ตัดภาพมาทางด้าน หมอหนุ่มเพทาย...
หลังจากค่ำคืนอันเร่าร้อนและยาวนาน ความหวานซ่านลึกของแม่สาวสายเดี่ยวสีดำผู้กล้าดีซึมซาบไปทั่วทุกความรู้สึก เขาผู้ซึ่งผ่านโลกมาพอสมควรกลับควบคุมตัวเองไม่ได้อย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน เมื่อได้สัมผัสความบริสุทธิ์ผุดผ่องที่ซ่อนอยู่ภายใต้ความใจกล้าประชดชีวิตของเธอ
บทเรียนรักอันหนักหน่วงที่เขามอบให้ ดึงดูดทั้งคู่เข้าสู่เกลียวคลื่นอารมณ์ครั้งแล้วครั้งเล่า จนกระทั่งร่างบางไร้ประสบการณ์ในอ้อมกอดถึงกับทนความรุ่มร้อนไม่ไหว สลบไสลหมดแรงไปคาทรวงอกกว้างของเขาในช่วงดึกสงัด
เพทายมองใบหน้าหวานที่กำลังหลับสนิทด้วยรอยยิ้มเอ็นดู เขาลูบไล้เส้นผมยุ่งเหยิงของเธอเบาๆ ก่อนจะดึงผ้าห่มขึ้นมาคลุมร่างนวลเนียนที่เต็มไปด้วยร่องรอยรักไว้ให้อย่างเบามือ
แต่ว่าในช่วงตรู่ที่แสงอาทิตย์ยังไม่ทันจับขอบฟ้า เสียงโทรศัพท์มือถือของเขาก็ดังแผดเสียงแทรกความเงียบขึ้นมาอย่างสั่นประสาท
ครืด ครืด ...
เพทายรีบคว้าโทรศัพท์ขึ้นมากดรับสายทันทีเพื่อไม่ให้เสียงดังรบกวนคนที่กำลังหลับสนิท
"ครับ เพทายพูดครับ"
(หมอเพทายคะ!! มีเคสฉุกเฉินด่วนวิกฤตค่ะ คนไข้อุบัติเหตุใหญ่มีเลือดออกในช่องท้องปริมาณมาก คนไข้ความดันตกเรื่อยๆ หมอเวรขอความช่วยเหลือด่วนค่ะ )
เสียงจากปลายสายของพยาบาลห้องฉุกเฉินฟังดูตื่นตระหนกอย่างเห็นได้ชัด
"ตกลงครับ อีกสิบห้านาทีผมถึง เตรียมห้องผ่าตัดได้เลย"
สัญชาตญาณความเป็นแพทย์สั่งการทันที เพทายสลัดความง่วงเหงาและอารมณ์วาบหวามทิ้งไปในเสี้ยววินาที เขากระโจนลงจากเตียง คว้าเสื้อเชิ้ต สแล็ก และเสื้อมาสวมใส่อย่างรวดเร็วและคล่องแคล่ว
เขาหันกลับมามองร่างบางที่นอนหลับสนิทอยู่บนเตียงอีกครั้ง หัวใจกระตุกเกร็งด้วยความรู้สึกเสียดายและเป็นห่วง เพทายตั้งใจจะเดินไปหยิบกระดาษกับปากกาบนโต๊ะเพื่อเขียนเบอร์โทรศัพท์และโน้ตทิ้งไว้ให้เธอ
ครืด.. ครืด ..
เสียงโทรศัพท์มือถือดังขึ้นซ้ำอีกครั้ง
(หมอเพทายคะ เคสนี้ความดันตกเหลือสี่สิบแล้วค่ะ หมอด่วนที่สุดเลยนะคะ)
"กำลังลงไปขึ้นรถครับ "
สถานการณ์ตรงหน้าวิกฤตจนไม่อาจเสียเวลาแม้แต่เซนติเดียว เพทายจำใจต้องทิ้งความคิดที่จะเขียนโน้ต เขาสาวเท้าสปีดออกจากห้องพักชั้นสามของผับอย่างรีบร้อน ตรงไปที่รถยนต์ส่วนตัวแล้วเหยียบคันเร่งมุ่งหน้าสู่โรงพยาบาลในทันที
โดยที่เขาเองก็ไม่รู้เลยว่า การรีบด่วนจากไปโดยไม่ได้ทิ้งข้อความอะไรไว้ จะทำให้สาวน้อยผู้ไร้ประสบการณ์เข้าใจผิด คิดว่าเขาเป็นแค่ผู้ชายใจร้ายที่ฟันแล้วทิ้ง ก่อนที่โชคชะตาจะหมุนวนให้เขากับเธอต้องมาเจอกันอีกครั้งในบทบาท
" คุณหมอกับคนไข้"
ในอีกไม่กี่ชั่วโมงข้างหน้า
แก้ม กัดฟันอดทนทนทรมานจนกระทั่งทำข้อสอบเสร็จเรียบร้อย แต่ทันทีที่ลุกออกจากเก้าอี้ ร่างกายของเธอก็เริ่มสั่นสะท้าน ร้อนผ่าวเหมือนจะจับไข้ ความเจ็บปวดและระบมตรงกลางกายทวีคูณจนเธอแทบจะเดินไม่ไหว
นิวเยียร์ เพื่อนสนิทที่เห็นอาการหน้าซีดเผือดและท่าทางการเดินแปลกๆ ของแก้ม ก็รีบพุ่งเข้ามาพยุงไว้ทันที ก่อนจะซักไซ้คาดคั้นอย่างหนักด้วยความเค้นคอเอาความจริง
"ยัยแก้ม แกไปทำอะไรมา ทำไมสภาพเป็นแบบนี้ หน้าซีดเหมือนจะสลบ แล้วเดินเกร็งไปหมด "
ในที่สุด แก้มที่ทนความเจ็บและอาการไข้ขึ้นไม่ไหว จำเป็นต้องเค้นความจริงเล่าเรื่องราวในคืนสลัดความบริสุทธิ์ให้เพื่อนฟังอย่างอับอาย นิวเยียร์ได้ฟังถึงกับตาโตเท่าไข่ห่าน เบิ่งตากว้างด้วยความตกใจ แต่เมื่อเห็นว่าเพื่อนสาวแทบจะยืนไม่อยู่ นิวเยียร์จึงเลิกซักถามต่อ แล้วรีบพากระโจนขึ้นรถ มุ่งหน้าตรงไปยังโรงพยาบาลในทันที
ไม่นานนัก ทั้งสองก็มาถึง แผนกสูตินรีเวช ของโรงพยาบาลเอกชนชื่อดัง แก้มได้รับคิวตรวจแต่ต้องนั่งรออยู่นานพอสมควร เพราะเป็นช่วงเวลาพักของแพทย์พอดีเธอเลือกที่นี่เพราะเพื่อนบอกว่าเป็นคุณหมอผู้หญิง
แต่ภายในห้องตรวจเบอร์ 3 ในเวลานั้นสองหมอหนุ่มสาวกำลังยืนคุยกันอย่างเคร่งเครียด หมอญาดา แพทย์ประจำห้องตรวจ มีเหตุธุระด่วนวิกฤตที่ต้องไปจัดการเป็นการด่วน เธอจึงรีบหันไปขอร้องเพื่อนสนิทต่างแผนกอย่าง หมอเพทาย ศัลยแพทย์สุดหล่อผู้มีความรู้รอบด้านและมีความสามารถรอบตัวให้ช่วยตรวจคนไข้ที่เหลือแทนเธอ
"เพทายเราฝากดูคนไข้เคสที่เหลือให้หน่อยสิ ฉันมีธุระด่วนจริงๆ นะ ถือว่าช่วยฉันหน่อยนะเพื่อน"
หมอญาดาไหว้วานด้วยสีหน้าร้อนรน
"เออๆ รู้แล้ว เดี๋ยวดูต่อให้ ไปเหอะ"
เพทายตอบด้วยน้ำเสียงเรียบๆ พลางถอนหายใจเล็กน้อย ก่อนจะขยับเสื้อกาวน์ให้เข้าที่ แล้วนั่งลงบนเก้าอี้ประจำตำแหน่งหมอตรวจ
เสียงพยาบาลหน้าห้องตรวจขานเรียกชื่อคนไข้รายต่อไปดังขึ้น
"เชิญคุณนลินนิภาค่ะ"
แก้มที่นั่งกุมท้องน้อยด้วยใบหน้าซีดเซียว สะดุ้งเล็กน้อยเมื่อได้ยินชื่อจริงของตัวเอง เธอกระชับกระเป๋าสะพาย แล้วรีบนำแมสก์ออกมาสวมใส่ปิดบังใบหน้าทันทีด้วยความขลาดอายและกลัวว่าจะมีใครจำได้ ร่างเล็กในชุดนักศึกษาค่อยๆ พาร่างอันบอบช้ำเดินกะเผลกผ่านประตูเข้าไปในห้องตรวจ
แต่เมื่อก้าวเข้ามาด้านใน ร่างบางถึงกับสตั๊นไปชั่วขณะ...
เธอตกใจและสับสนอยู่ไม่น้อย เพราะป้ายชื่อติดหน้าห้องตรวจระบุไว้อย่างชัดเจนว่าเป็น 'หมอหญิง ญาดา' แต่ผู้ชายที่นั่งอยู่ตรงหน้าโต๊ะทำงานในตอนนี้ กลับเป็น หมอหนุ่มร่างสูงกะทัดรัด แผงอกกว้างซ่อนอยู่ใต้เสื้อกาวน์ขาวสะอาด
ยังไม่ทันที่แก้มจะได้เอ่ยปากถามด้วยความสงสัย หมอหนุ่มที่สวมแมสก์ปิดบังใบหน้าท่อนล่างไว้เช่นกัน ก็เอ่ยทักทายขึ้นมาก่อนด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล
"สวัสดีครับ... เป็นอะไรมาครับ"
เสียงทุ้มต่ำ อบอุ่น ทว่าทรงอำนาจเอ่ยขึ้นอย่างอ่อนโยน ก่อนที่เขาจะหมุนเก้าอี้แล้วเงยหน้าขึ้นมาสบตากับคนไข้สาวในชุดนักศึกษาตรงๆ แวบหนึ่ง
ดวงตาคมกริบลึกซึ้งคู่ นั้นแม้จะมีแมสก์ปิดบังใบหน้าส่วนใหญ่ไว้ แต่เพียงแค่ได้ประสานสายตา หัวใจของแก้มก็กระตุกวูบขึ้นมาอย่างแรง ความรู้สึกคุ้นเคยอย่างประหลาดแล่นปราดไปทั่วร่าง... ดวงตาคู่นี้ เหมือนกับดวงตาของผู้ชายแปลกหน้าในคืนนั้นไม่มีผิด