ตอนที่ 12
ระบายกับผม
"สัญญากับผมซิครับ"
ถ้อยคำของเขาหนักแน่น แม้ใบหน้าหล่อทะเล้นนั้นจะส่งสายตาพราวระยับ ทว่าก็ดูลุ่มลึกและจริงจัง จนทอปัดนั่งนิ่งไม่รู้ว่าจะเอ่ยอะไรต่อ
"....."
"ถ้างั้น ผมจะถือว่าคุณสัญญาแล้วนะครับ"
จักรกริช ขยับตัวก่อนจะหลุบตาต่ำลง เมื่อสมาร์ทโฟนในกระเป๋ากางเกงดังขึ้น
"ยังไง ปัดขอขอบคุณคุณสามมากนะคะ ปัดโอเคแล้วค่ะ งั้นไม่รบกวนคุณสามแล้วค่ะ"
ทอปัดบอกเขาด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล เพราะเริ่มรู้สึกเกรงใจที่เขาต้องมาเสียเวลากับเธอเป็นวัน ทั้งที่เธอรู้ว่าเขางานยุ่งมากด้วยดูแลทั้งในส่วนร้านอาหารและแบรนด์หยวนโกลเด้น
"อย่าลืมที่สัญญากับผมนะ ว่ามีอะไรจะระบายกับผม จะมาเล่าให้ผมฟัง"
มือหนาวางทับบนมือนิ่มของเธอ กระแสอุ่นซ่านบางอย่างแผ่ซ่านขึ้นมาในจิตใจของทอปัด เธอรู้สึกอุ่นใจอย่างบอกไม่ถูก
"ค่ะ"
รับปากอย่างว่าง่าย
"น่ารักมากครับ ไว้เดี๋ยวผมโทรหานะครับที่ร้าก"
อ้อนมุกเสี่ยวเพื่อให้เธอยิ้ม มุมปากของชายหนุ่มยกยิ้มขึ้น เมื่อมองใบหน้าพริ้มเพราที่พยายามแสดงท่าทางให้ดูสดใสขึ้นมา
แม้จะดูฝืน แต่ก็ยังคงน่ามองอยู่ดี
ทอปัด มองตามแผ่นหลังหนาไปจนลับตา แล้วหยิบสมาร์ทโฟนขึ้นมาตอบข้อความทั้งเรื่องงานและเรื่องส่วนตัว พร้อมบอกกับตุลย์คู่หมั้นในนามของตน ว่าเสร็จงานแล้วเธอจะกลับที่คอนโดเลยเพราะรู้สึกเมื่อยมาก
แต่สักพักสายเรียกเข้าก็ดังขึ้น
เป็นสายจากแม่เอิบ แม่บุญธรรมของเธอ
"ปัดค่ะ"
(เสร็จงานหรือยัง?)
แม้ไม่ได้เห็นหน้าอีกฝ่าย แต่ทอปัดก็จับน้ำเสียงที่ไม่พอใจนั้นได้
"เสร็จแล้วค่ะกำลังจะกลับคอนโด แม่มีอะไรกับปัดหรือเปล่าคะ?"
(แวะมาที่บ้านหน่อยแม่อยากคุยด้วย)
"ได้ค่ะ"
.
.
บ้านหลังสีขาวสองชั้นหลังขนาดกลาง ในเขตรั้วของเศวตศิริ เป็นที่อยู่อาศัยของเธอตั้งแต่เด็ก แต่หลังจากที่ทอปัดเรียนจบกลับจากจีน เธอก็ขอพักอยู่ที่คอนโดย่านลาดพร้าว ด้วยไม่อยากจะเข้ามาวุ่นวายที่นี่หากไม่จำเป็น
หลายสิ่งหลายอย่างยังคงเหมือนเดิม แม่เอิบ แม่บุญธรรมที่ดูแลเธอมาตั้งแต่อายุเก้าขวบ แต่หลังจากนั้นเธอก็มีน้องสาวอีกคนชื่อ สาธินี ที่อายุห่างจากเธอราวหกปี แม้แม่เอิบจะดีใจที่มีลูกกับเจ้าสัวฮ้ง แต่เมื่อเป็นลูกสาวความดีใจนั้นก็เหมือนค่อยๆจางหายไป
เจ้าสัวฮ้งมีลูกกับเมียเอกเป็นผู้ชายสองคน และผู้หญิงหนึ่งคนคือช่อลดา และไม่ว่าแม่เอิบจะพยายามเท่าไหร่ก็ไม่สามารถจะมีบุตรได้อีกเลย จึงได้แต่เลี้ยงลูกสาวแท้ๆ และเลี้ยงลูกบุญธรรมอย่างเธอมาโดยตลอด
เดิมทีนั้นทอปัดรู้สึกอบอุ่นใจมาตลอดที่ได้รับการดูแลจากแม่บุญธรรมเป็นอย่างดี แต่เมื่อแม่เอิบมีลูกสาวอีกคน ความรู้สึกนั้นก็ค่อยจืดจางลงทีละนิด ยิ่งนับวันที่เธอโตขึ้นก็กระจ่างชัดว่าที่เธออยู่ในบ้านหลังสีขาวในรั้วที่ใหญ่โตนี้
สถานะของเธอแทบจะไม่ต่างจากคนรับใช้ในบ้าน
คนรับใช้ที่เต็มไปด้วยคำว่าบุญคุณค้ำคออยู่ทุกเมื่อเชื่อวัน
"งานที่ทำกับหนูช่อเป็นยังไงบ้าง?"
"ก็สนุกดีค่ะ ตอนนี้พี่ช่อให้ปัดดูแลลูกค้าเจ้าใหญ่คือโชติพิทักษ์ ปัดเองก็เลยค่อนข้างจะยุ่งพอสมควรค่ะ"
"นั่นซินะ...ต้องขอบคุณหนูช่อเขาด้วยนะ ที่อุตส่าห์รับเธอเข้าไปทำงานด้วย และเห็นว่าเธอไประรานหนูเจนเขาด้วยเหรอ?"
"ระราน? เขาบอกคุณแม่อย่างนั้นเหรอคะ?"
หัวคิ้วเรียวสวยของทอปัดขมวดเข้าหากัน พอจะคาดการณ์ได้ว่าแม่บุญธรรมของตนได้รับข้อมูลมาจากใคร
ด้วยแม่ของเจนจิรากับแม่เอิบค่อนข้างจะสนิทกัน และความจริงแล้วแม่บุญธรรมของเธอไม่ค่อยเห็นด้วยกับการหมั้นหมายของเธอกับตุลย์ หิรัญกุล เท่าใดนัก แต่ว่าขัดเจ้าสัวฮ้งไม่ได้
เพราะคนของหิรัญกุลระบุฝ่ายหญิงว่าต้องเป็นเธอเท่านั้น ตามแผนของเธอกับตุลย์ที่ส่งต่อผ่านมาทางผู้ใหญ่ฝ่ายนั้น
ซึ่งความจริงแล้วแม่เอิบอยากให้เธอหมั้นหมายกับ ทศพล หลานชายของตัวเองมากกว่า
นั่นเป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้ทอปัดจำเป็นที่จะต้องตกลงเงื่อนไขสัญญาลับระหว่างคู่หมั้นในนามของตนกับตุลย์ เพื่ออยากจะหลุดพ้นจากพันธนาการที่ผูกมัดตัวเธอเอาไว้ และอยากตั้งต้นชีวิตใหม่ด้วยเงินก้อนโตจากเจ้าสัวฮ้งผู้เป็นพ่อ ยังไงรุ่นพี่ตุลย์ก็คือคนที่เธอไว้ใจมากกว่าทศพลหลานชายของแม่บุญธรรมของเธอเสียอีก
"ใช่ เขาบอกแม่มาแบบนั้น จะทำอะไรก็ให้รู้จักไว้หน้าแม่บ้างนะปัด อย่าลืมว่าฉันเลี้ยงแกมา ไม่ใช่ว่าพอหมั้นหมายกับคนหิรัญกุลแล้วจะมากระด้างกระเดื่องแบบนี้"
"ปัดไม่เคยคิดแบบนั้นค่ะ"
แม้อยากจะเถียงมากกว่านั้น แต่ทอปัดก็ทำได้เพียงกำมือเข้าหากันแน่น เธอไม่ได้น้อยใจที่โดนต่อว่า แต่น้อยใจที่ว่าทำไมแม่บุญธรรมของเธอถึงเชื่อฝ่ายนั้นมากกว่าตัวเธอเอง
"ไม่เคยคิด! แต่ท่าทางของเธอมันแสดงออกมาแบบนั้น"
"ถ้าแม่อยากจะเชื่อคนอื่นมากกว่าปัด ก็ตามใจค่ะ"
ทอปัดเหยียดกายลุกขึ้น เมื่อรู้สึกว่าถ้อยคำของตนไม่มีความหมายอะไร "ถ้าจะเรียกปัดมาคุยเพราะเรื่องไร้สาระแบบนี้ งั้นปัดขอตัวกลับก่อนนะคะ"
"ทอปัด!! มันจะมากเกินไปแล้วนะ เดี๋ยวนี้ตั้งแต่เรียนจบมา เธอแทบจะไม่เห็นหัวฉันแล้วนะ"
ถ้อยคำนั้นไม่ได้ทำให้ใบหน้าสวยของทอปัดเปลี่ยนสีเลยแม้แต่น้อย เธอหันกลับไปมองมารดาบุญธรรมด้วยแววตาเรียบเฉยและว่างเปล่า
ไม่มีอะไรอยู่ในนั้น
แม้กระทั่งความเอื้ออาทร ที่เคยมีอย่างเหลือล้น ไม่มีอีกแล้ว
"ปัดแค่ทำหน้าที่ของตัวเอง ใช้ชีวิตของตัวเองอย่างดีที่สุด โดยไม่ระรานและรังแกใคร และต่อไปนี้ใครก็มารังแกปัดไม่ได้เหมือนกัน เพราะปัดจะตอบโต้เพื่อปกป้องตัวเอง"
ไม่อีกแล้ว!!
เธอจะไม่ยอมเป็นเบี้ยล่าง และเป็นผู้ถูกกระทำอีกต่อไป
.
.
จักรกริช ใช้เวลาคุยงานกับพาร์ทเนอร์จนถึงเย็น เมื่อทุกอย่างผ่อนคลายลงแล้ว ชายหนุ่มก็หยิบสมาร์ทโฟนของตัวเองขึ้นมากดส่งสติ๊กเกอร์และข้อความไปหาใครคนนึง ที่ปั่นป่วนหัวใจเขามาทั้งวัน
แต่เหมือนอีกฝ่ายไม่ตอบข้อความของเขา
ชายหนุ่มจึงกดสายหาเธอแทบจะทันที สายดังประมาณห้าครั้ง นางฟ้าคนสวยของเขาจึงกดรับสาย
"อยู่ไหนครับ?"
(ฮื้อ คุณสามมีอะไรกับปัดหรือเปล่าคะ?)
เสียงอู้อี้จากปลายสายที่ขึ้นจมูกนั้น ทำให้เขารู้ได้ทันทีว่าเธอกำลังร้องไห้อยู่
เกิดอะไรขึ้นกับเธอ? ใครทำอะไรเธอ? ใครวะ? ที่บังอาจทำให้ยัยอ้วกของกูมีน้ำตา
**************