ตอนที่ 8 พานพบกันอีกครา

2666 Words
นี่ก็ใกล้เทศกาลชุนเจี๋ยเข้ามาทุกที นางมาอยู่ที่นี่เกือบจะปีกว่าแล้ว โดยที่ไม่มีใครรับรู้เรื่องของนางเลยสักคนเดียว เพราะตลอดระยะเวลาที่ผ่านมานอกจากออกนอกวังไปเที่ยวเล่นบ้าง ก็มีไปช่วยเหลือชาวบ้าน และอื่นๆ อีกมากมาย นางนั้นพอรู้วิชาแพทย์อยู่บ้าง นางจึงขอเสด็จพ่อบุญธรรมออกไปช่วยเหลืออุทกภัยในครั้งนี้ ซึ่งตอนแรกฮ่องเต้และฮองเฮา รวมถึงทุกคนก็คัดค้าน แต่นางก็ออดอ้อนทุกคนจนสำเร็จ เพราะทุกคนรู้ดีว่าไม่มีใครห้ามนางได้ แม้อากาศจะเหน็บหนาวนางก็ไม่หวั่นเกรง การเดินไปช่วยเหลือชาวบ้านในครั้งนี้นางเดินทางไปในนาม คุณชายน้อยอี้หลิน หาใช่องค์หญิงจ้าวอี้หลินแต่อย่างใด แต่การเดินทางมาของนาง กลับดันมาเจอคนที่ไม่อยากเจอเป็นที่สุด นั้นจะเป็นใครไปได้ นอกเสียจากซื่อจื่อ แคว้นอันที่ถูกส่งมาช่วยเหลือภัยพิบัติในครั้งนี้ด้วย และยังมีท่านแม่ทัพ หยางเฟยเทียน คนที่นางเกลียดเข้ากระดูกดำมาด้วย ในคณะการเดินทางของนาง ก็มีองค์ชายรอง กับองค์ชายสาม ที่เป็นลูกพี่ลูกน้องกับนางมาด้วย เพราะทั้งสองมีวิชาแพทย์ติดตัว แต่ก่อนมานางได้กำชับไว้แล้วว่าอย่าให้ใครรู้ถึงฐานะของนางเป็นอันขาด พวกเขาก็ทำตามทันที โดยเป็นพี่ชายที่แสนดีของน้องสาว ปลอมตัวเป็นคุณชายใหญ่อี้หลงและคุณชายรองอี้เฉิง จนองค์ชายรองกล่าวว่า นี่มันสามพี่น้องตระกูลอี้ชัดๆ ซึ่งพอนางได้ยินก็แอบหัวเราะจนเห็นสายตาดุๆ ของลูกพี่ลูกน้องนางจึงแกล้งเฉไฉมองไปทางอื่น พอถึงที่หมายก็ไปสำรวจพื้นที่จนเสร็จสิ้น ก็กลับมาที่พักของตน แต่ยังไม่ทันจะได้เข้ากระโจมที่พักก็มีเสียงหนึ่งดังขึ้นจากข้างหลังนางก่อน " ประเดี๋ยวก่อนคุณชายน้อย !! " หลังจากนั้นนางก็หันมาตามเสียงเรียกนั้น ก็เจอเข้ากับแม่ทัพแคว้นอัน ที่เป็นสามีเก่านาง " ขออภัยคุณชายน้อยท่านนี้ เราเคยพบกันที่ใดมาก่อนหรือไม่ ขออภัยที่ข้าต้องเสียมารยาทกับท่านแล้ว " " คุณชายคงจำผิดแล้วกระมัง เรามิเคยพานพบกัน ข้าเกิดและโตที่นี่ หาได้เคยพบคุณชายไม่ ข้าขอตัวก่อนขอรับ " พูดจบนางก็เดินตรงเข้าไปในกระโจมที่พักทันที แต่เขาก็ยังจะตามนางมาอีก ยังดีที่องครักษ์เงาของนางออกมาซะก่อน ดีที่เขาไม่เคยพบสองคนนี้มาก่อน มิเช่นนั้นคงวุ่นวายเป็นแน่ " หากท่านยังจะเดินตามข้ามาอีก ท่านก็คงคิดผิดไปเสียหน่อยกระมังคุณชาย ข้าหาใช่คนที่คุณชายเข้าใกล้ได้ คุณชายเชิญกลับไปเถิด พวกเจ้า อย่าให้เขาเข้ามาเป็นอันขาด " เพราะนางมีงานสำคัญที่จะต้องคุยกับคนสนิทของนาง นางจึงมิต้องการให้ใครมาป้วนเปี้ยนแถมนี้ " ขอบคุณคุณชายน้อย เชิญคุณชายเข้าไปเถิดขอรับ ทางนี้เป็นหน้าที่พวกข้าเองขอรับ " " รบกวนพวกเจ้าแล้ว " ด้านใน " คนผู้นี้หรือที่ทำเจ้าเช่นนั้น " พอเข้ามานางก็ไม่รู้ว่าพี่ชายทั้งสองของนางมาตั้งแต่เมื่อใด " พวกท่าน เข้ามาตั้งแต่เมื่อใดกัน ตกใจหมดเลย " " อย่ามาเปลี่ยนเรื่อง บอกพี่มาให้หมดประเดี๋ยวนี้น้องหญิง มิเช่นนั้นพี่จะไปถามมันผู้นั้นด้วยตัวพี่เอง " องค์ชายรองก็ยังเป็นองค์ชายรอง ที่รักและปกป้องนางมาเสมอ ตอนนี้ก็เช่นกัน พอเห็นนางพยักหน้าก็สงบลง และคุยเรื่องภัยภิบัติครั้งนี้ต่อ จนดึกดื่นจึงแยกย้ายกันไปพักผ่อน " องค์หญิงท่านจะปล่อยไปเช่นนี้จริงหรือเพคะ ท่านมอกลัวว่าเขาผู้นั้นจะย้อนกลับมาอีกหรือเพคะ " เป็นอาซิงพูดขึ้นพร้อมกับตรวจชีพจรของนางไปด้วย เพราะร่างกายนางนั้นก็ยังฟื้นตัวไม่ดีนัก ถึงพิษจะลดลงบ้างแล้ว แต่ก็ใช่ว่าจะปล่อยไปแบบนี้ได้ " เป็นเช่นไรบ้าง ยังเหลืออีกเยอะเท่าใด " น้องไม่ตอบคำ แต่กลับถามคำถามคืนแทน " เหลืออีกเพียงเล็กน้อยเพคะ องค์หญิงอย่าทรงเป็นกังวลไปเลยเพคะ หม่อมฉันเชื่อว่าพระองค์ต้องหายในซักวันเพคะ " นางจะกล้าพูดความจริงได้เช่นไรว่าพิษนี้ยังเหมือนเดิม แม้จะกินยาไปเยอะมากแล้ว แต่ก็ทำได้เพียงยับยั้งอาการชั่วคราวเท่านั้น แม้พิษจะมีเหลือน้อยนิด แต่ก็ใช่ว่าเป็นเรื่องดี " อย่าโกหกเรา เจ้าบอกเราตามความจริงได้หรือไม่ เราอยากรู้ความจริง เจ้าปิดบังเราเพราะเสด็จพ่อบุญธรรมสั่งห้ามเจ้าใช่หรือไม่ " " ขอองค์หญิงโปรดทรงระงับโทสะด้วยเพคะ เพราะฝ่าบาทมีรับสั่งมิให้เปิดเผยเรื่องนี้ให้พระองค์ทรงทราบ หม่อมฉันจึงมิกล้าบอกพระองค์เพคะ ขอองค์หญิงโปรดทรงลงทัณฑ์หม่อมฉันเถิดเพคะ " " เราไม่ได้โกรธเจ้า เราเพียงอยากรู้ความจริงเพียงเท่านั้น เจ้าบอกเรามาสิอาซิง " " เพคะองค์หญิง อาการของพระองค์ตอนนี้ก็ยังถือว่าเป็นเหมือนเดิม ถึงแม้พิษในพระวรกายจะเหลือน้อย แต่.... " หลังจากพูดมาก็มองศรีพระพักตร์ของนางไปด้วย " แต่อันใด เจ้ารีบพูดมา ไม่อย่างนั้นเราจะส่งเจ้ากลับไปแคว้นอัน ให้เสด็จน้าลงโทษเจ้า " เพราะนางพึ่งรู้ว่าอาซิงเดิมทีเป็นคนของเสด็จน้าที่ส่งมาดูแลนางตั้งแต่ 5 หนาว จนปัจจุบัน นางไม่เคยคิดปิดบังอันใดแก่นางเลยสักนิดเดียว " องค์หญิง !! อย่าทรงทำให้หม่อมฉันลำบากใจสิเพคะ " " เจ้าจะพูดเสียงดังไปไย อยากให้คนอื่นรู้ฐานะเรางั้นรึ " เมื่อเห็นนางพูดขึ้นซะเสียงดังก็เอ็ดนางไปหนึ่งที แต่ก็ไม่ได้จริงจังมากนัก " ขอประทานอภัย องค์หญิงเพคะหม่อมฉันพูดแล้ว พูดแล้วเพคะ " " เรารอฟังเจ้าอยู่ " " พระวรกายของท่านตอนนี้ หากมิรีบถอนพิษโดยเร็วเกรงว่าอาการจะทรุดเพคะ แต่จะเป็นเมื่อใดหม่อมฉันก็ตอบพระองค์มิได้เช่นกันเพคะ ตอนนี้พระองค์ทรงบรรทมได้แล้วนะเพคะ ดึกมากแล้ว " " อืม เจ้านอนที่นี่กับเรา เลยแล้วกันหากมีอันใดจะได้ช่วยเราได้ " " น้อมรับพระบัญชาเพคะ " จากนั้นนางก็ไปจัดที่นอนของตนทันที โดยข้างนอกมีทหารองครักษ์ที่ปลอมตัวเป็นคนรับใช้ของคุณชายน้อยทั้งสามตรวจตราอย่างเข้มงวด เพราะหากเชื้อพระวงศ์ หรือราชนิกูลพระองค์ใดเป็นอันใดขึ้นมา มีกี่หัวก็คงไม่พอให้ตัดเป็นแน่ กระโจมองค์ซื่อจื่อ " ซื่อจื่อพะย่ะค่ะ พระองค์กำลังคิดอันใดอยู่อย่างหรือพะย่ะค่ะ " หลังจากกลับจากกระโจมฝั่งทางนู้น ท่านแม่ทัพก็เดินมากระโจมของซื่อจื่อทันทีเพื่อหารือ เรื่องการช่วยภัยพิบัติในครั้งนี้ " มิมีอันใด เป็นอย่างไรบ้าง ชาวบ้านจากเจ็บล้มตายไปเท่าใด เยอะหรือไม่ ? " หลังจากเหม่อลอยครู่หนึ่งก็หันกลับมาถามขึ้น " ก็มากโขพะย่ะค่ะ แต่ที่น่าสงสัยคือ เหตุใดท่านเจ้าเมืองของแคว้นนี้ดูจะมิใส่ใจชาวเมืองเล่าพะย่ะค่ะ ถึงจะเป็นเพียงหมู่บ้านเล็กๆ แต่ก็อยู่ติดกับเขตเมือง เหตุใดจึง.... " ยังไม่ทันได้พูดจบก็มีเสียงหนึ่งดังขึ้นมาก่อน นั่นก็คือองค์ชายรองของแคว้นนั่นเอง เขาแค่อยากจะมาดูหน้าของไอ้คนที่ทำให้น้องสาวเขาเสียใจและโดนพิษใกล้ๆ สักหน่อย แต่ไม่คิดว่าจะได้มาได้ยินอะไรเข้า " ท่านแม่ทัพจะพูดเช่นนั้นก็มิถูกนะขอรับ ท่านมิใช่คนในพื้นที่เหตุใดจึงรู้ว่าเจ้าเมืองมิได้ใส่ใจชาวเมืองเล่าขอรับ " เขาพูดกับแม่ทัพก่อนจะหันไปแนะนำตัวกับอีกฝ่าย " ข้าแซ่อี้ นามเดียวคือหลง คุณชายรองแห่งจวนอี้ ขออภัยคุณชายทั้งสองที่เสียมารยาทแล้ว แต่มิมีผู้ใดรู้ดีไปกว่าข้าอีกแล้ว ท่านมิใช่คนในพื้นที่ ท่านจะมองแค่ภายนอกมิได้นะขอรับ " เขาพูดขึ้นในขณะที่สายตาก็ยังจดจ้องที่แม่ทัพแคว้นอัน " มิเป็นไร คุณชายคงเป็นคนในพื้นที่กระมังขอรับ พอจะให้ข้อมูลอันใดกับเราได้หรือไม่ " เป็นองค์ซื่อจื่อพูดขึ้นด้วยท่าทางน้อบน้อม " จะว่าเช่นนั้นก็ได้ พวกข้ามาถึงก่อนพวกท่านหลายชั่วยาม มีเวลาสำรวจพื้นที่ก่อน ปัญหาเยอะจริงอย่างที่ท่านแม่ทัพพูดขึ้น แต่ชาวบ้านเดิมที..... " หลังจากนั้นก็อธิบายไปเรื่อยๆ จนจบ " ข้าพอเข้าใจแล้ว ขอบคุณเจ้ามากคุนชายอี้ พรุ่งนี้ท่านพอจะพาพวกเราเข้าไปดูในเมืองได้หรือไม่ว่ามีอันใดให้ช่วยเหลือ " พอได้ฟังมาพอประมาณก็พูดขึ้น " มิมีปัญหา พรุ่งนี้ยามเฉิน พวกข้าจะเข้าไปช่วยเหลือชาวบ้านชาวเมืองที่ได้รับบาดเจ็บและมีอาการป่วย ถ้าหมดธุระแล้วเช่นนั้นข้าขอตัวก่อน " กำลังจะเดินออกไปก็พึ่งนึกออกก็หันกลับมา " อ๋อ... ข้าเกือบลืมไปเลย ท่านแม่ทัพ หากมิมีธุระอันใดได้โปรดอย่าเข้าใกล้น้องชายข้ามากนัก ข้าเตือนท่านด้วยความหวังดีนะขอรับ ขอตัวก่อน " พูดจบก็เดินออกไปทันที เขาเป็นลูกพี่ลูกน้องกับพี่ชายรองนาง เหตุไฉนจะดูไม่ออกว่าเขาผู้นี้นั้นคงจดจำนางได้ จึงเอ่ยเตือน เช้าวันต่อมา " ยามเฉิน " ยามรุ่งอรุณ ของเช้านี้นางได้ตื่นมาด้วยใบหน้าสดใส มีชีวิตชีวาดั่งคนที่มิได้ป่วยเลยสักนิดเดียว " องค์หญิง ทรงหิวหรือไม่เพคะ ท่านทรงทานอะไรหน่อยเถิด " เป็นอาซิงพูดขึ้นเพราะเป็นห่วงพระวรกายของนาง " อยู่ที่นี่เรียกเราว่า คุณชายน้อย หรืออี้หลินก็พอ หากเจ้ายังเรียกเราเช่นนี้มีหวังเราได้อยู่มิเป็นสุขแน่ๆ " นางเอ่ยเตือนกับคนสนิททันที ข้างกายนางยามนี้หาได้มีคนที่คอยดูแลที่เป็นคนเก่าไม่ เพราะเหตุผลที่ว่า กลัวคนสงสัย นางจึงได้ให้นางกำนัลคนสนิทของเสด็จแม่ของนางมาด้วย นั่นก็คนเก่าคนแก่ที่เลี้ยงดูนางเมื่อตอน 1-5 หนาว ที่อยู่ที่นี่ ซึ่งตอนนี้นางเอ่ยเรียกว่าท่านยาย " ท่านยายขอรับ ไปกันเถอะ ท่านพี่ออกไปแล้วใช่หรือไม่ขอรับ " นางเอ่ยถามขึ้นทันที " ใช่เจ้าค่ะคุณชายน้อย " และเป็นแบบนี้ทุกวัน นางอยู่ที่เมืองนี้เดือน ตอนนี้ก็ใกล้ถึงเวลากลับวังหลวงแล้ว เพราะมีราชสาส์นจากเสด็จพ่อบุญธรรมว่าเสด็จตาป่วย จึงต้องรีบกลับไป ตั้งแต่นางมาที่นี่ชาวบ้านก็ดูดีขึ้นเยอะ บ้านเรือนก็ได้รับอุปถัมภ์การซ่อมแซมจากทหารแคว้นอันที่มาช่วยเหลือ ซึ่งทั้งสองแคว้นเป็นพันธมิตรกันมายาวนานมีอันใดก็ช่วยเหลือกัน พอกลับมาถึงก็ไปตำหนักเสด็จตาเสด็จยาย หลังจากนั้นก็กลับตำหนักตน พอมาถึงก็โดนบ่นตามระเบียบ " หลินเออร์ ใยเจ้าหน้าซีดเพียงนี้ พี่บอกแล้วใช่หรือไม่ให้เข้าพักบ้าง ใยเจ้าต้องทำเช่นนี้ด้วยเล่า ร่างกายเจ้าก็สำคัญเหตุใดจึงไม่เชื่อฟังพี่บ้าง " จะเป็นใครไปได้นอกจากพี่ใหญ่ทั้งสองของนาง " อาซิง อาการหลินเออร์เป็นอย่างไรบ้าง " เป็นรัชทายาทถามขึ้น " อาการแย่ลงอีกแล้วเพคะ องค์หญิงทรงตรวจชาวบ้านไม่หยุด ทำงานทั้งวันทั้งคืนมิคิดพักผ่อนเลยเพคะ หม่อมฉันพูดเท่าไหร่ก็มิคิดฟังเลยเพคะ " พอตรวจเสด็จอาซิง ก็โดนรัชทายาทลากออกมาถามข้างนอกทันที " เหตุใดจึงเป็นเช่นนี้ ในร่างกายหลินเออร์ ยังมีพิษหลงเหลืออยู่อีกรึ " " หม่อมฉันตอบแบบขอมิคิดปิดบังพระองค์เพคะ ใช่แล้วเพคะ พิษยังหลงเหลืออยู่บ้าง แต่ก็ใช่ว่าจะมิหาย ถ้าองค์หญิงทรงดื่มยาตามเวลา " เพราะนางเอายามาให้ทีไร ก็เททิ้งบ้าง ไม่กินบ้าง " เจ้าไปเอายามาให้เรา เราจะเอาไปให้หลินเออร์ และเฝ้าให้ดื่มเอง " " น้อมรับพระบัญชา " จากนั้นก็ไปนำยามาให้องค์หญิงของนางทานทันที " หลินเออร์ เจ้ายังรักตนเองอยู่หรือไม่ เหตุใดจึงทำเช่นนี้ เจ้าเคยนึกถึงคนที่รักเจ้าบ้างหรือไม่ ว่าพวกเขาจะทรงคิดเช่นไร ถ้าเจ้ารักตนเอง รักทุกคน ก็จงดื่มยาให้หมด เชื่อฟังและดื่มยาตามเวลา เข้าใจหรือไม่ " " น้องทรงทราบแล้วเพคะ น้องจะมิทำเช่นนี้อีกแล้ว น้องจะเชื่อฟังเพคะ พี่รัชทายาทอย่าดุน้องเลยนะเพคะ น้า " พอเห็นพี่ใหญ่รัชทายาท ดุนางเสียงดังก็รีบออดอ้อนทันที " หลินเออร์ ที่พวกพี่ และเสด็จพ่อ เสด็จแม่ เสด็จอา รวมถึงทุกๆคนพูดไปทุกอย่าง ล้วนเพราะรักเจ้า เข้าใจหรือไม่ " " หลินเออร์ ทรงทราบแล้วเพคะ " หลังจากนั้นนางก็ดื่มยาอย่างเชื่อฟัง พอดื่มยาก็ทำหน้าหยี๋ จนพี่ชายนางเห็นจนต้องเอาน้ำตาลกุ้ยฮวาใส่ปากน้องสาวทันที " หวานมากเลย ขอบคุณเจ้าค่ะ หลินเออร์ รักทุกคนที่สุดเลย สัญญากับหลินเออร์ ได้หรือไม่ว่าพี่ๆ มีภรรยาแล้วก็ยังจะรักน้องสาวเช่นหลินเออร์ เช่นเดิม ได้หรือไม่ " นางพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงปนเศร้าและน้อยใจเล็กน้อย เพราะดูท่าทางแล้วพี่รัชทายาทของนาง พอผ่านช่วงปีใหม่ไปแล้วก็คงจะอภิเษกสมรสเสียแล้ว นั่นก็คือลูกสาวอัครมหาเสนาบดีหลิวหยางโจว บุตรสาวเพียงคนเดียวของท่าน นางเป็นคนที่รักและขี้หวงมาก ไม่รู้ว่าหลังจากแต่งงานไปแล้วพี่รัชทายาทมาหานาง นางจะโดนว่า โดนด่าอะไรบ้าง เพราะดูท่าคุณหนูผู้นี้มิได้ชอบนางมากนัก " มิมีใครสำคัญไปกว่าน้องสาวของพวกพี่อีกแล้ว เพราะน้องสาวคนนี้สำคัญกับพวกพี่ชายมากๆ " เป็นพี่รองของนางพูดขึ้น และตามด้วยคนที่กำลังจะแต่งงานอย่างองค์ไทจื่อ " หลินเออร์ จงจำไว้จะมิมีใครสำคัญไปกว่าเจ้า เจ้าคือทุกสิ่งอย่างของพวกเราทุกคนที่นี่ หาดใครรังแกเจ้า โปรดจงจำไว้ว่าพวกพี่คือเกาะกำบังของเจ้า เข้าใจหรือไม่เด็กดี " พอได้ฟังคำเหล่านั้นนางก็พยักหน้างึกๆ " งั้นก็พักผ่อนให้เยอะๆ จะได้หายเร็วไว พี่จะพาเจ้าไปเที่ยวหาเสด็จน้าดีหรือไม่ " เป็นพี่รองของนาง เพราะเสด็จแม่ไปอยู่จวนหลี่ได้สัปดาห์กว่าแล้ว หลังปีใหม่พวกเขาจะกลับไปหาเสด็จแม่ จึงเอ่ยชวนน้องสาวด้วย " ดีเพคะ น้องคิดถึงเสด็จแม่ " นางพูดขึ้นด้วยรอยยิ้ม " งั้นเจ้าพักผ่อนเถิด พวกพี่มิรบกวนเจ้าแล้ว " หลังจากนั้นทุกคนก็กลับตำหนักใคร ตำหนักมัน ส่วนคนน้องหัวถึงหมอนก็หลับ ส่วนหนึ่งก็เพราะฤทธิ์ยา
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD