(แสงของรุ่งอรุณ)
[KATHI’S PART]
“อือออออ” ฉันลืมตาขึ้นมาช้าๆ พร้อมกับมองไปรอบๆห้อง ‘ที่นี่ที่ไหน’ ห้องทั้งห้องถูกตกแต่งด้วยเฟอร์นิเจอร์สีดำทั้งหมด ผ้าม่านสีดำที่ปิดจนมิดทำให้ไม่มีแสงจากด้านนอกส่งเข้ามาในนี้ มีเพียงโคมไฟดวงเดียวที่ตั้งอยู่บนโต๊ะหัวเตียงที่ช่วยส่องแสงให้กับฉัน
“...” ฉันเรียบเรียงเรื่องราวต่างๆ ที่เกิดขึ้นกันก่อนจะนึกได้ว่าพี่ใช้เอาฉันมาขายให้กับพี่จีซัส ‘หนีฉันต้องหนี’ คิดได้ดังนั้นฉันจึงวิ่งออกมาจากห้องนอนที่ดูยังไงก็ไม่น่านอนเลยสักนิดก่อนจะพบว่าตอนนี้ฉันยืนอยู่บริเวณของห้องนั่งเล่นที่มองออกไปเป็นสนามแข่งรถ ฉันวิ่งออกมาจากห้องนั้นได้อย่างง่าย ‘ห้องไม่ได้ล็อคงั้นหมายความว่า...เขาไม่ได้คิดจะขังฉันงั้นเหรอ’ ฉันหยุดคิดเล็กน้อยก่อนจะวิ่งออกไปตามทางด้านหน้า ยังไงตอนนี้ฉันยังไว้ใจใครไม่ได้นั้น
“แฮ่กๆๆๆ” ฉันหยุดวิ่งพร้อมกับหอบหายใจออกมาอย่างเหนื่อยๆ ฉันวิ่งมาตั้งนานแล้วยังหาทางออกไม่เจอเลย ที่นี้อย่างกับเขาวงกตยิ่งฉันวิ่งเข้าไปไกลเท่าไหร่ฉันยิ่งหาทางออกไม่เจอ
“...” ฉันมองไปรอบๆ ก่อนจะเห็นกลุ่มวัยรุ่นกลุ่มหนึ่งพูดคุยกันเสียงดังอยู่ไม่ไกล ฉันจึงรีบเดินเข้าไปหาพวกเขาเพื่อถามหาทางออกทันที
“ขอโทษนะคะ คือ...” ฉันชะงักไปเล็กน้อยที่เห็นกลุ่มชายฉกรรจ์ตรงหน้ามองมาที่ฉันเป็นตาเดียว สายตาของพวกเขามันทำให้ฉันกลัวมากขึ้นไปอีกหวังว่าฉันคงจะไม่หนีเสือปะจระเข้หรอกนะ
“ว่าไงครับคนสวย”
“อะ เอ่อ ไม่มีอะไรค่ะ” ฉันเลือกจะไม่ถามพวกเขาต่อก่อนจะเดินออกไปอีกทาง แต่ก็มีชายฉกรรจ์อีกคนหนึ่งยืนดักฉันอยู่ด้านหลังแล้ว
“จะรีบไปไหนล่ะคนสวย” ฉันมองร่างสูงทั้งสามคนที่ยืนล้อมฉันเอาไว้อย่างไม่ปล่อยให้ฉันออกไปง่ายๆ
“พวกเรามาหาอะไรสนุกๆเล่นกันฆ่าเวลากันดีไหม” ชายคนเดิมพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงที่ฟังดูไม่เป็นมิตร เขาน่าจะเป็นลูกพี่ของชายอีกสองที่เอาแต่หัวเราะชอบใจไม่หยุด
“ฉันไม่ว่างค่ะ อะ...” ฉันรีบวิ่งออกไปทันทีที่มีโอกาส แต่มือหนาของชายที่อยู่ข้างหลังคว้าแขนเรียวของฉันเอาไว้ก่อนจะเหวี่ยงฉันอย่างแรง ทำให้ฉันกระแทกเข้ากับผนังด้านในอย่างแรงจนฉันล้มลงไปนอนกับพื้น
“ยะ อย่าทำอะไรฉันเลยนะ” ฉันยกมือไหว้อ้อนวอนทั้งสามคนพร้อมกับร้องบอกกับเขาเสียงสั่น น้ำตาของฉันไหลออกมาไม่ขาดสายด้วยความหวาดกลัว
“ก็ยอมพวกกูดีๆสิวะ” หัวหน้าของมันย่อตัวลงตรงหน้าของฉัน มือหนาของมันจับลงที่ขาของฉันก่อนจะลูบขึ้นมาเบาๆ
ผัวะ!!
“ไม่นะ” ฉันถีบร่างสูงตรงหน้าออกไปอย่างแรง ก่อนที่จะลุกขึ้นและรีบวิ่งหนีไปแต่ยังไม่ทันทีฉันจะได้ขยับตัวชายทั้งสองคนก็เข้ามาจับแขนทั้งสองข้างของฉันไว้แน่น
“ยะ อย่าทำอะ...”
เพียะ! เพียะ!!! ฉันยังไม่ทันพูดจบฝ่ามือหนาของหัวหน้าพวกมันตบลงที่แก้มทั้งสองข้างของฉันอย่างแรง ก่อนที่มันจะบีบคอของฉันไว้แน่น
“แค่กๆๆ” ฉันพยายามตะเกียดตะกายเพื่อหาอากาศหายใจ ฉันทั้งตีทั้งต่อยร่างสูงตรงหน้า แต่มันก็ไม่เป็นผลเลยฉันสู้แรงของเขาไม่ได้
“แค่กๆๆ”
ตุบ! !! ร่างสูงทุ้มฉันลงกับพื้นอย่างแรงตอนนี้ฉันรู้สึกทั้งมึนทั้งงงกับสิ่งที่เกินขึ้นอาจจะเป็นเพราะหัวของฉันที่มันพึ่งถูกกระแทกกับพื้นอย่างแรง
แควก! !!
“ยอมตั้งแต่แรกมึงก็ไม่ต้องเจ็บตัวแบบนี้หรอก” มันพูดขึ้นเสียงแข็งก่อนที่มือหน้าจะกระชากเสื้อของฉันจนมันขาดติดมือเขาออกมา ในตอนนี้ฉันเลือกเพียงบราสีดำตัวจิ๋วที่ปกปิดอกอวบอิ่มของฉันเอาไว้ ฉันรีบยกมือขึ้นมาปิดอกของตัวเองไว้ทันที
“ฮ่าฮ่าฮ่า อย่างไงมึงก็ไม่รอด” มันหัวเราะออกมาอย่างชอบใจ ก่อนมันจะปลดเข็มขัดที่เอวออกมาช้าๆ มันมองมาที่ฉันอย่างคนที่เหนือกว่า
“ฮือออออ ปล่อยฉันไปเถอะน้า” ฉันยังคงอ้อนวอนชายตรงหน้าอยู่แบบนั้นทั้งๆที่รู้ว่ามันไม่ได้ผล
ตุบ! ร่างสูงตรงหน้าทิ้งตัวลงมาคล่อมฉันไว้อย่างแรง พร้อมกับมือหนาที่พยายามแกะแขนเรียวของฉันออก
“ยะ อย่าทำอะไรฉันเลยนะ ฮืออออออ”
“ผิวมึงสวยมาเลยนะเนี่ย อยากรู้จังว่าตรงอื่นจะสวยด้วยไหม” มันเอ่ยบอกกับฉันด้วยน้ำเสียงที่หน้าขนลุก พร้อมกับมือหนาลูบลงที่ขาของฉันเบาๆ
“กรี๊ดดดดดด ไม่นะช่วยด้วย ใครก็ได้ช่วยด้วย” ฉันกรีดร้องออกมาอย่างหวาดกลัว ก่อนจะใช้แรงเฮือกสุดท้ายร้องขอความช่วยเหลือออกไปจนสุดเสียง
ตุบ!!!
มือหนาต่อยลงที่หน้าท้องของฉันอย่างแรง มันทำให้ฉันชาไปทั้งตัวฉันมองชายตรงหน้าที่กำลังหัวเราะชอบใจในท่าทีของฉัน ในขณะที่ฉันไม่สามารถขัดขืนเขาได้อีกต่อไป ‘ถ้าจะข่มเขงฉันขนาดนี้ก็ฆ่าฉันเลยเถอะ’
“…” น้ำตาของฉันยังคงไหลออกมาไม่ขาดสาย ‘จะไม่มีใครมาช่วยฉันสักคนเลยหรอ’
ตุบ!!!
“หมดฤทธิ์...” ยังไม่ทันที่ชายร่างหนาตรงหน้าของฉันพูดจบร่างของมันก็ลงไปนอนกองกับอยู่ที่พื้นไม่ไกลจากฉัน
“กะทิ กะทิได้ยินฉันไหม” เสียงที่ฉันคุ้นเคยดังขึ้นอยู่ไม่ไกล ก่อนที่ใบหน้าที่ฉันเคยหวาดกลัวจะมองมาที่ฉันอย่างเป็นห่วง
“ฮือออออ”
“ไม่ต้องกลัวฉันอยู่นี่แล้ว ไม่มีใครทำอะไรเธอได้แล้ว” คนที่ฉันไม่อยากเข้าใกล้ที่สุดกลายเป็นคนที่เข้ามาช่วยฉันไว้
ร่างสูงตรงหน้ากระชากเสื้อเชิ้ตของตัวเองออกอย่างแรงตามนิสัยของคนอารมณ์ร้อน ก่อนที่เขาจะสวมมันให้กับฉันอย่างเบามือพร้อมกับดึงมันมาปิดที่หน้าอกของฉันไว้ เขาโอบอุ้มฉันไว้แนบอกก่อนจะกระชับอ้อมกอดไว้แน่น ทำให้ตอนนี้หน้าของฉันซุกอยู่ที่อกแกร่งของเขา
ฉันเคยกลัวผู้ชายคนนี้มาก แต่ตอนนี้ฉันกลับรู้สึกปลอดภัยและดีใจมากที่เห็นเขาอยู่ตรงนี้กับฉัน
“ให้ผมจัดการมันเลยไหมครับนาย”
“เดี๋ยวกูกลับมาจัดการเอง” ร่างสูงหันไปออกคำสั่งกับลูกน้องของเขาที่อยู่ไม่ไกล ก่อนจะพาฉันเดินออกไปจากบริเวณนี้ทันที
ปัง!!!
ร่างสูงถีบประตูห้องนอนอย่างแรงก่อนจะว่างฉันลงบนเตียงอย่างเบามือ ฉันลุกนั่งทันทีที่ตัวเองเป็นอิสระฉันกอดเข่าของตัวเองเอาไว้แน่นเพราะความหวาดกลัวตอนนี้ฉันไม่ไว้ใจผู้ชายหน้าไหนทั้งนั้น
“ฮือออออ” ฉันยังคงร้องไห้ออกมาไม่หยุด ‘ทำไมชีวิตของฉันต้องมาเจออะไรแบบนี้ด้วย’ ฉันได้แต่ถามตัวเองอยู่ภายในใจ
เมื่อก่อนฉันได้แต่ตั้งคำถามกับตัวเองอยู่ภายในใจถึงเรื่องการมีชีวิตอยู่ของฉัน เหตุการณ์วันนี้มันยิ่งทำให้โลกใบนี้สำหรับฉันมันน่าอยู่น้อยลง ‘พ่อคะโลกใบนี้ใจร้ายกับหนูจังเลย’
“ฮึก ฮืออออออ” ฉันคงไม่สมควรได้รับความเมตตาจากใครจริงๆสินะ ทุกคนถึงได้ทำกับฉันแบบนี้
“กะทิ” พี่จีซัสเดินไปเปิดไฟทุกดวงในห้องนี้จนสว่าง ทำให้ฉันได้เห็นทุกอย่างได้ชัดเจน เขาเดินกลับเข้ามาหาฉันก่อนจะนั่งลงตรงหน้า มือหนาของเขาลูบลงที่แก้มของฉันเบาๆ
พลั่ก!!
ฉันพลักมือของเขาออกอย่างแรงก่อนจะตะเกียดตะกายลงจากเตียงอย่างหวาดกลัว สำหรับฉันตอนนี้ผู้ชายก็เหมือนกันหมดไว้ใจไม่ได้...
“เฮ้ ใจเย็นๆ นี่ฉันเอง”
“ออกไปนะ”
“กะทิตั้งสติหน่อยสิ” ร่างสูงอ้าแขนออกทั้งสองข้างก่อนจะเดินเข้ามาหาฉัน
“มะ ไม่ออกไป” ฉันคว้าขวดไวน์ที่วางอยู่ไม่ไกลออกมาถือไว้ ก่อนจะชี้ไปที่ร่างสูงตรงหน้า
“เธอจะทำบ้าอะไรของเธอวะ” ร่างสูงตรงหน้าตะคองฉันเสียงดัง การกระทำของเขามันยิ่งทำให้ฉันกลัวเขามาขึ้นไปอีก
“ฮือออออออ”
“กะทิ”
เพล้ง!!!
“อย่าขยับอยู่เฉยๆ”
ฉันทำขวดไวน์ในมือหล่นลงพื้นเพราะความตกใจ ฉันยืนมองมันนิ่งๆ ก่อนที่ฉันจะก้มลงไปคว้าคอขวดที่เป็นปากฉลามขึ้นมา
“ทำอะไรของเธอวะ กะทิ” ร่างสูงมองที่ฉันด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความเป็นห่วงปนกับความกลัว
“ยะ อย่าทำอะไรบ้าๆนะ” ร่างสูงเอ่ยบอกกับฉันเสียงสั่น น่าแปลกที่ฉันแทบจะไม่ได้ยินเสียงของเขาเลยหูทั้งสองข้างของฉันอื้อไปหมด
“ว่างมันลงกะทิ เชื่อฉัน”
“…”
“มันยังไม่ได้ทำอะไรเธอ ตั้งสติหน่อยสิ”
“...”
“ขอร้องล่ะ วางมันลงเถอะนะ”
“...”
“กะทิ”