ตอนที่ 7 กลับแคว้นจ้าว

2174 Words
หลังจากร่ำราครบทุกคนนางก็ออกเดินทางกลับแคว้นจ้าวทันที เดินทางเพียง 2 เดือนนางก็ถึงแคว้นจ้าวแล้ว และพอนางมาถึง เสด็จลุงก็เรียกนางเฝ้าทันที " หมิงเออร์ เจ้ากลับมาแล้ว " ฮ่องเต้ข้าวอี้เฉินเอ่ยทักทายหลานสาวทันที เพราะเขามีเพีงแต่ลูกชาย จึงอยากจะมีลูกสาวมาโดยตลอด คิดว่าพอนางกลับมา เขาจะรับนางเป็นบุตรสาวบุญธรรมทันที " ถวายพระพรฝ่าบาทเพคะ " นางยอบกายถวายพระพรทันทีที่เห็นเสด็จลุง " เลิกเรียกลุงแบบนั้นเลยนะเจ้าตัวแสบ มานี่ มานั่งข้างลุงนี้มา " หลังจากนั้นนางก็เดินไปหาเสด็จลุงทันที " ไหนเล่ามาซิ เรื่องมันเป็นมายังไง ใครมันช่างกล้านัก " พอเห็นหน้าหลานสาว ก็เอ่ยถามทันที ช่างบังอาจนัก มาทำร้ายร่างกายและจิตใจเจ้าตัวแสบของเขา หลังจากนั่นนางก็เล่าทุกอย่างตั้งแต่ต้นจนจบให้ผู้เป็นลุงฟัง ผู้เป็นลุงพอได้ฟัง ก็ให้กงกงไปเรียกหมอหลวงมาตรวจหลานสาวทันที พอตรวจเสร็จก็พบว่าพิษยังหลงเหลืออยู่บ้าง ก็ให้ทำการรักษาหลานสาวของทันที " เสด็จพ่อ !!! " หลังจากนั้นก็เกิดความวุ่นวายเล็กน้อยเมื่อเหล่าพี่ชาย น้องชาย และลูกพี่ลูกน้อง พอได้ยินข่าวว่าน้องหญิง พี่หญิงกลับมาแล้วก็พากันวิ่งมาที่ตำหนักทรงงานของฮ่องเต้ทันที คนที่จะดีใจเป็นที่สุดก็คงไม่พ้นองค์รัชทายาท จ้าวอี้หราน เพราะครั้งที่เจอกันล่าสุดก็เห็นจะเป็นเมื่อหลายสิบปีก่อนที่ยังเป็นเด็ก 5 หนาวอยู่ " น้องหญิงกลับมาแล้วดียิ่งนัก แต่.... เสด็จพ่อเหตุใดน้องหญิงถึงได้หน้าซีดเพียงนี้เล่าพะย่ะค่ะ " พอเห็นแบบนี้ฮ่องเต้ก็หันไปมองหน้าหลานสาวทันที เพราะเป็นการเดินทางไกล และยาวนาน บวกกับนางโดนพิษเป็นเวลานาน จึงทำให้ร่างกายอ่อนแอไปโดยปริยาย " น้องหญิงบอกพี่มาใครมันทำเจ้า " พอเห็นหน้าคนถามนางก็ทำหน้างงทันทีนางจำใครไม่ได้เลย นอกจากเหล่าผู้ใหญ่ " เจ้าจำพี่มิได้หรือ ? ท่านพี่รัชทายาทของเจ้าอย่างไรเล่า " พอเขาพูดแบบนั้นก็ถึงบางอ้อทันที และทุกคนก็ไล่แนะนำตัวทีล่ะคนจนครบ " ท่านพี่รัชทายาท ข้าจำได้แล้ว คนที่เมื่อก่อนชอบแกล้งข้าเป็นที่สุด " นางยังจำได้ดีตอนนั้นองค์รัชทายาทแกล้งนาง นำเอาขนมของโปรดนางไปจนหมดไม่เหลือให้นางซักชิ้นเดียว ตอนนั้นนางโกรธเขามาก " โถ่ เจ้าตัวแสบ ไยเจ้ายังจำเรื่องนี้ได้อีกเล่า มันก็ตั้งนานแล้วมิใช่หรือ พี่จะพาเจ้าไปทานให้หนำใจเลยดีหรือไม่เล่า " พอเห็นน้องสาวพูดแบบนั้นก็พูดออดอ้อนไปหนึ่งที " ฮ่า ฮ่า ฮ่า ท่านเห็นข้าเป็นเจ้าแมวตะกละใช่หรือไหมเล่า เอ๋ มิได้เจอท่านเสียนานไหนเล่าพี่สะใภ้ข้า " แรกๆ ก็พูดเหมือนน้อยใจ พอประโยคหลังๆ มา ทำให้พี่ชายอย่างเขาเงียบกริบทันที " ฮ่า ฮ่า ฮ่า ถึงกับไปมิเป็นเชียวรึ " เป็นฮ่องเต้ที่เห็นหลานสาวจี้จุดผู้เป็นพี่ชายก็หัวเราะชอบใจใหญ่ หลังจากพูดคุยกันได้ไม่นาน ก็ให้กลับตำหนักไปพักผ่อน เขาไม่ไว้ใจให้หลานสาวตัวแสบไปพักนอกเขตวังหลวง จึงให้นางพักในตำหนักที่จัดให้ และก็เป็นตำหนักที่นางเคยอยู่เมื่อครั้งยังเยาว์วัย นั่นก็คือ ตำหนักเหวินฮวา " ท่านหญิงที่นี่ยังเหมือนเดิมเลยนะเพคะ ท่านว่าหรือไม่ " เป็นอาจินที่พูดขึ้น " นั่นสิ เสด็จลุงใส่ใจเสียจริง " พอนางมาถึงตำหนักของนาง ก็เดินสำรวจเล็กน้อยก่อนจะไปพักผ่อน และก็เป็นเช่นนี้ทุกวัน ตื่นเช้ากินข้าว เรียนเพลงพิณ พูดคุยเป็นเพื่อนเสด็จป้าฮองเฮา เดินเล่นอุทยานหลวง และก็มาศึกษาตำราแพทย์ วนอยู่แบบนี้ทุกวัน จนตอนนี้ผ่านพ้นไปครึ่งปีแล้ว วันเวลาช่างผ่านไปเร็วยิ่งนัก ตอนนี้เสด็จลุง กับเสด็จป้าฮองเฮาก็รบเร้าแม่ของนาง เพราะอยากจะรับนางเป็นลูกสาวบุญธรรมเสียเต็มที ฮองเฮาเอ็นดูนางมาก นางเป็นเด็กน่ารักสดใสร่าเริง ไปไหนใครก็รัก ไปไหนใครก็ชื่นชม จนแม่นางใจอ่อน และอีกไม่กี่วันฮ่องเต้จะแต่งตั้งนางเป็นบุตรสาวบุญธรรม และแต่งตั้งยศองค์หญิงให้กับนาง ซึ่งในใจของเสด็จลุง ของนางอยากจะแต่งตั้งเสียตอนนี้เดี๋ยวนี้เลย จนเสด็จป้าฮองเฮาอดที่จะขำไม่ได้ พวกนางเห็นหลานสาวยิ้มได้หัวเราะได้ก็ดีใจ เพราะช่วงแรกที่มาอยู่ที่นี่นางค่อนข้างเก็บตัว ไม่ออกไปพบผู้คน แต่ตอนนี้กลับๆ กัน นางมีความสุขและสนุกกับทุกสิ่งที่ทำ พลอยทำให้ทุกคนรักและเห็นนางเป็นดั่งกระดาษเบาบางราวกับแตะต้องรุนแรงมิได้กลัวมันจะขาด 3 วันถัดมา " ท่านหญิงจ้าวฮวาหมิง รับราชโองการ " หลังจากนั้นกงกงคนสนิทของของฮ่องเต้ก็ประกาศราชโองการจนจบ " ฮวาหมิงรับราชโองการ ขอบพระทัยฝ่าบาท ขอพระเจริญหมื่นปี หมื่น หมื่น ปี " " องค์หญิงลุกขึ้นเถิด ยินดีกับองค์หญิงด้วย ข้าน้อยรู้สึกปลื้มมม ปลิ่มยิ่งนัก " กงกงกล่าวด้วยรอยยิ้ม " ขอบคุณกงกงเจ้าค่ะ เชิญท่านลุงกงกงเข้ามาดื่มชาก่อนเจ้าค่ะ " " เช่นนั้นก็รบกวนองค์หญิงด้วยเถิด " จากนั้นก็นั่งดื่มชาและพูดคุยกันเล็กน้อยก็ขอตัวกลับ วันนี้ฮ่องเต้มีราชโองการแต่งตั้งท่านหญิงจ้าวฮวาหมิง เลื่อนขั้นเป็นองค์หญิง พระราชทานนามอี้หลินให้แก่นาง บัดนี้นางหาใช่หลี่หมิงหมิง หรือจวิ้นจู่น้อยจ้าวฮวาหมิง แต่นางคือ องค์หญิงจ้าวอี้หลิน พระราชธิดาเพียงหนึ่งเดียวของฮ่องเต้จ้าวอี้เฉิน และฮองเฮาอันหล่อหลาน โดยประกาศให้ทราบทั่วทั้งแคว้น ทุกคนล้วนแต่ยินดีและอวยพร พอพี่ชายทั้งสองกลับมาถึงก็ตรงมาหาน้องสาวตนทันที " ยินดีกับองค์หญิงด้วยพะย่ะค่ะ " พี่ชายคนรองเอ๋ยเย้าเจ้าน้องสาวตัวแสบ " พอเลยพี่รอง ท่านอย่ามาล้อข้าเชียว พี่ใหญ่ดูพี่รองสิเพคะ " พอเห็นพี่ชายพูดแบบนี้นางก็ทำหน้างอเป็นปลาทูแม่กลองทันที แถมยังฟ้องพี่ชายคนโตอีกด้วย " หยุดทั้งสองคนนั้นแหละ พี่มีเรื่องจะต้องคุยกับเจ้าน้องหญิง " พี่ชายคนโตเอ่ยเสียงเคร่งเครียดทันที " มีอันใดรึเจ้าค่ะ ? " " องค์ซื่อจื่อ แคว้นอัน พอได้ข่าวว่าเจ้าหย่า กับสามีแล้วก็จะมาสู่ขอตัว เจ้ารู้ตัวหรือไม่เล่า เหตุใดเขาถึงรู้จักเจ้าได้เล่า " " อ๋อ อิตาซื่อจื่อปากมาก นั่นน่ะหรอเจ้าค่ะ บังเอิญเขาเดินชนข้า..... " จากนั่นก็เล่าเรื่องทั้งหมดให้พี่ชายทั้งสองฟัง " เช่นนั้นเจ้าจะทำเช่นไร ข้าว่าเห็นต้องปรึกษาเสด็จลุงแล้วแหล่ะ " เห็นทีคราวนี้ซื่อจื่อเจอศึกหนักเสียแล้ว เพราะฮ่องเต้คงไม่ยอมให้ลูกสาวคนโปรดแต่งงานง่ายๆ เป็นแน่ " คิดว่าเสด็จลุงจะยอมหรือ ยิ่งตอนนี้น้องหญิงเป็นบุตรสาวบุญธรรมของเสด็จลุงแล้ว เสด็จลุงก็ยิ่งหวงบุตรสาวบุญธรรมคนนี้มากกว่าตอนเป็นหลานสาวเป็นเท่าตัวเป็นแน่ " เป็นพี่รองเอ่ยขึ้น จู่ๆ ก็มีเสียงหนึ่งดังมาจากทางประตูหน้าตำหนักจนสามพี่น้องหัน ขวับ!! มองไปทางประตูอย่างพร้อมเพียงกัน " ข้าก็ไม่มีทางยอมให้น้องสาวข้าไปแต่งงานกับผู้อื่นได้ง่ายๆ เช่นกัน ใครคิดจะแตะต้องน้องสาวข้า ก็ข้ามศพข้าไปก่อนเถอะ " เป็นองค์ชายรอง จ้าวอี้หลง พี่ชายอีกคนของนางที่มาพร้อมกับองค์รัชทายาท เพราะน้องๆ ต่างก็ไปเล่าเรียนกันหมด " ข้าเห็นด้วยกับเจ้ารอง พวกเจ้าจะยอมให้น้องหญิงไปแต่งงานกับคนที่มิรู้จักได้เช่นไร ถึงพวกเจ้าจะรู้จักพวกเขา แต่หาใช่พวกข้าจะรู้จักสักหน่อย " เป็นองค์รัชทายาทที่พูดขึ้นแบบไม่ยอมรับองค์ซื่อจื่อแคว้นอันเป็นน้องเขย " แต่น้องหญิงของพวกท่านรู้จักและเคยพานพบหน้าของพระองค์แล้วนะ ใช่หรือไม่เล่าน้องหญิง " คราวนี้เป็นพี่ชายนางโยนมาที่น้องสาวเต็มๆ " จริงเช่นนั้นหรือเจ้าตัวแสบ ? " ก็ยังเป็นพี่ชายรัชทายาท ผู้รักและหวงน้องสาวเช่นเคย เพราะน้องสาวเคยมีอดีตที่มิดี เลยกังวลเป็นพิเศษ เพราะกลัวว่าคนผู้นั้นจะทำให้น้องสาวของตนเสียใจอีก ดั่งเช่นอดีตสามีนาง " เจ้าค่ะ แต่ข้ามิได้ชื่นชอบเขาเสียหน่อยหนิเจ้าค่ะ พวกท่านเลิกถกเถียงกันได้แล้ว มิไปทำงานกันหรืออย่างไร " คราวนี้เป็นน้องสาวบ่นให้กับเหล่าพี่ชายบ้าง " อันที่จริงพี่ก็มีงานราชกิจมากอยู่หรอก แต่เจ้ารองลากพี่มา ก็เลยแอบอู้นิดหน่อย แฮร่ !! " องค์รัชทายาททำท่าไปด้วย พี่ไม่ให้น้องสาวผู้นี้บ่นให้ตนอีกเป็นครั้งที่สอง โดยการโยนไปที่องค์ชายรองเสียเลย ผู้รับจบทุกงานก็หาจะเป็นใครไปมิได้ น้องจากองค์ชายรองผู้นี้ " พวกท่านกลับไปได้แล้วเจ้าค่ะ ไปทำงานกันเถอะ ข้าจะไปหาเสด็จยาย กับเสด็จตา " พอได้ทีก็เอ่ยปากไล่เหล่าพี่ชายไปทันทีแต่พี่ชายทั้งสองของนางก็ยังจะตามไปด้วยอีก และยังให้เหตุผลว่าไม่เจอเสด็จตา เสด็จยาย นานแล้วเหมือนกัน พระตำหนักหวงไท่โฮว่ พอมาถึงตำหนักก็ให้นางกำนัลเข้าไปแจ้ง และหลังจากนั้นไม่นานก็กลับมาแจ้งต่อทุกคนว่า " เชิญองค์หญิง และท่านชายเพคะ พระนางทรงรอพวกท่านอยู่แล้วเพคะ " กล่าวจบก็เดินนำเข้าไปในตำหนัก " หลานถวายพระพรเสด็จยายเพคะ / พะย่ะค่ะ " พอมาถึงในตำหนักก็พบเพียงเสด็จยายหาได้มีเสด็จตา " ลุกขึ้นเถอะ คงสงสัยล่ะสิว่าเสด็จตาพวกเจ้าไปที่ใด ? " พอเห็นหลานๆ มองหาเหมือนหาอะไรก็เอ่ยขึ้นอย่างอ่อนโยนทันที " เพคะเสด็จยาย / พะย่ะค่ะ " " เสด็จตาพวกเจ้าเสด็จออกนอกวังไปทำธุระอีก 2-3 วันนู้นถึงจะกลับ พวกเจ้ามาเสียเที่ยวเสียแล้วหล่ะ " " แต่เสด็จยายก็ยังอยู่นี่เพคะ หลานคิดถึงเสด็จยาย เป็นที่สุดเลยเจ้าค่ะ เสด็จยายพระวรกายทรงเป็นอย่างไรบ้างเพคะ " พอเห็นเสด็จยายเอ่ยแบบนี้ก็ออดอ้อนทันที และไม่ลืมที่จะถามเรื่องสุขภาพท่านด้วย " มิเป็นไร มิเป็นไร โรคคนแก่ พวกเจ้ามิต้องเป็นห่วงไปหรอกหน่า " เสด็จยายของพวกนางอายุเยอะแล้ว พระวรกายของท่านก็ทรุดโทรมลงตามอายุขัย " เสด็จยาย พระองค์จะทรงเอ่ยเช่นนี้ก็ไม่ถูกนะพะย่ะค่ะ หากทรงมิสบายพระวรกายตรงไหนก็ต้องบอกหลานนะพะย่ะค่ะ " พี่ชายใหญ่ผู้ที่เป็นห่วงทุกคน " พวกเจ้านี่น่า เจ้าสองคนเมื่อใดจะแต่งงานสักทีเล่า นายรอเลี้ยงเหลนอยู่นะ พวกเจ้าสองคนหากมีสตรีที่ชมชอบก็ให้มาบอกยายได้ เดี๋ยวยายจะให้ฝ่าบาทออกราชโองการสมรสให้พวกเจ้า " พอเห็นหน้าหลานก็บ่นเรื่องแต่งงานทันที " เสด็จยาย หลานมิรีบพะย่ะค่ะ ปีนี้หลานพึ่ง 24 เองนะมะพะย่ะค่ะ หาได้อายุเยอะสักหน่อย เสด็จยายรอเลี้ยงเหลนจากองค์รัชทายาทเถิดพะย่ะค่ะ " พอได้ทีพี่ใหญ่ของนางก็โยนไแที่องค์ไทจื่อ ทันที " หื้ม ? องค์รัชทายาทมีสตรีที่ชมชอบแล้วอย่างนั้นรึ ยายมิเห็นจะรู้เรื่องเลย " พอได้ยินแบบนั้นคนเป็นยาย ก็ออกอาการฉงน งุนงงทันที " ต้องมีอยู่แล้วสิพะย่ะค่ะเสด็จยาย เสด็จยายมิรู้หรอก.... " จากนั้นพี่รองของนางก็ไม่น้อยหน้าพี่ใหญ่เลย จนทั้งตำหนักมีแต่รอยยิ้มและเสียงหัวเราะของ 4 ยายหลาน สาวหลานสาวคนนี้ ท่านยายบอกว่าท่านมิได้รีบร้อน และเร่งรีบอยากให้นางได้แต่งงานใหม่ เพราะเรื่องอดีตของนางยังเป็นปมในใจทุกคนอยู่ หลังจากคุยกันพักใหญ่ๆ ทุกคนก็แยกย้ายกัน พี่ใหญ่พี่รองของนางก็ต้องกลับค่ายทหาร
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD