คนของผม

1465 Words
ตอนที่ 11 คนของผม "คนของคุณสาม?" เจนจิรา ขมวดคิ้วอย่างฉงน ขณะที่ใบหน้าหล่อเหลาของเจ้าของ The Your Garden เริ่มจะอึมครึมขึ้น "ครับ คุณปัดมาทำงานให้ผมในนามของซีดีเอเยนซี่ ก็ต้องเป็นคนของผม แล้วตอนนี้คนของผมกำลังปฏิบัติหน้าที่อยู่ในพื้นที่ของผม ไม่ควรจะต้องถูกใครมาระรานนะครับ" น้ำเสียงสุภาพทว่าแฝงด้วยอันตรายบางอย่าง ทำให้เจนจิราหน้าเจื่อนลงแทบจะทันที ด้วยที่ผ่านมานั้นเวลาที่เธอและครอบครัวมาใช้บริการที่นี่ จะได้รับการต้อนรับอย่างสุภาพจากคนในตระกูลโชติพิทักษ์เสมอ "ระรานอะไรกันคะ?" เจนจิราหัวเราะเบาๆ คล้ายเป็นเรื่องขบขันเสียเต็มประดา "เราก็แค่ทักทายกันปกติ คุณสามคงไม่ทราบมาก่อนมั้งคะ ว่าเจนกับปัดเป็นเพื่อนสมัยเรียนมัธยมด้วยกันมาก่อน ก่อนที่ปัดจะไปเรียนที่หนานกิง ส่วนเจนก็ไปเรียนต่อที่อังกฤษค่ะ" หล่อนส่งสายตาดูแคลนมาให้ทอปัดอย่างเปิดเผย ยิ่งเห็นใบหน้าสวยผุดผาดสดใสของหญิงสาว หล่อนก็ยิ่งหมั่นไส้ยิ่งขึ้นไปอีก นอกจากสวยกว่า…. ก็ไม่เห็นว่าลูกสาวนอกสมรสของเจ้าสัวฮ้งคนนี้จะมีอะไรเหนือกว่าหล่อนเลยสักอย่าง ทั้งการศึกษาชาติตระกูลและการได้รับการยอมรับทางสังคมที่มากกว่า ยังไงหล่อนก็มั่นใจว่าตัวเองมีราศีดีกว่าอยู่แล้ว "แต่เท่าที่ผมเห็นเมื่อสักครู่เหมือนจะไม่ใช่แบบนั้นนะครับ" จักรกริช ตอบเสียงเอื่อยเฉื่อย ขณะสาวเท้าเข้ามาใกล้ทอปัด พยายามพินิจพิจารณาว่าเธอจะเจ็บตรงไหนหรือเปล่า ด้วยไม่แน่ใจว่าเมื่อสักครู่ตอนที่เจนจิราปรี่มาใกล้ ได้โดนเนื้อต้องตัวตรงไหน ที่ให้เธอเจ็บช้ำในส่วนใดบ้างหรือเปล่า เมื่อไม่เห็นร่องรอยใดๆ บนตัวเธอ ชายหนุ่มก็ถอนหายใจออกมาอย่างโล่งอก "ปัดไม่เป็นอะไรค่ะ" ทอปัด เอ่ยบอกด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล ก่อนจะหรี่ตามองอีกฝ่ายอย่างยียวน เอาน่า!! อย่างน้อยเฮียสามก็ยังมีประโยชน์ และช่วยปั่นประสาทเจนจิราได้ เจนจิราจึงยืนนิ่งอยู่เพียงครู่ เมื่อเห็นว่าทายาทโชติพิทักษ์ไม่สนใจต่อว่าทอปัด หล่อนก็กระทืบเท้าและเดินห่างออกไป นั่นทำให้ทอปัดอมยิ้มและหัวเราะออกมา "..." "น่าขำขนาดนั้นเลยเหรอครับ?" เสียงหัวเราะกังวานใสของเธอ ทำให้ จักรกริช รู้สึกราวกับตัวเองโดนต้องมนต์ ผู้หญิงบ้าอะไร! แค่หัวเราะก็สะกดเขาจนตาพร่ามัวไปหมด "เห็นว่าครอบครัวของเจนจิราเป็นลูกค้า VIP ของที่นี่เลยไม่ใช่เหรอคะ คุณสามพูดแบบนั้นจะทำให้เสียลูกค้าไปหรือเปล่า?" กระนั้นเธอก็อดที่จะเอ่ยถามเขาไม่ได้ กลัวจะเป็นเรื่อง เกรงว่าทางหยวนการ์เด้นจะได้รับความเสียหาย ก็ดูท่าทางแล้วเจนจิราค่อนข้างจะไม่พอใจพอสมควร แต่ชายหนุ่มกลับยักไหล่อย่างไม่ยี่หระ "ไม่เห็นเป็นไรเลยครับ ผมเห็นอยู่ว่าเขาพูดจาไม่ดีกับคุณ และเหมือนคุณก็ไม่ชอบให้เขามายืนอยู่ตรงนี้ ผมทำในสิ่งที่ถูกต้อง และไม่ได้ต่อว่ารุนแรงต่อเค้าแต่อย่างใด" ไม่จำเป็นเลยที่เขาจะต้องเห็นลูกค้าทุกคนเป็นพระเจ้า แม้ความจริงเขาจะใส่ใจทุกการตอบรับ แต่ใช่ว่าจะเป็นการบริการโดยไม่ลืมหูลืมตาไปซะทุกเรื่อง "ขอบคุณนะคะ ปัดนึกว่าคุณสามจะไล่ปัดกลับบ้านซะอีก ที่ไปทำเสียงแข็งใส่ลูกค้าแบบนั้น" "ไล่อะไรกันครับ ผมเป็นคนชวนคุณมาเอง นอกจากไม่อยากไล่แล้วผมยังอยากจะเอาคุณกลับบ้านกับผมด้วยซ้ำ" "คุณสามนี่!! เสี่ยวไม่หยุดเลย หยุดล้อเล่นได้แล้วค่ะ" ยังเสี่ยวอยู่อีกหรือ? "เสี่ยวหน่ะใช่ แต่ทำไมถึงคิดว่าผมล้อเล่นละครับ?" จริงจังขนาดนี้ ยังบอกว่าล้อเล่นอีก "....." "ช่างเถอะ! บรีฟงานกันเสร็จแล้วนี่ ไปกินข้าวกันเถอะ เลิกงานๆ" เขาชวนเธอตรงๆ ทอปัดกำลังจะเอ่ยปฏิเสธ แต่ก็ถูกเขาคว้าข้อมือหิ้วเธอเดินปรี่เข้าไปยังโซนร้านอาหารด้านในอย่างรวดเร็ว จักรกริชพาเธอมานั่งโต๊ะริมที่มองเห็นวิวด้านนอกของสวนหย่อม เขาสั่งอาหารให้ตัวเองสองสามอย่าง แล้วบอกให้เธอสั่งได้เลยอย่างเต็มที่ แม้จะเป็นร้านอาหารของเขาเอง แต่ทอปัดก็ยังรู้สึกเกรงใจอยู่ลึกๆ เมื่อมองดูรายการอาหารแต่ละอย่าง แม้เธอจะเป็นลูกสาวของเจ้าสัวฮ้งที่ได้รับเงินรายเดือนในจำนวนที่เยอะพอสมควร แต่ทอปัดก็จะใช้เงินทุกบาทอย่างประหยัดที่สุด เธอเก็บเงินแต่ละเดือนไว้ในบัญชีเพื่อความฝันจะทำธุรกิจเป็นของตัวเองสักวัน เพราะรู้ว่าวิถีชีวิตของเธอไม่ได้แน่นอน เงินคือสิ่งเดียวที่เป็นความมั่นคงในชีวิตของเธอ "สั่งได้เลยครับอาหารที่นี่อร่อยทุกอย่าง ผมมีเชฟทั้งอาหารไทย อาหารจีน และอาหารฝรั่งมาประจำที่นี่ห้าคนเชียวนะ" "ค่ะ" ทอปัดค่อนข้างจะทึ่งในความคิดแต่ละอย่างของเขา จักรกริชถือว่าเป็นนักธุรกิจที่บริหารแบรนด์อาหารของตัวเองได้เป็นอย่างดี "ความจริงปัดเองก็อยากจะมีธุรกิจร้านอาหารเป็นของตัวเองเหมือนกัน ถึงจะเรียนจบด้านโปรแกรมเมอร์มาก็ตาม แต่การทำธุรกิจนั้น ต้องทำในสิ่งที่เราเชี่ยวชาญและถนัดที่สุด การทำธุรกิจสมัยนี้ไม่มีเวลาเรียนรู้มากมาย ลงสนามแล้วต้องพร้อมไม่งั้นโดนคู่แข่งอัดตายแน่" "อืม สมแล้วแหละที่คุณเป็นลูกสาวของเจ้าสัวฮ้ง" "คะ?" ทอปัดขมวดคิ้วเข้าหากัน หลังจากสั่งอาหารเรียบร้อยแล้ว "คุณสามเป็นคนแรกเลยนะคะที่บอกกับปัดแบบนี้" "ทำไมล่ะครับ" จักรกริชหรี่ตาแคบลง "อาจจะมีหลายคนที่คิดแบบผม แต่เขาแค่ไม่พูดออกมาเท่านั้น" "....." "เจ้าสัวฮ้งเป็นคนที่มองอะไรเป็นธุรกิจอยู่เสมอ เตี่ยผมเองชมให้ฟังอยู่บ่อยๆ และทุกครั้งที่ผมได้มีโอกาสคุยกับท่านเจ้าสัว ผมก็จะได้แง่คิดในการทำธุรกิจกลับมาเสมอ" คนรวยกับคนจน ไม่ใช่ต่างกันที่เงินในกระเป๋าอย่างเดียว แต่สิ่งที่ต่างกันอย่างเห็นได้ชัด คือ วิธีคิด และเขาเองก็ค่อยๆ ซึมซับสิ่งเหล่านั้นมาจากผู้มากประสบการณ์ที่เป็นดั่งครูของเขาหลายๆ คน การมีโอกาสได้คลุกคลีและสนทนา ถกประเด็นปัญหา กับคนที่มีวิธีคิดเป็นหัวธุรกิจผู้มากประสบการณ์ ที่ผ่านวิกฤติเศรษฐกิจโลกมาหลายรอบ แต่ก็ยังยืนหยัดอย่างโดดเด่นเป็นสง่า การได้คุยกับคนเหล่านั้น มันคือกำไรชีวิต "คงจะใช่ค่ะ" ทอปัดเห็นด้วย เพราะทุกคำพูดและทุกอย่างของเจ้าสัวฮ้ง คือกำไรต้นทุน และลู่ทางการทำธุรกิจทั้งนั้น แม้กระทั่งการหมั้นหมายของเธอเอง เจ้าสัวก็ยังเจรจาเชิงธุรกิจ ถึงกำไรที่เธอจะได้รับ และ connection ที่จะสร้างเครือข่ายให้กับเศวตสิริต่อในอนาคต "ที่ผมพูด ผมกำลังชมคุณนะครับ ไม่เห็นต้องทำหน้าเศร้าแบบนี้เลย" น้ำเสียงของเขาอ่อนลง เมื่อเห็นสีหน้าแววตาของเธอ ทำไมจักรกริชจะดูไม่ออก ว่าหญิงสาวไม่ได้รู้สึกภูมิใจเลยสักนิดที่ตัวเองเป็นลูกสาวของเจ้าสัวฮ้ง ยิ่งได้ฟังเธอพล่ามเรื่องของตัวเองในตอนที่เธอเมาที่เรือสำราญ แล้วยังมีถ้อยคำที่เธอแขวะกับเจนจิราลูกค้า VIP ของเขาเมื่อสักครู่นี้ ชายหนุ่มก็เริ่มเข้าใจความคิดและรู้จักตัวตนของเธอมากขึ้นเรื่อยๆ บางทีเขาอาจจะรู้จักเธอ มากกว่าเธอจะรู้จักตัวเธอเองเสียอีก "เปล่าค่ะ ปัดไม่ได้เศร้า" คนสวยรีบปรับเปลี่ยนสีหน้ารวดเร็ว และท่าทางนั้นก็อยู่ในสายตาของจักรกริชโดยตลอด "ยิ้มแบบนี้ดีแล้วครับ คุณเหมาะกับรอยยิ้มมากกว่า" ใบหน้าสวยของเธอ ควรจะสดใสสว่างเจิดจ้า ไม่เหมาะที่จะต้องมาหม่นหมองเพราะเรื่องใดใดเลย "ใครจะยิ้มไปได้ตลอดคะ?" "ไม่ตลอดแต่ก็ยิ้มให้มากที่สุดก็ได้นี่ครับ เพราะรอยยิ้มเหมาะกับคุณที่สุด ...ต่อไปถ้ามีเรื่องทุกข์ใจอะไร เล่าให้ผมฟังได้ไหมครับ ...ผมเป็นห่วง ผมอยู่ข้างคุณเสมอนะครับ" **************
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD