสุสานของตระกูลเก่าของท่าน ขอใต้เท้าได้โปรดอนุญาต และขอให้ท่านเขียนหนังสือหย่าขาดให้กับนางด้วยนะเจ้าค่ะ ข้าน้อยมีเรื่องจะพูดแค่นี้ ขอตัวลาเจ้าค่ะ " ก่อนจะเดินออกไปนางก็ไม่ลืมบอกกล่าวเรื่องที่ตั้งใจจะทำ เพราะคนพวกนี้หยามเกียรติมารดานางมามากพอแล้ว นางเป็นถึงแม่ทัพใหญ่และองค์หญิงแห่งแคว้น ไหนเลยจะให้คนพวกนี้หยามเกียรติได้อีก แม้นางจะกลับไปในสภาพร่างที่หมดลมหายใจแต่อย่างไรนางก็ยังเป็นที่รักและองค์หญิงของราชวงศ์จ้าว
" สิ่งที่น้องสาวของข้าน้อยพูดไป พวกเราคุยกันและตกลงกันเรียบร้อยแล้ว บัดนี้นางมิใช่บุตรสาวของท่านแล้ว พวกข้าก็เช่นกัน บัดนี้พวกเราสามพี่น้องใช้แซ่ตามมารดา เป็นคนของ.... ข้าพูดเพียงเท่านี้ ขอตัวขอรับ ขอบคุณที่เลี้ยงดูพวกเรา " พูดจบสามพี่น้องก็เดินจากไปและขึ้นรถม้ามุ่งหน้าสู่พระราชวัง เพื่อไปเข้าเฝ้าฮ่องเต้แห่งแคว้น แต่ก่อนจะไปเข้าเฝ้าฮ่องเต้ พวกเขาแวะที่โรงเตี้ยมเพื่อผลัดเปลี่ยนเสื้อผ้าอาภรณ์ให้สมกับตำแหน่งราชนิกูลและราชวงศ์ โดยใช้โรงเตี้ยมที่ทางซื่อจื่อเป็นเจ้าของ
พระราชวังแคว้นอัน
ตำหนักทรงพระอักษร ฮ่องเต้แคว้นอัน
" กระหม่อมจ้าวหมิงเว่ย ถวายบังคมฝ่าบาทพะย่ะค่ะ "
" กระหม่อมจ้าวหมิงหาน ถวายบังคมฝ่าบาทพะย่ะค่ะ "
" หม่อมฉันกงจู่แคว้นจ้าว จ้าวอี้หลิน ถวายพระพรฝ่าบาทเพคะ " สามพี่น้องพอเข้ามาในห้องทรงพระอักษรก็เอ่ยนามและกล่าวทักทายผู้เหนือหัวทันที
" พวกเจ้าลุกขึ้นเถอะ ไม่ต้องมากพิธีกับเรา พูดกับเราธรรมดาเถอะ "
" ขอบพระทัยฝ่าบาทพะย่ะค่ะ / เพคะ " จากนั้นก็ลุกขึ้นและไปนั่งยังที่ของตนที่ฝ่าบาทประทานให้
" เจ้าเป็นอย่างไรบ้างอี้หลิน ข้าได้ข่าวว่าเจ้ามิสบายเนิ่นนาน " เอ่ยถามด้วยความห่วงใย
" หลินเออร์ มิเป็นอันใดแล้วเจ้าค่ะเสด็จอา ข้าหายดีแล้วเจ้าค่ะ " นางตอบด้วยรอยยิ้มเช่นเคย
" หายดีก็ดีแล้ว เราดีใจยิ่งนัก หากมีอันใดให้เราช่วย พวกเจ้าทั้งสามคนอย่าได้เกรงใจเรา พวกเจ้าเป็นหลานของหวงกุ้งเฟย ก็เหมือนหลานเรา "
" เจ้าค่ะเสด็จอา / ขอรับเสด็จอา" พอถามเรื่องสุขภาพเสร็จพี่ชายก็ให้นางออกไปก่อนเพราะมีเรื่องบ้านเมืองต้องคุยกับองค์ฮ่องเต้ นางก็ทำตามอย่างว่าง่ายโดยการไปเดินเล่นที่อุทยานหลวง
อุทยานหลวงในเขตพระราชวัง
นางเดินเล่นจนเพลินเผลอเข้าไปในเขตหวงห้ามของพระราชวัง แต่ในขณะที่เหม่อลอยอยู่นั้นก็ได้มีเสียงดังจากมุมใดมุมหนึ่ง ซึ่งนางมองเท่าไหร่ก็ไม่เจอ จนเจ้าตัวเดินออกมาจากภูเขาจำลอง
" เจ้าเป็นบุตรสาวสกุลใดกัน เหตุใดจึงมาเดินเล่นที่นี่คนเดียว เจ้ามิรู้หรือว่าที่คนนอกห้ามเข้า " เขาพูดเสียงดังจนทำให้นางตกใจสะดุ้งโหยง
" ขออภัยเพคะ หม่อมฉันเดินเล่นในอุทยาน ไม่รู้ว่าหลงมาตั้งแต่เมื่อใด ขอองค์ชายโปรดอภัยเพคะ หม่อมฉันขอตัวเพคะ " พูดจบนางก็ตั้งใจจะเดินออกไป แต่เขาก็มาขวางทางนางไม่ให้เดินไป
" ข้าถามเจ้า เหตุใดจึงมิตอบ มิได้ยินหรืออย่างไร " เสียงสุนทรีขององค์รัชทายาทแห่งแคว้นถามขึ้น
" ขออภัยเพคะ หม่อมฉันไม่ได้ยินที่ท่านพูด " นางพูดด้วยถ้อยคำสุภาพ สงบนิ่ง
" ข้าถามว่า เจ้าเป็นบุตรสาวสกุลใดกัน เหตุใดจึงมาเดินเล่นที่นี่คนเดียว เจ้ามิรู้หรือว่าที่คนนอกห้ามเข้า ได้ยินหรือไม่ " เขาทวนคำถามกับนางอีกรอบแถมยังจ้องหน้านางอีก
" อ๋อ.... หม่อมฉันชื่ออี้หลินเพคะ มาที่นี่กับพี่ชาย ตอนนี้พี่ชายหม่อมฉันพูดคุยกับองค์ฮ่องเต้อยู่เลยมาเดินเล่นรอ แต่ไม่คิดว่าจะหลงเข้ามาที่นี่ได้ ขออภัยองค์ชายที่รบกวน หม่อมฉันขอตัวเพคะ ท่านพี่คงรอหม่อมฉันนานแล้ว ทูลลาเพคะ " เขาก็ยังขวางทางนางอีกครั้ง แม้นางจะไม่ได้เปิดเผยใบหน้า แต่ก็งดงามชนิดที่เรียกว่า งามล่มเมือง ได้ ด้วยใบหน้าที่งดงาม และนิสัยสุภาพอ่อนโยน มีความสามารถทั้งวรยุทธ และศาสตร์ทั้ง 4 ก็มิน้อยหน้า ยังไม่ทันที่เขาจะได้พูดขึ้นก็มีคนมาตามนางซะก่อน
" องค์หญิง พระองค์ทรงอยู่ที่นี่เอง หม่อมฉันตามหาซะทั่ว ท่านชายทรงรอนานแล้วเพคะ พระสนมหวงกุ้งเหยก็ทรงท่านอยู่นะเพคะ ไปกันเถอะเพคะ " นางกำนัลตำหนักหวงกุ้ยเฟย ที่มาตามนาง ไม่ทันสังเกต พอหันกลับมาจึงตกใจ
" อะ...องค์รัชทายาท ขออภัยเพคะหม่อมฉันทรงทำเรื่องล่วงเกินพระองค์แล้ว องค์หญิงเชิญเสด็จเถอะเพคะ " พอนางเห็นนางกำนัลเสด็จน้า กล้ำกลืนฝืนทน นางจึงเอ่ยขัด
" ข้าน้อยขออภัยแทนนางด้วยเพคะ หวังว่าพระองค์ทรงจะมิกล่าวโทษนาง ถ้าอย่างงั้นหม่อมฉันทูลลาเพคะ " พูดจบนางก็เดินตามอาซิงออกไปพร้อมกับนางกำนัลคนที่มาตาม
" ประเดี๋ยวเจ้าอยู่ก่อน " หลังจากนางเดินไปไกลแล้ว เขาก็เอ่ยเรียกนางกำนัลคนนั้นไว้เพื่อสอบถามทันที
" เพคะองค์รัชทายาท พระองค์มีสิ่งใดจะทูลหรือเพคะ "
" นางเป็นใครงั้นหรือ ? "
" นางคือ องค์หญิงจ้าวอี้หลิน บุตรสาวบุญธรรมขององค์ฮ่องเต้จ้าวอี้เฉิน และเป็นพระราชนัดดาของพระสนมหวงกุ้ยเฟยเพคะ " นางตอบไปตามตรง เพราะสิ่งที่นางรู้มีเพียงเท่านี้
" เจ้าไปเถอะ ไปสืบเรื่องของนางมา " หลังจากนางกำนัลไปแล้วเขาก็บอกองครักษ์เงาของตนทันที
" กระหม่อมน้อมรับพระบัญชาพะย่ะค่ะ " จากนั้นก็เร้นกายไปทันที
หลังจากวันนั้นนี้ก็ผ่านมา 20 วันแล้ว พรุ่งนี้ก็คือวันพระราชสมภพขององค์ฮ่องเต้แคว้นอัน และจะเป็นวันที่พระองค์จะสละราชบัลลังก์ให้กับองค์รัชทายาทในวัย 31 ย่าง 32 ปี
ตำหนักบูรพา
" เล่ามาให้หมด "
" พะย่ะค่ะ "
" เดิมนางคือ คุณหนูสามตระกูลหลี่ หลี่หมิงหมิง บุตรสาวคนเล็กของท่านเสนาบดีหลี่เจิ้งเว่ย มีพี่ชายร่วมมารดาเดียวกัน 2 คน คือ หลี่หมิงเว่ย หรือก็คือท่านชายจ้าวหมิงเว่ย และหลี่หมิงหาน หรือก็คือท่านชายจ้าวหมิงหาน ทั้งสองเคยเป็นอดีตแม่ทัพใหญ่และรองแม่ทัพแดนเหนือของเรา ก่อนจะตัดสินใจลาออกจากราชการและกลับไปแคว้นจ้าว เพื่อรับช่วงต่องานราชการบ้านเมืองจากมารดา หรือก็คือองค์หญิงจ้าวฮวาหลี่ อดีตแม่ทัพใหญ่ของแคว้น
ผู้เป็นน้องสาวเพียงคนเดียวเคยแต่งงานกับ คุณชายรองหยาง ในตอนที่เขายังดำรงตำแหน่งรองแม่ทัพกองทัพบูรพา เพื่อตอบแทนบุญคุณที่เคยช่วยเหลือในวัยเยาว์ ในอุบัติเหตุที่พระองค์ตกน้ำในงานเลี้ยง หลังจากแต่งงานได้ครึ่งปี ฝ่ายชายก็แต่งพี่สาวต่างมารดาเข้ามาเป็นฮูหยินรอง เพราะนางตั้งครรภ์ และหลังจากนางคลอดบุตรแฝด ชายหญิง แม่สามีก็เปลี่ยนไป จากที่เคยรักและเอ็นดูก็เป็นห่างเหิน แต่ในขณะที่ฮูหยินรองตั้งครรภ์ใกล้คลอด ก็ได้ตบแต่งอนุ 2 คน อีกด้วย และในช่วงหลังจากนั้นตลอด 5 ปีที่อยู่ในจวนนั้นนางก็ถูกพิษสองชนิด แต่ชนิดแรกที่ถูกค่อนข้างรุนแรงเกือบเอาชีวิตไม่รอด หลังจากหย่ากัน นางก็เดินทางกลับไปอยู่ที่แคว้นจ้าว องค์ฮ่องเต้แคว้นนั่น จากที่รักนางมากอยู่แล้ว ก็รักขึ้นไปอีก จนรับเป็นบุตรสาวบุญธรรม จากท่านหญิงน้อย จ้าวฮวาหมิง จึงเป็นองค์หญิง จ้าวอี้หลิน บุตรสาวที่มีแต่คนรักใคร่ นางกลับไปได้ 7 เดือนอาการกำเริบบ่อย จนบางครั้งหมดสติไปเป็นอาทิตย์ก็มี และครั้งล่าสุดก็คือตอนช่วงปีใหม่นางหมดสติไปเกือบเอาชีวิตกลับมาไม่ได้ แต่ยังดีที่มียาที่องค์ซื่อจื่อส่งไปให้ จึงมีนางทุกวันนี้ หลังจากสละทุกอย่างให้บุตรชาย มารดาก็เสด็จมาอยู่ที่สกุลหลี่ 1 ปีก็โดนพิษเช่นเดียวกับบุตรสาว แต่ไม่มีใครใส่ใจ ที่จะหาหมอมารักษาจนเสียชีวิตเมื่อต้นเดือนที่ผ่านมาพะย่ะค่ะ เรื่องทั้งหมดก็ประมาณนี้พะย่ะค่ะ "
" องค์ซื่อจื่อ ? น้องชายข้าผู้นั้นหรือ ? "
" พะย่ะค่ะ "
" เจ้าออกไปเถอะ เรารับรู้แล้ว "
" พะย่ะค่ะ พระองค์จะสืบต่อหรือไม่พะย่ะค่ะ "
" มิต้องแล้วเรามิมีสิ่งใดอยากทราบอีกแล้ว มิต้องสืบต่อแล้ว "
" รับด้วยเกล้าพะย่ะค่ะ "